โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.ไซเบอร์ ลุยล่าเงินคืน 2 ล้าน ให้ลุงวัยเกษียณ ถูกแก๊งคอลหลอก โทรข่มขู่นาน 4 วัน

Khaosod

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 10.27 น.

ตร.ไซเบอร์ ลุยล่าเงินคืน 2 ล้าน ให้ลุงวัยเกษียณ ตามโครงการ "MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน"

วันที่ 22 เมษายน 2568 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1,พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 และ พล.ต.ต.ศุภกร ผิวอ่อน ผบก.สอท.5พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์ลุยโปรเจค "MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตาม ล่าม้า คว้าเงินคืน "รวบบัญชีม้าแก๊งอ้างเป็นตำรวจ โทรข่มขู่ยาว 4 วัน โอนเกลี้ยง 4.4 ล้าน ตามอายัดทัน 2 ล้าน นำคืนผู้เสียหาย

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายรายหนึ่ง เป็นชาย อายุ 81 ปี ได้บอกว่าเมื่อปลายเดือน ธ.ค. ปี67 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงไปจนเสียหายเป็นเงินกว่า 4,400,000 บาท

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ผู้เสียหายได้ถูกมิจฉาชีพโทรหาโดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก แจ้งว่าผู้เสียหายได้เปิดบัญชีธนาคารไว้ และบัญชีดังกล่าวได้กระทำผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งมีนักเรียน ถูกหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีของผู้เสียหาย 45,000 บาท ทำให้นักเรียนคนดังกล่าวเกิดความเครียดจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย

โดยผู้เสียหายหลงเชื่อ มิจฉาชีพจึงแนะนำให้แอดไลน์ชื่อบัญชี "สภ.เมืองพิษณุโลก" อ้างว่าเพื่อให้ผู้เสียหายได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ปปง. เมื่อแอดไลน์แล้ว มิจฉาชีพได้ส่งหมายศาล หมายตำรวจ และบัตรเจ้าพนักงานตำรวจ ให้พร้อมกำชับว่าห้ามเปิดเผยหรือแจ้งบุคคลใกล้ตัว เนื่องจากเป็นความลับของทางราชการ

จากนั้น มิจฉาชีพข่มขู่ผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการโอนเงินไปให้ตรวจสอบ ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินดังกล่าว เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบแล้ว เงินดังกล่าวจะถูกโอนกลับคืนให้

นอกจากนี้มิจฉาชีพยังใช้พูดข่มขู่ในรูปแบบต่างๆ ไม่ยอมให้ผู้เสียหายวางสายโทรศัพท์ จนมีการคุย ต่อเนื่องกันเป็นเวลาเกือบ 4 วัน ผู้เสียหายหลงเชื่อและเกิดความกลัว สุดท้ายยอมโอนเงินไปยังบัญชีธนาคาร ต่างๆ ที่มิจฉาชีพส่งมาให้ จำนวน 4 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,400,000 บาท

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.2 ได้สืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าว จนพบว่ามีผู้ร่วมขบวนการจำนวนหลายราย โดยมีผู้ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า จำนวน 5 ราย จึงขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดนนทบุรีจนกระทั่งศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย

ล่าสุดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามโครงการ "MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้าคว้าเงินคืน"โดยประสานกับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง จนสามารถอายัดเงินในบัญชีธนาคารของ 1 ในผู้ต้องหาไว้ได้จำนวน 2 ล้านบาท และยังสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว จำนวน 4 ราย

ได้แก่ น.ส.ศศธร (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี,นายวิทิตย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี, นายธนกร (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี และนายอภิรักษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี และยังอยู่ระหว่างการหลบหนีอีกจำนวน 1 ราย

สำหรับเงินจำนวน 2,000,000 บาท ในบัญชีธนาคารที่อายัดไว้ได้นั้น อยู่ในบัญชีของนายอภิรักษ์ หนึ่งในผู้ต้องหาซึ่งจับกุมตัวได้ในพื้นที่ อ.ด่านมะขามเตี๋ย จ.กาญจนบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสาน ธนาคารเจ้าของบัญชี เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าบัญชีดังกล่าว พบว่าเงินของผู้เสียหายรายนี้ 2 ล้านบาท ได้ถูกโอนเข้ามาในบัญชีของ นายอภิรักษ์ ตามวันและเวลา ตรงตามหลักฐานของ ผู้เสียหาย จึงเเน่ชัดเเล้วว่ายอดเงินดังกล่าวเป็นของผู้เสียหายรายนี้จริง

ด้านนายอภิรักษ์ รับว่าได้เปิดบัญชีธนาคารแล้วขายบัญชีไปในราคา 3,000 บาท หลังจากการเปิดบัญชี ก็ไม่ได้ใช้บัญชีดังกล่าวอีกเลย กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมตัว จึงทราบว่าบัญชีของตนเองถูกนำไปใช้ในการกระทำผิด และตนเองขอไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์เงินในบัญชีธนาคารจำนวน 2 ล้านบาท เนื่องจากตนเองรู้ดีว่าเป็นเงินที่ตนเองไม่มีสิทธิที่จะได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และยินดีคืนให้แก่ผู้เสียหายในคดีนี้

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจึงประสานทางธนาคาร ขอถอดอายัดและนำเงินจำนวน 2 ล้านบาท คืนให้แก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนในวันนี้ ตามโครงการ "Money Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน"

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า พบเงินที่ผู้เสียหายโอนไปให้กลุ่มเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์นี้นั้นสามารถอายัดบัญชี และนำเงินมาคืนให้ผู้เสียหายได้ 1 บัญชี ส่วนบัญชีที่เหลือเงินถูกแปลงเป็น คริปโทเคอร์เรนซีทั้งหมดเเล้ว และยังพบว่า ปลายทางของเส้นทางการเงินในขบวนการนี้อยู่ที่เมืองปอยเปต ประเทศเมียนมาร์

สำหรับโครงการ “ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” นั้นเป็นโครงการทุกเเห่งในประเทศไทยได้ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ ในการตรวจสอบพฤติกรรมต้องสงสัยต่างๆ หากพบว่ามีการกระทำต้องสงสัยจะมีการระงับการกระทำนั้นและแจ้งมาที่พนักงานสอบสวนของตำรวจไซเบอร์ทันที และจะมีการสืบสวนสอบสวน โดยจะมีการดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่นเดียวกับคดีดังกล่าว

ทั้งนี้ยังมีการแถลงปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายพนันออนไลน์ ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายกิตติภณ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี และ นายกฤตเมธ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี แอดมินเครือข่ายเว็บพนันไก่ชน-วัวชนออนไลน์

รวมถึงปฏิบัติการ จับกุมเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ อีก 4 ราย เเบ่งเป็น เครือข่ายอ้างเป็นหมอหลอกเทรดทองคำ เสียหายกว่า 4 แสน จำนวน 1 ราย,เครือข่ายหลอกลงทุนแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เสียหายกว่า 4 แสน จำนวน 2 ราย และ เครือข่ายอ้างกรมที่ดิน หลอกกดลิงก์ติดตั้งแอปดูดเงิน เสียหาย 2.2 ล้าน จำนวน 1 ราย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตร.ไซเบอร์ ลุยล่าเงินคืน 2 ล้าน ให้ลุงวัยเกษียณ ถูกแก๊งคอลหลอก โทรข่มขู่นาน 4 วัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...