โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BIPAM 2025 เทศกาลศิลปะการแสดงร่วมสมัยนานาชาติแห่งกรุงเทพฯ กับ 6 การแสดงที่น่าตื่นตา

The Momentum

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 17.18 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 09.55 น. • THE MOMENTUM

เทศกาล BIPAMซึ่งย่อมาจาก Bangkok International Performing Art Meeting หรือ เทศกาลศิลปะการแสดงร่วมสมัยนานาชาติแห่งกรุงเทพฯ เป็นเทศกาลระยะเวลา 5 วันอันประกอบด้วยการแสดง งานเสวนา การอบรมเชิงปฏิบัติการ และกิจกรรม Networking ระหว่างคนทำงานศิลปะการแสดงร่วมสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก เริ่มต้นเมื่อปี 2017 และปัจจุบันจะจัดกันในทุกๆ 2 ปี โดยครั้งล่าสุดเพิ่งจะจัดไประหว่างวันที่ 12-16 มีนาคม 2025 ที่ผ่านมา

และในปีนี้ก็มีวาระพิเศษที่ทางชมรมวิจารณ์ศิลปะการแสดง ประเทศไทย หรือ IATC Thailand Centre ร่วมกับภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดการประชุมวิชาการด้านการแสดงร่วมสมัยเรื่อง “trans-” ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักวิชาการ นักวิจัย ศิลปินและนักวิจารณ์จาก 11 ประเทศ ในหัวข้อ transtemporal/ transcultural/ transition/ transformation/ transtopia/ transhuman/ transcendence และอีกหลากหลาย trans- พร้อมๆ กับการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการวิจารณ์สำหรับนักวิจารณ์รุ่นใหม่จากหลากหลายชาติ Young Critics’ Workshop ไปด้วยในเวลาเดียวกัน

งานนี้นักวิจารณ์และนักวิชาการด้านการละครทุกๆ รุ่น จากนานาประเทศจึงมีโอกาสได้ชมการแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจที่ทางเทศกาล BIPAM เชิญมาร่วมแสดงกันอย่างถ้วนหน้า ท้าทายเหล่านักวิจารณ์ด้วยการแสดงที่อุดมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ ด้วยหน้าตาที่แตกต่างไปจากขนบการแสดงละครเวทีที่เราคุ้นเคย งานนี้ ‘กัลปพฤกษ์’ ในฐานะผู้ร่วมจัดงานก็เลยมีโอกาสได้ร่วมชมการแสดงนานาชาติที่ทาง BIPAM ประกาศโปรแกรมไว้ครบทั้ง 6 เรื่อง จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้

1: MANUAL / คู่มือ

การแสดงโดย Adam Kinner และ Christopher Willes จากแคนาดา

รอบวันที่ 12 มีนาคม 2025 เวลา 16.30 น. ณ TK Park

การแสดงหนึ่งต่อหนึ่งแบบมีส่วนร่วมระหว่างผู้ชมทีละท่าน ประกบกับทีมงานผู้แสดงคนละราย ซึ่งจะนำพาเราไปค้นหาความหมายแห่งผัสสะอันละเมียดรอบๆ พื้นที่ห้องสมุด TK Park บริเวณชั้น 8 ของศูนย์การค้า centralwOrld โดยผู้แสดงจะนำพาเราเดินไปสำรวจ ณ จุดต่างๆ สื่อสารด้วยการกางสมุดโน้ตที่เขียนข้อความแนะนำขั้นตอนกิจกรรมไว้ พร้อมชักชวนให้เราเปิดใจและใส่ใจในทุกๆ ผัสสะที่ได้รับ สดับทุกๆ ความสงบเงียบเยียบเย็นเน้นการใช้สมาธิ ในขณะที่ห้องสมุดก็ยังเปิดบริการให้แก่คนทั่วไป

เราจึงได้หลับตาฟังเสียงเมืองใหญ่ผ่านแผ่นกระจกหนาในตึกสูง ตอบรับถ้อยคำชักจูงให้สังเกตผู้คนที่เดินผ่านไปมา รับรู้ทั้งความหนัก ความหน่วง และความหนาของกองหนังสือที่ค่อยๆ พะเนินบนหน้าตัก จากนั้นจึงจะได้นั่งพัก ‘ดู’ หนังสือ สวมหูฟังสดับเสียงสื่อประกอบอันปลอบประโลมใจ ก่อนที่ผู้แสดงจะเลือกหนังสือภาพมาเปิดพลิกหน้าให้ ค่อยๆ เลื่อนกระดาษเผยให้เห็นภาพ ‘มือ’ ในอิริยาบถต่างๆ อย่างอ่อนโยน

