โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

นักวิชาการจี้รัฐบาลไทยเร่งช่วย เหยื่อค้ามนุษย์ริมน้ำเมย เผยเส้นทางเหยื่อจากยะไข่ผ่านไทยไปมาเลย์ฯ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ธ.ค. 2567 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2567 เวลา 03.41 น.

นักวิชาการจี้รัฐบาลไทยเร่งช่วยเหยื่อค้ามนุษย์ริมน้ำเมยหวั่นไทยตกอันดับจากเทียร์ 2 รองประธานชมรมโรฮิงญาเผยเส้นทางขนคนจากยะไข่มาเมียวดีก่อนใช้ไทยเป็นทางผ่านไปมาเลเซีย

ระหว่างวันที่ 16- 18 ธันวาคม 2567 Auschwitz Institute for the Prevention of Genocide and Mass Atrocities ได้จัดสัมมนาเชิงปฎิบัติการ สื่อสารมวลชนกับการนำเสนอความขัดแย้งและการทารุณกรรมหมู่ในบริบทการโยกย้ายถิ่นฐาน โดยพาสื่อมวลชนและนักวิชาการ 16 คนลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อเก็บข้อมูลข้อเท็จจริงในหลายประเด็น อาทิ แรงงานข้ามชาติ การค้ามนุษย์ในฝั่งเมียวดี

ผศ.ดร.ภาณุภัทร จิตเที่ยง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจในกลุ่มผู้สื่อข่าวทั้งด้านแนวคิดและการใช้คำ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้เห็นข้อเท็จจริงสถานการณ์จริงในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการเผยแพร่ข้อมูลโดยเฉพาะเรื่องของเพื่อนบ้านที่ส่งผลกระทบไทยโดยตรงซึ่ง อ.แม่สอดเป็นพื้นที่สำคัญ และมีผู้อพยพกลุ่มใหญ่ที่ได้รับผลกระทบและหลบหนีรัฐประหาร หลายคนเผชิญสภาวะที่ต้องดิ้นรน

“หลังจากลงพื้นที่ เราพบว่า มีความซับซ้อนของประเด็นปัญหามากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการโยกย้ายถิ่นฐานอย่างเดียวแต่มีเรื่องของการค้ามนุษย์ ที่ขบวนการค้ามนุษย์นำพาเหยื่อผ่านประเทศไทย ซึ่งน่ากังวลที่ไทยเป็นทางผ่าน หากเราไม่จัดการสถานการณ์เหล่านี้ ประเทศไทยนอกจากเสียชื่อเสียงเพราะประชาคมระหว่างประเทศกดดัน และเหยื่อการค้ามนุษย์เหล่านี้ต่างถามหาความช่วยเหลือ และคาดหวังให้ไทยมีศักยภาพช่วยเหลือและคุ้มครองที่ดี ไทยก็อาจต้องรับมือการเติบโตของเครือข่ายการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ” ผศ.ภาณุภัทร กล่าว

ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย กล่าวว่าเรื่องการค้ามนุษย์ไม่ใช่มีเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำเมย แต่พบเห็นได้บริเวณขอบชายแดนของประเทศไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีเศรษฐกิจพัฒนาน้อยกว่าเรา ไม่ว่าจะเป็นชายแดนพม่าและชายแดนลาวซึ่งเป็นเหมือนดินแดนที่มีการค้ามนุษย์ค่อนข้างสูง โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจำนวนมากไม่ได้มากจากประเทศไทย แต่เป็นชาวต่างชาติที่มาจากทั่วโลก

ประเทศเพื่อนบ้านที่มีระดับเศรษฐกิจต่ำกว่าเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ และยิ่งเป็นยุคที่โซเชียลมีเดียเข้าถึงทุกที่ ทำให้การชักชวนง่ายมาก ไม่จำเป็นต้องมีนายหน้าในหมู่บ้านเหมือนสมัยก่อนแต่ขบวนการค้ามนุษย์สามารถยิงตรงไปถึงชาวบ้านได้เลย เราจะเห็นว่าตอนนี้พ่อแม่บางส่วนไม่สามารถสื่อสารกับลูกตัวเองได้เพราะลูกติดโซเชียลมาก ทั้งๆที่การสื่อสารในครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมากพอ บางครอบครัวเด็กที่ถูกทิ้งอยู่กับปู่ย่าตายาย พ่อแม่เข้าไปหางานทำในเมือง เด็กเหล่านี้มีโอกาสตกเป็นเหยื่อสูงเพราะปู่ย่าตายายตามไม่ทันโลกโซเชียล”ดร.ศรีประภา กล่าว

