โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: ฟลูออไรด์เป็นสารก่อมะเร็ง จริงหรือ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 19.35 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

23 เมษายน 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

มีข้อมูลสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประโยชน์ของฟลูออไรด์ต่อสุขภาพฟันเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในสหรัฐฯ เมื่อมีคลิปที่เชื่อมโยงว่าฟลูออไรด์ในยาสีฟันเป็นสารก่อมะเร็ง

บทสรุป :

1.งานวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างฟลูออไรด์กับมะเร็งในมนุษย์ไม่ชัดเจน
2.พบความเสี่ยงมะเร็งกระดูก Osteosarcoma จากการสัมผัสฟลูออไรด์ปริมาณสูงในหนูทดลองเพศผู้ แต่ความเสี่ยงในมนุษย์ยังไม่ชัดเจน

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

ข้ออ้างเรื่องฟลูออไรด์กับมะเร็ง มาจากงานวิจัยปี 1990 ที่เผยแพร่โดยโครงการพิษวิทยาแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NTP) ที่พบว่า เมื่อให้หนูได้รับฟลูออไรด์ปริมาณสูงจากน้ำดื่มผสมฟลูออไรด์ จะพบว่าหนูทดลองเพศผู้ป่วยเป็นมะเร็งกระดูกชนิด Osteosarcoma มากผิดปกติ

Osteosarcoma เป็นมะเร็งกระดูกชนิดที่พบได้ยาก แต่พบได้บ่อยในเด็กวัยรุ่นตอนต้นที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 15 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว หากไม่รับการรักษา ผู้ป่วยจะเสียชีวิตในเวลาไม่เกิน 2 ปี

ข้อมูลจากสมาคมโรคมะเร็งอเมริการะบุว่า หนึ่งในทฤษฎีที่เชื่อมโยงฟลูออไรด์กับมะเร็งกระดูกชนิด Osteosarcoma มากจากการที่ฟลูออไรด์มักสะสมอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของกระดูกที่กำลังเติบโต หากได้รับฟลูออไรด์จำนวนมาก ฟลูออไรด์จะไปกระตุ้นการเติบโตของเซลล์ในกระดูกอย่างต่อเนื่อง จนเซลล์ดังกล่าวกลายเป็นเซลล์มะเร็ง

งานวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างฟลูออไรด์กับมะเร็งในมนุษย์ไม่ชัดเจน

แม้จะมีการวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างฟลูออไรด์กับมะเร็ง Osteosarcoma อย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันก็ยังไม่สามารถหาบทสรุปที่แน่ชัดว่า การได้รับฟลูออไรด์ปริมาณสูงเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งกระดูก Osteosarcoma หรือไม่

งานวิจัยปี 2006 จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด พบว่า การได้รับฟลูออไรด์ปริมาณสูงจากน้ำดื่มผสมฟลูออไรด์ เพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งกระดูก Osteosarcoma ในเด็กผู้ชาย แต่ไม่พบปรากฏการณ์ดังกล่าวในเด็กผู้หญิง

งานวิจัยปี 2011 จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด เปรียบเทียบปริมาณฟลูออไรด์ในกระดูกที่อยู่ใกล้ ๆ ก้อนเนื้อผู้ป่วยมะเร็งกระดูก Osteosarcoma กับปริมาณฟลูออไรด์ผู้ป่วยมะเร็งกระดูกชนิดอื่น ๆ ผลสำรวจไม่พบว่า ปริมาณฟลูออไรด์ของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มมีความแตกต่างกัน

มีงานวิจัยที่เปรียบเทียบความชุกของการป่วยเป็นมะเร็งกระดูก Osteosarcoma ในพื้นที่ที่ระดับปริมาณฟลูออไรด์แตกต่างกัน ทั้งในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ ผลวิจัยไม่พบว่าการอาศัยในพื้นที่ที่แหล่งน้ำมีปริมาณฟลูออไรด์สูง เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งกระดูก Osteosarcoma แต่อย่างใด

งานวิจัยแบบ Systematic Review ปี 2025 ที่เผยแพร่ทางวารสาร Bone ได้ตรวจสอบงานวิจัยที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างฟลูออไรด์กับมะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิ เช่น มะเร็งกระดูก Osteosarcoma

การตรวจสอบพบว่า งานวิจัย 12 จาก 14 ชิ้น ไม่พบความสัมพันธ์ที่แน่ชัดระหว่างฟลูออไรด์กับมะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิ รวมถึงมะเร็งกระดูกชนิด Osteosarcoma ส่วนงานวิจัย 2 ชิ้น พบความสัมพันธ์ระหว่างฟลูออไรด์กับมะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิและมะเร็งกระดูกชนิด Osteosarcoma ในเด็กผู้ชาย

อย่างไรก็ดี ผู้ตรวจสอบงานวิจัยชี้ว่า กระบวนการวิจัยส่วนใหญ่มีคุณภาพต่ำ ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผลวิจัย และจำเป็นต้องมีการออกแบบงานวิจัยที่มีคุณภาพมากกว่านี้ เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างฟลูออไรด์กับมะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิและมะเร็งกระดูกชนิด Osteosarcoma

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.cancer.org/cancer/risk-prevention/chemicals/water-fluoridation-and-cancer-risk.html
https://healthfeedback.org/claimreview/scientific-evidence-shows-fluoride-water-toothpaste-safe-at-recommended-levels/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...