เสร็จแล้วจะนำพาเราไปยังอีกโซน เปิดข้อความที่โดนซุกซ่อนไว้ในหนังสือเล่มใหญ่ ผลัดกันอ่านทำความเข้าใจ และเล่นเกมตอบปัญหาทายใจฝึกให้เราได้ใช้จินตนาการ งานแสดง Manual จึงเหมือนจะดำเนินไปอย่างเรียบง่าย หาได้มีแนวคิดในระดับน่าตื่นตาตื่นใจ หากมันช่างละมุนละไมจนสามารถให้ความรู้สึก ‘พิเศษ’ โดยเฉพาะมัคคุเทศก์ใจดีที่จูงเราไปทุกที่ด้วยท่าทีอันเป็นมิตรน่าไว้วางใจ เบิกวิถีการมองใหม่ๆ จนทำให้ TK Park ที่เราคุ้นชิน เหมือนเป็นดินแดนลับแลที่เราไม่เคยย่างกรายมาก่อน!

Photo by Chattapol Jantayung, BIPAM 2025

2: RIDDEN

การแสดงโดย Leu Wijee และ Mio Ishida จากอินโดนีเซีย

รอบวันที่ 13 มีนาคม 2025 เวลา 19.30 น. ณ ศูนย์ศิลปการละครสดใส พันธุมโกมล คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การแสดงเคลื่อนไหวร่างกาย หรือ Physical Theatre นำเสนอกระบวนท่าทางที่สะท้อนขีดจำกัดต่างๆ ของร่างกาย ผ่านการร่ายรำที่คล้ายพิธีกรรมทำความเคารพพระแม่โพสพ ผู้คอยประคบประหงมดูแลต้นกล้า ทว่าในช่วงแรกผู้แสดงชายหญิงทั้ง 5 ราย ในชุดสำหรับออกกำลังกายร่วมสมัยแบบสบายๆ จะใช้ร่างกายในการเคลื่อนไหว โดยให้ทุกๆ คนมีอาการทุพพลภาพขาข้างหนึ่งพับทาบอยู่กับพื้นไม่สามารถลุกยืนได้ และต้องอาศัยองคาพยพส่วนที่เหลือเลื่อนสไลด์ร่างกายหยุบๆ โหย่งๆ โคลงซ้ายเอียงขวาสลับกันไปในความพร้อมเพรียง

ส่วนครึ่งหลังนักแสดงสามรายที่ยังลุกไหวก็จะหยิบต้นข้าวมายืนเรียง ระบำกระทืบเท้าไปตามเสียงฉาบเคาะ ราวจะเจาะพื้นเวทีให้แหลกคาฝ่าเท้า แต่ละคนอยู่ในภวังค์เหมือนผีเข้า เร่งเร้าลูกจังหวะที่เอาแต่โหมประโคมจนเหงื่อโซมกาย ดูแล้วแอบกลัวนักแสดงจะบาดเจ็บอันตราย เพราะพวกเขากระหน่ำเต้นกันแบบไม่กลัวตาย ด้วยลีลาท่าทางที่ท้าทายมากขึ้นๆ ทุกทีๆ

โดยภาพรวมแล้วการแสดงไร้บทสนทนาหรือคำอรรถบรรยายเรื่องนี้ จึงมีทั้งความ ‘ดิบ’ และอาการ ‘บ้าพลัง’ ที่รังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าตื่นเต้นดี หากส่วนที่ยังไม่ใคร่จะสื่อสาร เหมือนเป็นอีกงานที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ก็คือข้าวของประกอบฉากหลังตรงฟากด้านซ้ายและขวาซึ่งมาพร้อมกล่องลังที่ยังไม่ได้แกะเปิดวางเรียงรายอยู่มากมาย หากไร้ปฏิสัมพันธ์กับนักแสดงทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย จนไม่รู้ว่าจะมีไว้ทำไมให้เกะกะพื้นที่ ที่ควรจะปล่อยให้เป็นเวทีให้พวกเขาได้โชว์ลีลาต่างๆ ในทุกทิศทางได้มากขึ้น!