ดร.ศรีประภา กล่าวถึง กรณีที่มีชาวต่างชาติถูกหลอกเข้ามาทำงานในแหล่งอาชญากรรมรอบประเทศไทยจำนวนมากว่า แม้การจัดการกับคนต่างชาติที่เหยื่อทำได้ยาก แต่ในทางมนุษยธรรมประเทศไทยก็ต้องรับผิดชอบเพราะเหยื่อจำนวนไม่น้อยถูกหลอกโดยผ่านประเทศไทย และฐานะของประเทศไทยเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านแล้วมีความพร้อมมากกว่า

“ใครก็ตามที่ถูกหลอกและรัฐไทยอยู่ฐานะที่จะช่วยได้ ก็ต้องรีบช่วยพวกเขา เรารู้อยู่ว่าทุกปี อเมริกาออกรายงาน ปีนี้ไทยอาจต้องกังวลว่าจะถูกลดเกรดจากเทียร์ 2 ดังนั้นหากรัฐไทยช่วยเหยื่อค้ามนุษย์เหล่านี้ได้ก็ควรเร่งช่วย”อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว

ด้านนายสุไรมาน พฤฒิมณีรัตน์ รองประธานชมรมโรฮิงญาประเทศไทย (Association Rohingya Thailand ) ซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายโรฮิงญา ได้เป็นวิทยากรให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนที่เข้าร่วมอบรมเชิงปฎิบัติการครั้งนี้ว่า

การสู้รบระหว่างกองทัพพม่าและกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) ทำให้ชาวโรฮิงญาที่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ซึ่งเป็นรัฐทางภาคตะวันตกของพม่าได้รับผลกระทบ โดยตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาได้มีการตัดสัญญาณในรัฐยะไข่ ทำให้ไม่ทราบว่าขณะนี้เกิดอะไรขึ้น แต่ทราบว่าสถานการณ์เลวร้ายมากโดยมีชาวโรฮิงญาไร้ที่อยู่อาศัย 1.2-1.3 แสนคน โดย AA พยายามโฆษณาชวนเชื่อว่ามีการช่วยเหลือชาวโรฮิงญา แต่จริงๆแล้ว AA พยายามขับไล่ชาวโรฮิงญาออกจากหมู่บ้านและมีการยึดทรัพย์สิน ขณะนี้มีคนตายเพราะขาดสารอาหารหลายร้อยคน ชาวโรฮิงญาจึงต้องหนีไปอยู่ที่อื่นหรือหนีออกนอกประเทศ ขณะที่ทหารพม่าพยายามเอาชาวโรฮิงญาไปเป็นทหารพม่าโดยมีการจับตัวไปอย่างไม่สมัครใจและส่งให้ไปอยู่แนวหน้า มีกว่า 200 คนเมื่อออกไปอยู่แนวหน้าออกรบได้เสียชีวิตทั้งหมดเพราะคนเหล่านี้ไม่ได้รับการฝึกฝนให้เป็นทหาร

นายสุไรมานกล่าวว่า ตามหมู่บ้านที่มีทหารพม่า เมื่อทหาร AA บุกเข้าโจมตีก็จะเหมารวมฆ่าชาวโรฮิงญาไปด้วย เพราะ AA มีความเกลียดชังโรฮิงญาอยู่แล้ว ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ทำให้ไม่มีใครอยู่ต่อได้ บางพื้นที่ในหมู่บ้านแถวชายแดนยะไข่แม้ไม่มีการสู้รบ แต่ชาวโรฮิงญาก็ออกมาหากินไม่ได้ พวกขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น เมื่อมีคนไปบอกว่าหากเดินทางไปประเทศมาเลเซียแล้วชีวิตดีขึ้น พวกเขาจึงพยายามดิ้นรนไปที่มาเลเซีย

“นายหน้าจะมากันหลายรอบ เขาวางระบบไว้ก่อนแล้ว เขาบอกว่าไปโดยไม่เสียเงิน ให้ไปถึงก่อนแล้วค่อยเก็บเงิน แต่จริงๆแล้วนายหน้าได้สืบข้อมูลไว้ก่อนว่าเหยื่อมีที่ดิน หรือมีทรัพย์สินหรือไม่ ใครมีญาติที่มีเงินบ้าง เมื่อเหยื่อถูกหลอกไปแล้ว เขาก็ให้เหยื่อโทรกลับมาขอเงินเหมือนการเรียกค่าไถ่กับญาติ มิเช่นนั้นเหยื่อกูถูกกักขับอยู่ในอาคารริมแม่น้ำเมยฝั่งเมียวดี”นายสุไรมาน กล่าว

