โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาลอิ้งค์สอบผ่าน 3 เดือน แนะออกแพจเกจกระตุ้นศก.ต่อเนื่อง

The Better

อัพเดต 16 ธ.ค. 2567 เวลา 07.54 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2567 เวลา 08.00 น. • THE BETTER
หอการค้าไทย ชมรัฐบาลตั้งใจทำงาน มาถูกทาง ห่วงปีหน้าเศรษฐกิจโตไม่โดดเด่น ขาดมาตรการที่มี Impact ฝากออกนโยบายกระตุ้นเรียกเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทย ต้องขอชื่นชมรัฐบาลในภาพรวมการทำงานตลอดช่วง 90 วันที่ผ่านมาของรัฐบาลนายกแพทองธาร ชินวัตร โดยเฉพาะในประเด็นความพยายามและความตั้งใจ ซึ่งหลายนโยบายของรัฐบาลดำเนินมาถูกทางและทำได้ดี อาทิ

การท่องเที่ยว และซอฟเพาเวอร์ เรื่องนี้ต้องชื่นชมรัฐบาลที่พยายามผลักดันหลายมาตรการเพื่อทำให้ภาคการท่องเที่ยวไทยกลับมาเติบโตได้โดดเด่นในวันนี้ ตั้งแต่การยกเลิกวีซ่าเข้าไทยกับหลายสิบประเทศทั่วโลก การปรับขั้นตอนและอำนวยความสะดวกคนเข้าเมือง ขณะเดียวกันภายในประเทศก็มีการเร่งโปรโมทนโยบายซอฟเพาเวอร์

ทั้งด้านอาหาร การจัดบิ๊กอีเว้นท์และเฟสติวัล เทศกาลสำคัญ ๆ ของประเทศ สิ่งเหล่านี้ทำให้มีผลต่อความเชื่อมั่น กระตุ้นให้เกิดภาพลักษณ์ที่ทำให้วันนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยแล้วกว่า 32 ล้านคน (ข้อมูล 1 ม.ค. - 8 ธ.ค. 2567) ซึ่งส่วนนี้หากมีการวางแผนและเพิ่มการประชาสัมพันธ์เชิงรุกมากขึ้น เชื่อว่าปีหน้าอาจทำให้เราได้เห็นนักท่องเที่ยวกลับมาแตะ 40 ล้านคนได้

ขณะที่การดึงดูดการลงทุน ส่วนนี้ก็ต้องชื่นชมความพยายาม ของรัฐบาลในการดึงบิ๊กคอร์ป ยักษ์ใหญ่ของโลกในด้านเทคโนโลยี เข้ามาลงทุนในประเทศไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะโครงการ Data Center, Cloud Service, อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน EV, การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้มีตัวเลขการเข้ามาลงทุน เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับความพยายามในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน และหนี้ภาคธุรกิจ ที่เป็นเหมือนตัวฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในวันนี้ แม้ว่าการแก้ไขปัญหาหนี้ และตัวเลขหนี้สาธารณะยังมีแนวโน้มไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร แต่ก็เห็นถึงความพยายามของรัฐบาล โดยเฉพาะการรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคเอกชน ซึ่งหอการค้าฯ ขอบคุณรัฐบาลที่ได้ตอบรับข้อนำเสนอหลายมาตรการของเอกชน โดยหลักใหญ่ใจความสำคัญคือการเร่งแก้ไขหนี้ให้กับคนไทย โดยเฉพาะหนี้รถปิกอัพ ที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินของประชาชนไม่ให้ถูกยึด

รวมถึงการพิจารณาลด ยืดหนี้ของประชาชน ซึ่งได้นำมาสู่ นโยบายแก้หนี้ครัวเรือนของรัฐบาลในวันนี้ ส่วนนี้นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนแล้ว ยังจะช่วยสร้างโอกาสและลดความเลื่อมล้ำได้มาก