Photo by Teeraphan Ngowjeenanan, BIPAM 2025

3: JUGGLE & HIDE (SEVEN WHATCHAMACALLITS IN SEARCH OF A DIRECTOR)

การแสดงโดย วิชย อาทมาท For WhaT Theatre จากประเทศไทย

รอบวันที่ 14 มีนาคม 2025 เวลา 19.30 น. ณ Bangkok CityCity Gallery

การแสดงที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นรูปแบบใหม่ของโรงละครที่นำเสนอผ่านการให้ ‘ชีวิต’ แก่ข้าวของและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ โดยไม่ต้องจ้างนักแสดง มีเฉพาะแรงงานแห่งงานศิลปะคอยเป็นคณะทำงานควบคุมการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ พร้อมทั้งจัดวางแต่ละ Object ให้สื่อความหมายภายในขดรางของรถไฟเด็กเล่น แล้วฉายภาพจาก Top View ให้คนดูได้เห็นทุกสิ่งอย่างด้วยการยิงไปบนข้างกำแพง

เนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 2 องก์ใหญ่ๆ ในองก์ที่หนึ่งจะเป็นการขึงไทม์ไลน์ประวัติชีวิตและการทำงานของผู้กำกับ วิชย อาทมาท เองว่า เกิด เติบโต และมีโอกาสเริ่มต้นสร้างงานศิลปะการแสดงมาอย่างไร เล่าสลับกับไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์การเมืองเรื่องสำคัญๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะการรัฐประหารครั้งใหญ่ และการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามประชาชนของฝ่ายรัฐบาล คู่ขนานกับชีวิตและผลงานตลอดระยะเวลาเกินกว่าทศวรรษของวิชย ประกอบการฉายคลิปสั้นๆ ว่า ผลงานในอดีตของเขาเข้าไปข้องเกี่ยวกับบรรยากาศการเมืองไทยในแต่ละปีกันอย่างไร

ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้วางเรียงรายบนโต๊ะญี่ปุ่นขนาดใหญ่ ก็คือหนังสือภาษาไทยที่ไล่ย้อนเหตุการณ์ในเดือนตุลาฯ และสื่อประชาสัมพันธ์หลากหลายที่สะท้อนความวุ่นวายอันไม่รู้จักจบสิ้น จากนั้นทีมงานฝ่ายศิลป์จาก Duck Unit ก็จะเริ่มประดิดประดอยพื้นที่ด้วยแสงสีและสายไฟ เพื่อใช้บังคับทั้งอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ ของเล่น และกล้องเลนส์ที่ใช้ถ่ายให้เคลื่อนไหวเองได้ ค่อยๆ เติมข้าวของต่างๆ วางไว้ระเกะระกะมากมาย ก่อนจะย้ายเข้าองก์ที่ 2 เมื่อผู้กำกับและทีมงานต้องระเห็จออกจากพื้นที่ไป ปล่อยให้ข้าวของต่างๆ กร่างประท้วงทวงสิทธิ์แห่งการสร้างความหมายในตัวเอง โดยไม่ต้องหวั่นเกรงอำนาจศิลปินผู้สร้างงานอีกต่อไป กลายเป็นความโกลาหลวุ่นวายที่เชื้อชวนผู้ชมให้ได้เดินเข้าไปดูใกล้ๆ ให้ได้เห็นกับตาว่าสิ่งของเหล่านี้มีเจตจำนงอย่างไร หากจะไม่ใส่ใจการอุปโลกน์ความหมายจากผู้กำกับ

ทำให้ Juggle & Hide (Seven Whatchamacallits in Search of a Director) เป็นงานที่สร้างความประทับใจในความแปลกและแหวกแนวในการตั้งคำถามของมัน เปิดเปลือยกระบวนสัญลักษณ์ที่นักทำละครมักจะยัดเยียดให้สิ่งของประกอบฉากต่างๆ อย่างโดยอำเภอใจ ซึ่งดูเหมือนทุกอย่างจะเล่าอย่างตรงไปตรงมาแต่ก็ไม่ใช่ เพราะแม้แต่ในส่วนของบทของการแสดง ก็ยังไหว้วานขอแรงให้เพื่อนสนิทอย่าง ‘มิสโอ๊ต’ เป็นคนเขียนให้ ทั้ง ๆ ที่ทั้งหมดก็อาศัยเรื่องราวชีวิตและการทำงานของวิชยเอง

