โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เร่งช่วยฉลามวาฬติดอวน กองหินริเชลิว

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 16.09 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 07.29 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

พังงา 6 พ.ค. – อธิบดีกรมอุทยานฯ เผยประสานกรม ทช. ร่วมค้นหาฉลามวาฬมีซากอวนติดหาง บริเวณกองหินริเชลิว วางแผนและกำหนดทีมช่วยเหลือ 3 ทีม ย้ำปฏิบัติการอย่างแม่นยำ คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดทั้งของเจ้าหน้าที่และตัวสัตว์

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายเกรียงไกร เพาะเจริญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา ว่า ผู้ประกอบการเรือดำน้ำลึก (เรือ Liveaboard) ชื่อ “ดีพ อันดามัน ควีน” แจ้งเหตุพบฉลามวาฬตัวเต็มวัย ความยาวประมาณ 6-7 เมตร มีเครื่องมือประมง คาดว่าเป็นเศษเชือกเก่าหรืออวนเก่า พันติดอยู่บริเวณส่วนหาง ขณะดำน้ำชมทัศนียภาพใต้ท้องทะเลบริเวณกองหินริเชลิว

ต่อมานายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้หน่วยงานทางทะเล ทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประสานหน่วยงานและผู้ประกอบการเพื่อติดตามและช่วยเหลือฉลามวาฬโดยเร็วที่สุด

วานนี้ (5 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดำน้ำ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณกองหินริเชลิว ด้วยการดำน้ำลึก (Scuba Diving) เพื่อติดตามหาฉลามวาฬ แต่เนื่องจากสภาพน้ำทะเลขุ่น ทัศนวิสัยต่ำ มองเห็นได้เพียง 5-10 เมตร จึงยังไม่พบตัวฉลามวาฬ จากการสอบถามผู้ควบคุมนักดำน้ำลึกประจำเรือ Liveaboard ที่อยู่ในเหตุการณ์ ทราบว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นักดำน้ำพบฉลามวาฬดังกล่าว 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและช่วงบ่าย แม้อยู่ในระยะไกล ส่วนวันนี้ยังไม่มีรายงานการพบเห็นเพิ่มเติม

อุทยานฯ ได้ประชาสัมพันธ์ไปยังเรือดำน้ำลึกทุกลำที่ปฏิบัติการในบริเวณดังกล่าว หากพบฉลามวาฬให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที พร้อมขอความร่วมมือผู้ควบคุมนักดำน้ำให้แจ้งนักดำน้ำทุกคน เว้นระยะห่างและไม่เข้าใกล้สัตว์มากเกินไป เพื่อความปลอดภัยของทั้งนักดำน้ำและฉลามวาฬ
นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ได้ประสานทีมสัตวแพทย์จากศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ศูนย์อนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ และศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 (ภูเก็ต) ร่วมกันวางแผนช่วยเหลือ

แผนการช่วยเหลือแบ่งออกเป็น 3 ทีม ประกอบด้วย ทีมปลดเชือก ซึ่งจะใช้ความระมัดระวังในการตัดเศษเชือกหรืออวนและนำกลับขึ้นฝั่ง, ทีมควบคุมทิศทางสัตว์ และทีมเฝ้าระวังผู้ปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำถึงความปลอดภัยสูงสุดทั้งต่อเจ้าหน้าที่และสัตว์ทะเลที่ได้รับความช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่จะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือทันทีที่พบฉลามวาฬตัวดังกล่าว เนื่องจากเศษอวนหรือเชือกที่พันอยู่อาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวและการดำรงชีวิตของฉลามวาฬ หากประชาชนหรือผู้พบเห็นสามารถแจ้งสายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งหน่วยงานกรมอุทยานฯ ใกล้เคียง. -512-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...