อย่างไรก็ตามจากที่รัฐบาลประกาศแผน 11 นโยบาย เพื่อ “โอกาส” ของคนไทย โดยแบ่งเป็น 5 นโยบายเร่งด่วนที่จะทำทันทีในปีหน้า ประกอบด้วย 1. โครงการ SML 2. หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน 3. ดิจิทัลวอลเล็ต 4. การแก้หนี้ครัวเรือน และ 5.บ้านเพื่อคนไทย

เมื่อผนวกกับ 6 นโยบายเชิงโครงสร้างระยะยาว ประกอบด้วย 1) การจัดการน้ำท่วม-น้ำแล้ง 2) การแก้ปัญหาหมอกควัน PM 2.5 3) ปัญหายาเสพติด 4) การทลายการผูกขาด 5) การแก้ปัญหาธุรกิจนอกระบบ และ 6) นโยบายการลงทุน ส่วนนี้หอการค้าฯ เชื่อว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาศและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทยได้อย่างแน่นอน

สำหรับปี 2568 หอการค้าไทย ยังประเมินเบื้องต้นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอาจไม่โดดเด่นไปมากกว่าปีนี้มากนัก เนื่องจากความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ปัญหาสงครามในหลายภูมิภาค ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

รวมทั้งยังขาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มี Impact ต่อระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อเป็นแรงส่งให้กับเศรษฐกิจในช่วงต้นปีแรกของปี 2568 ดังนั้นหอการค้าฯจึงอยากฝากให้รัฐบาลเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ โดยภาคเอกชนเห็นว่ารัฐบาลควรมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนและต้นทุนของผู้ประกอบการ

ตลอดจนการพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้เป็นไปตามกลไกคณะกรรมการไตรภาคี มาตรการส่งเสริมการลงทุน และการท่องเที่ยว ในจังหวัดที่มีศักยภาพ หรือจังหวัดที่เป็นเมืองรอง เพื่อกระจายรายได้ และความเจริญให้ทั่วถึง ซึ่งส่วนนี้จะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงรุก Soft Power ของรัฐบาล จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวปีหน้าให้เติบโตได้ก้าวกระโดด

ขณะเดียวกันโจทย์ใหญ่อย่างการแก้ไขปัญหาหนี้ก็จำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และพิจารณามาตรการเฉพาะในหนี้แต่ละประเภท ซึ่งส่วนนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล สถาบันการเงิน หน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน

ส่วนภาคการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังของปี 68 ยังมีความเสี่ยงจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้าส่งออกหลัก อาทิ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ เม็ดพลาสติก และยางล้อ ดังนั้น ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกันเตรียมความพร้อมรับมือเจรจาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาษีนำเข้าและส่งออกกับสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า

อย่างไรก็ตามต้องขอชื่นชมภาครัฐที่สามารถเจรจาความตกลงการค้าเสรีภายใต้ FTA-EFTA ระหว่างประเทศไทยและสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรปได้สำเร็จ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการค้า การส่งออกของไทยในอนาคต นอกจากนี้ ภาคเอกชนเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ เพื่อให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้ โดยดูแลการค้าให้เป็นธรรม ไม่เป็นตลาดที่ดัมพ์สินค้าไร้คุณภาพ ซึ่งจะทำลายตลาดระยะยาวของประเทศ

นายสนั่น กล่าวว่า ข้อเสนอสมุดปกขาว ทั้งจากหอการค้าไทย และ กกร.ที่ได้รวบรวมความคิดเห็นของภาคเอกชนทั่วประเทศ จัดทำเป็นข้อเสนอและแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนนี้รัฐบาลสามารถนำไปพิจารณา และปรับเป็นมาตรการที่เหมาะสมก็จะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถที่จะเดินหน้า ท้าทายกับความผันผวนของเศรษฐกิจปี 2568 ได้อย่างเข้มแข็ง และสามารถเติบโตได้เป้าหมายต่อไป โดยหอการค้าไทยและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินว่าจีดีพีปี 2568 อาจเติบโตได้ในกรอบ 2.8 - 3.2%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...