นายสุไรมาน กล่าวว่า ขณะที่สถานการณ์ในแคมป์ที่พักพิงชาวโรฮิงญาในประเทศบังคลาเทศก็มีปัญหานี้เช่นกัน โดยช่วงแรกที่ทั่วโลกยังให้ความสนใจก็จะมีการส่งต่อความช่วยเหลือจำนวนมาก แต่พอเวลาผ่านไปโดยเฉพาะภายหลังที่เกิดสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ทำให้ความช่วยเหลือลดลงไปมากจนไม่เพียงพอในการใช้ชีวิตประจำวัน แม้รัฐบาลพม่าบอกว่าจะรับผู้หนีภัยชาวโรฮิงญากลับคืนมา แต่ก็ไม่มีอะไรการันตี จึงทำให้ผู้อพยพเหล่านี้หนีออกนอกประเทศ

นายสุไรมาน กล่าวว่า สำหรับเส้นทางการค้ามนุษย์ที่ชาวโรฮิงญาถูกพาตัวมานั้น มีทั้งทางรถและทางเรือ โดยทางรถจากยะไข่มาแวะพักที่เมืองปะเตงก่อนไปที่กรุงย่างกุ้งและต่อไปที่เมืองพะอันก่อนจะไปยังจุดแวะพักที่ริมแม่น้ำเมยเมืองเมียวดี ส่วนทางเรือนั้นคือนั่งเรื่องจากรัฐยะไข่มาที่เมืองมะละแหม่งในรัฐมอญก่อนไปยังเมืองพะอันและเมียวดี หลังจากนั้นใครมีเงินก็ถูกส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซียโดยผ่านประเทศไทย โดยทั้งหมดจะเสียค่าหัว 70,000-150,000 บาท

“เมื่อก่อนมีแค่นายหน้าที่เป็นทหารเรื่องของพม่าร่วมมือกับขบวนการค้ามนุษย์กลุ่มนี้ แต่หลังจากเกิดรัฐประหารในพม่า มีรูปแบบใหม่เกิดขึ้น คือมีทั้งทหารพม่าพม่าและทหารกองกำลังชาติพันธุ์บางกลุ่ม มีการช่วงต่อกันเป็นทอดๆ แม้แต่ทหาร AA ก็เข้ามาร่วมส่วนแบ่งค่าหัวตรงนี้ด้วย ช่วงที่เกิดการสู้รบกันหนักๆในเมืองเมียวดี ปรากฏว่ามีการพาชาวโรฮิงญาเข้ามาเยอะมาก แสดงว่ามีกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์บางส่วนได้เข้าอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ด้วย มีการเช่าพื้นที่ไว้สำหรับเก็บตัวชาวโรฮิงญา เป็นบ้านที่รั้วสูง คาดว่าตอนนี้มีชาวโรฮิงญาถูกขนมาไว้แถวเมียวดีประมาณ 1,500-2,000 คน และแต่ละวันมี 50-100 คนถูกส่งเข้ามาในประเทศไทยเพื่อส่งต่อไปยังมาเลเซีย”นายสุไรมาน กล่าว

รองประธานชมรมโรฮิงญาแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ขณะนี้ผู้อพยพชาวโรฮิงญาส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและผู้หญิงโดยผู้หญิงร้อยละ 80% ต้องการไปแต่งงานกับคนโรฮิงญาในมาเลเซียซึ่งเดินทางมาก่อนหน้านั้น

“การข้ามจากเมียวดีมาฝั่งไทยโดยการนั่งเรือผ่านท่าข้ามช่องทางธรรมชาติโดยมีนายหน้าคนไทยพาเดินผ่านไร่อ้อย ทั้งหมดข้ามในเวลากลางคืน ใช้รถรถกระบะบ้าง รถตู้บ้าง พาเดินทางไปยังจุดพักใหญ่อยู่ชานเมือง กทม. จากนั้นก็พาเดินทางต่อไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อข้ามไปมาเลเซีย ทั้งๆที่ความจริงแล้วตอนนี้มาเลเซียจับหนักกว่าประเทศไทยอีก”นายสุไรมาน กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการจี้รัฐบาลไทยเร่งช่วย เหยื่อค้ามนุษย์ริมน้ำเมย เผยเส้นทางเหยื่อจากยะไข่ผ่านไทยไปมาเลย์ฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...