Photo by Dithawat Paisarnthanachok, BIPAM 2025

4: WHEN FLOODS HIGH AS SKIES, FISH FEAST ON THE STARS

การแสดงโดย Reverberation Area จากประเทศไทย

รอบวันที่ 15 มีนาคม 2025 เวลา 16.00 น. ณ William Warren Library, Jim Thompson Art Center

การแสดงกึ่งการบรรยายวิชาการ หรืองาน Lecture Performance จากการกำกับโดย วสุ วรรลยางกูรมีศูนย์กลางเนื้อหาอยู่ที่อุดมการณ์พิทักษ์รักษาภาวะนิเวศ ณ ลำน้ำโขงอันเป็นที่อาศัยของฝูงปลา โดยบรรดานักกิจกรรมหลากเพศหลายวัย ซึ่งจะสลับกันมาให้ข้อมูลว่า มลภาวะจากการกระทำของมนุษย์ทั้งหลายทำลายธรรมชาติของแม่น้ำสายนี้ไปอย่างไรบ้าง

การแสดงมี ‘ผู้แสดง’ หนึ่งนายและหนึ่งนางคือ หนุ่มแรปเปอร์ นนทนันท์ นาคสุข สมาชิกวง Rap Against Dictatorship ผู้คอยขับขานคำกานท์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเต้น ภาวิดา วชิรปัญญาพร ซึ่งจะมาแสดงท่าทางซ่อนนัยโดยไม่ใช้วาจา ก่อนจะเชิญให้ผู้บรรยายซึ่งเป็นนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมทั้งสาม ได้แก่ ชนาง อำภารักษ์ นักทำละครผู้ต่อกรกับบรรดานายทุนหนุนหลังธุรกิจทำลายธรรมชาติ, เดชรัต สุขกำเนิด ซึ่งประกาศเปิดตัวเป็นนักนโยบายสาธารณะ ใช้ชีวิตอย่างสมถะและใส่ใจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย สมปอง เวียงจันทร์ ชาวประมงที่ผันตัวมาเป็นสมัชชาคนจน ผู้ไม่ยอมทนต่อการทำลายแหล่งน้ำ และเคยเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวต่อต้านการสร้างเขื่อนปากมูล ในจังหวัดอุบลราชธานี สลับกันมาเข้าพื้นที่การแสดง แถลงอุดมการณ์ส่วนตัว และเล่าว่าสถานการณ์นี้น่ากลัวขนาดไหน หากเราจะไม่ใส่ใจพิทักษ์ดูแลแม่น้ำโขงอันโยงใยเป็นสายเลือดใหญ่ให้พี่น้องชาวอีสาน!

ถึงแม้ว่างานจะนำเสนอทุกอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงอันจริงใจ แต่ด้วยวิธีการที่ออกจะตรงมาตรงไป ทำให้ภาพรวมของสารยังมีความด้านแข็งแบบ Didactic คอยจิกเทศนา แอบด่าคนดูที่ไม่คิดลุกขึ้นสู้ และยกชูอุดมการณ์แต่เพียงด้านเดียวไปสักนิด คือถ้าการแสดงเปิดโอกาสให้คนดูได้ใคร่ครวญพินิจ หรือขยายมุมมองข้อมูลให้รอบทิศมากขึ้น คนดูอาจจะได้ตื่นเต้นกับการวิวาทะ มากกว่าที่จะมานั่งฟังความจากเพียงฝ่ายเดียว

Photo by Krai Sridee, BIPAM 2025

5: THO DIA เทพลืมเมือง

การแสดงโดย ToLo Puppet Theatre จากเวียดนาม

รอบวันที่ 15 มีนาคม 2025 เวลา 18.30 น. ณ TK Park

การแสดงละครหุ่น ทั้งหุ่นขยะ หุ่นกระบอก หุ่นเชิด หุ่นเทริดหน้ากาก จากประเทศเวียดนาม เล่าชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในกรุงฮานอย เรียงร้อยผ่านการแสดง และการฉายแสง สี เสียง ด้วยสื่อมัลติมีเดียอันทันสมัย โดยให้ตัวละครเด็กชายผู้มีหุ่นปีศาจสะพายหลัง และชายชราที่ยังเฝ้ากวาดพื้นถนนบนแผ่นดินแห่งเมืองสีเทา เป็นผู้เล่าเรื่อง ซึ่งเนื้อหาหลักๆ ก็จะว่าถึงชีวิตการเป็นคนเมืองใหญ่ ใช้ภาพฉายหนังสารคดีที่ถ่ายมาจากกรุงฮานอยจริงๆ มาประกอบบนฉากหลังสับปะรังเค ราวอุปกรณ์ประกอบฉากทุกอย่างทำมาจากกองขยะที่เททิ้งไว้ นำกลับมาใช้ใหม่ไม่ให้เสียของ

