โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรากฏการณ์ Hemmaflickvän หรือ Soft Girl ของสาวๆ สวีเดน ที่เบิร์นเอาต์จน ‘ลาออก’ มาเป็น ‘แฟนสาว’ ให้แฟนเลี้ยง ที่ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าก้าวหน้า หรือกลับสู่ค่านิยมเดิม

Mirror Thailand

อัพเดต 24 ธ.ค. 2567 เวลา 02.24 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2567 เวลา 02.24 น.
ภาพไฮไลต์

หากเชื่อจริงๆ ว่า ผู้หญิงควรทำได้ทุกอย่างที่อยากทำ และควรเป็นได้ทุกอย่างที่อยากเป็น โดยไม่เอาเรื่องเพศสภาพมาตัดสินกัน ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะผู้หญิงจะเลือกเส้นทางชีวิตแบบไหนก็ควรได้รับความเคารพในการตัดสินใจของพวกเธอ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่ทำงานเก่งและหาเงินเลี้ยงดูตัวเองได้ หรือผู้หญิงที่อยู่ในสถานะคนรักที่ถูกเลี้ยงดูโดยป๊ะป๋า ซึ่งใช้ร่างกายแลกเงิน แบบเพลง ฟ้ารักพ่อ หรือผู้หญิงที่รักในการดูแลบ้าน ดูแลแฟน ดูแลลูก และเรียกตัวเองว่าเป็น แม่บ้าน หรือจะผู้หญิงที่เคยเป็นสาวทำงานแต่วันหนึ่งก็ ‘เลือก’ ลาออกจากงาน เพื่อมาอยู่บ้านดูแลแฟนและให้แฟนดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายแทน อย่างเช่น Hemmaflickvän หรือSoft Girl คำนิยามล่าสุดของสาวสวีเดน ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีความเท่าเทียมทางเพศอย่างมาก เช่น เป็นประเทศที่ให้สิทธิการขอลาคลอดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงถึง 480 วัน เพื่อส่งเสริมให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแลลูก และผลักดันให้คนทุกเพศได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม ทั้งโอกาสทางอาชีพ การศึกษา สุขภาพ และเศรษฐกิจ ทั้งยังมีกฎหมายรองรับ LGBTQ+ อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะสมรสเท่าเทียม หรือ การเป็นประเทศแรกในโลกที่ให้เปลี่ยนเพศได้ตามกฎหมาย ฯลฯ

นั่นทำให้นี่เป็นประเด็นที่คนถกเถียงกันเมื่อไม่นานมานี้ เพราะขณะที่ประเทศดูจะเป็นมิตรต่อเรื่องความเท่าเทียมทางเพศอันดับต้นๆ ของโลก แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้หญิงสวีเดนกลับออกมานิยามตัวเองว่าเป็น Hemmaflickvän หรือ Soft Girl โดยพวกเธอเลือกกลับไปใช้ชีวิตในแบบที่ไปในทางเดียวกับค่านิยมในอดีตที่ผู้หญิงมีหน้าที่ดูแลบ้าน และผู้ชายมีหน้าที่หาเงินเลี้ยงดู แต่ความน่าสนใจคือทางเลือกนี้เกิดขึ้นจากมุมมองที่ต่างกันออกไป เพราะในอดีต ผู้หญิงถูกทำให้เชื่อว่าตัวเองขาดความสามารถในการทำงานนอกบ้าน และควรต้องเป็นแม่บ้าน ‘เท่านั้น’ และต้องอยู่ในสถานะช้างเท้าหลังอย่างจำใจ แต่ในวันนี้ ไม่ใช่แบบนั้นเสมอไปอีกแล้ว เพราะผู้หญิงหลายคนรู้และเข้าใจถึงศักยภาพของตัวเอง เข้าใจทางที่กำลังจะเลือก และเลือกที่จะอยู่บ้านด้วยตัวเอง ไม่มีใครมาชี้นิ้วสั่งพวกเธอ

ยกตัวอย่างสาวคนหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากจากการเป็น Soft Girl นั่นคือ Vilma Larsson วัย 25 ปี ที่ก่อนหน้านี้ทำงานมาสารพัดสิ่ง ตั้งแต่ทำงานที่ร้านขายของชำ care home และโรงงาน แต่แล้วเธอก็ลาออกจากงานเพื่อมาเป็นแฟนสาวที่อยู่ดูแลบ้าน ซึ่งเธอก็ออกมาแชร์ประสบการณ์ว่า เธอไม่เคยรู้สึกมีความสุขมากเท่านี้มาก่อนเลย