ซึ่งก็รังสรรค์ออกมาจนน่ามองอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเส้นขนมจีนที่เอามาพันกันเป็นต้นไม้ใหญ่ พอต้องแสงไฟในความมืดแล้วก็ดูสวยดี แต่โดยภาพรวมแล้ว การแสดงยังไม่มีแก่นแกนหลักที่สามารถหยิบจับได้มากนัก เหมือนสักแต่จะหยิบนั่นโน่นนี่มาตีแผ่ แม้บางประเด็นจะน่าสนใจ แต่การแสดงยังต้องการแก่นสารสาระในภาพใหญ่ มากกว่าเพียงจะพาเราไปให้เห็นว่าเกิดอะไรในกรุงฮานอยแห่งนี้บ้าง

Photo by Thanit Vasu Yantrakovit, BIPAM 2025

6: CHOREOGRAPHIC INTRUSION กวน-ເຕັ້ນ

การแสดงโดย Ole Khamchanla, Compagnie KHAM ร่วมกับ Thrixept และ Taratawan Krue-On จากลาว

รอบวันที่ 16 มีนาคม 2025 เวลา 17.00 น. ณ One Bangkok Park, The One Bangkok

ปิดท้ายด้วยการแสดงร้อง เล่น เต้น แจม งานแถมท้ายที่เปิดให้ทุกคนเข้าชมได้ฟรีๆ ที่ลาน One Bangkok Park ใจกลาง The One Bangkok ในช่วงเวลาเย็นๆ โดยนักเต้นมาในชุดเสื้อผ้าที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นนักแสดง แต่งตัวเหมือนเป็นคนดูทั่วไป ก่อนที่นักเต้นชายจะปรากฏกายขึ้นพร้อมกับนักร้องหญิงเสียงโหยหวน ชักชวนกันออกท่าทาง ประกอบเสียงขับขานก้องกังวาน วาดลวดลายกันในลีลาสตรีท ด้วยบีตเพลงที่เร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ พอเริ่มเหนื่อย พ่อหนุ่มนักเต้น ก็ลองหันไปเล่นกับกลุ่มคนดู ออกท่าชูมือไม้ให้เข้าจังหวะแบบง่ายๆ เชิญให้ผู้ชมลองเต้นตาม ความคึกคักของดนตรีทำให้สุภาพสตรีที่ได้รับคำเชิญชวนลองทวนท่าทางค่อยๆ จัดวางร่างกายตาม เริ่มต้นด้วยความเก้ๆ กังๆ ทว่าหลังจากนั้นนางก็โชว์ลีลาเท้าไฟ สามารถรวมขบวนกับพ่อหนุ่มในท่าใหม่ๆ ทำให้ทุกคนรู้ว่า อ้อ! นี่คือนักแสดงหน้าม้าที่เตี๊ยมกันมาสินะ!

ซึ่งพ่อหนุ่มก็สุ่มร่ายระบำกับทั้งคนดูจริงๆ และเหล่านักเต้นหญิงที่ปลอมตัวมา จนสุดท้ายก็สามารถวาดลวดลายพร้อมเพรียงกันจนครบ ตบท้ายด้วยการแยกกันให้ผู้ชมร่วมสังสรรค์ มาออกท่าออกทางกันอย่างม่วนจอย ค่อยๆ หลอมกลืนการแบ่งแยกระหว่างคนดูกับผู้แสดงท่าทาง ให้รวมร่างเป็นมวลชนหมู่เดียวกันอีกครั้ง ด้วยการแสดงเล็กๆ ง่ายๆ แต่ก็ยังปัง!

ใครจะสามารถยั้งใจได้กับจังหวะทำนองที่ร่างกายเรียกร้องให้ต้องตอบสนองกับผองชน!

Photo by Chayut Sunthornsiri, BIPAM 2025

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนการจัดงานประชุมวิชาการและการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดย ชมรมวิจารณ์ศิลปะการแสดง IATC Thailand Centre ได้แก่ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สมาคมการค้าส่งเสริมอุตสาหกรรมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...