Vilma Larsson อยู่กับแฟนหนุ่ม Edvin Cederqvist โดยทั้งคู่ก็เป็นคู่รักปกติทั่วไปที่เคยแชร์ค่าใช้จ่ายต่างๆ เท่าๆ กัน บางกรณีเธอก็จ่ายเงินมากกว่า จนถึงวันที่ทั้งคู่ตกลงกันอย่างเข้าใจว่า จะเลือกชีวิตแบบนี้ ที่คนหนึ่งคอยดูแลบ้าน และอีกคนคอยหาเงินเลี้ยงดูทุกๆ เดือน เพราะเธอรู้สึก ‘เหนื่อยล้า’ กับการทำงาน โดยเธอกล่าวว่า “ฉันคิดว่ามีผู้หญิงจำนวนมากที่รู้สึกหมดไฟจากงานของพวกเธอ และฉันก็แค่คิดถึงแม่ของฉัน ยายของฉัน และพี่น้องของฉัน ทุกๆ คนมักจะเครียดกันมากๆ อยู่เสมอ” ซึ่งทางเลือกนี้ของเธอ เธอก็ยอมรับว่า เธออยู่ในจุดที่มี privilege ที่จะเลือกชีวิตแบบนี้อย่างเต็มใจได้ เพราะต้องยอมรับว่าผู้หญิงแต่ละคนก็มีเงื่อนไขในชีวิตที่ต่างกันออกไป

อย่างไรก็ตามการที่ Vilma Larsson ทำคอนเทนต์แชร์ไลฟสไตล์จนมียอดคนกดไลก์หลายแสนคน ก็เกิดการดีเบตขึ้นในสวีเดน หลายคนแสดงความเป็นห่วง และคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ทำให้ความเท่าเทียมในประเทศถอยหลังไปหลายก้าว อย่างการสำรวจขนาดใหญ่โดย Ungdomsbarometern ของสวีเดน ก็พบว่า 14% ของเด็กอายุ 7-14 ปี นิยามตัวเองว่าเป็น Soft Girl แล้ว! นั่นหมายถึงเด็กๆ เริ่มไม่อยากทำงาน เริ่มไม่ฝันถึงความฝันของตัวเอง และเริ่มคิดจะหวังพึ่งผู้ชาย โดยได้รับอิทธิพลมาจากสาว Soft Girl ในประเทศคนอื่นๆ ซึ่งก็อาจเป็นปัญหาในอนาคตเกี่ยวกับวิธีคิดของพวกเธอ ที่ไม่ได้คิดหน้าคิดหลังเรื่องการดูแลตัวเองเสียเท่าไหร่ เพราะแน่นอน เราไม่สามารถรู้ได้ว่า เราจะอยู่กับผู้ชายตรงหน้าไปอีกนานแค่ไหน และหากเราไม่มีความมั่นคงทางการเงินด้วยตัวเอง บางคนอาจออกจากความสัมพันธ์นั้นไม่ได้เพราะยังต้องพึ่งพาอีกฝ่าย แม้อีกฝ่ายจะทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ถ้ามองแบบนี้ ก็ถือเป็นประเด็นที่น่าคิดตามและน่าเป็นห่วงไม่น้อย

ขณะเดียวกัน อีกส่วนหนึ่งก็มองว่า นี่มันก็เป็นทางเลือกเลือกและสิทธิของพวกเธอที่ควรจะเลือกได้เองว่าจะเป็นผู้หญิงที่ออกไปทำงานนอกบ้าน หรือทำงานในบ้าน เพียงแต่เราคิดว่า อาจต้องอาศัยการให้ความรู้และความเข้าใจต่อผู้หญิงทุกคนว่า นี่เป็นทางเลือกที่เลือกได้ก็จริง แต่บางครั้งการคิดหน้าคิดหลังเรื่องความมั่นคงทางการเงินของตัวเองไว้ก่อน ก็เป็นสิ่งที่คิดไว้เผื่อๆ ก็ไม่เสียหาย ในวันที่เรื่องของความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และหากคิดต่อไปถึงระดับกฎหมาย จริงๆ การเป็นแม่บ้านอยู่บ้าน จะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น หากมีกฎหมายช่วยเหลือพวกเธออย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่า Housework is Real Work ที่ควรถูกคุ้มครองเหมือนการทำงานอาชีพอื่นๆ และไม่ว่าจะเพศไหน ก็สามารถเลือกจะทำ Housework ได้เช่นกัน ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเสมอไป และคงดีหากเราเห็น Soft Boy เกิดขึ้นบ้างเช่นกัน

อ้างอิง:

https://www.bbc.com/news/articles/c0j1wwypygxo

https://swedenherald.com/article/the-softgirl-trend-in-sweden

https://www.svt.se/nyheter/lokalt/skane/soft-girl-jag-far-betalt-av-min-kille-varje-manad

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...