โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

มอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ หนุนอสังหาฯเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ย. 2562 เวลา 02.56 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2562 เวลา 10.39 น.

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูมิภาคครึ่งแรกปี 2562 ภาคตะวันตก ถือเป็นภาคที่มีการโอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด แบ่งเป็นแนวราบอยู่ที่ 4,659 หน่วย อาคารชุด 697 หน่วย รวมอยู่ที่ 5,356 หน่วย โดยมีเพียงจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ที่โดดเด่นในธุรกิจกลุ่มนี้ และจังหวัดเพชรบุรีติด 1 ใน 5 อันดับจังหวัดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดสูงสุด ด้วยจำนวน 398 หน่วย มีมูลค่ากว่า 989 ล้านบาท (ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอชะอำ เมืองเพชรบุรี และบ้านแหลม) และคาดว่าจะมีโอกาสที่ดีในอนาคตหากเกิดการปรับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

“ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์” ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. กล่าวว่า จากการสำรวจช่วงศรึ่งแรกปี 2562 โดยนับเฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย ของภาคตะวันตกใน 2 จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ พบว่าภาพรวมซัพพลายเหลือขาย ณ ครึ่งหลังปี 2561 กระจายตัวอยู่ประมาณ 6,295 หน่วย แบ่งเป็น เพชรบุรี 4,011 หน่วย ประจวบคีรีขันธ์ 2,284 หน่วย เฉลี่ยเป็นคอนโดฯ 59% อีก 41% เป็นบ้านแนวราบ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว 28% ทาวน์เฮาส์ 4% บ้านแฝด 4% และอื่น ๆ มีเปิดใหม่ในครึ่งแรกของปี 2562 ประมาณ 2,010 หน่วย ขายออกไปแล้ว 1,595 หน่วย ทำให้เหลือขายรวม 6,710 หน่วย

“ภาพรวมตลาดอาคารชุดกว่า 1,953 หน่วย มียอดขายอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นหลัก ถัดมาเป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ 105 หน่วย ราคาอยุู่ที่ 2-3 ล้านบาทเป็นหลัก ส่วนบ้านเดี่ยว 584 หน่วย ที่ส่วนมากขายได้ในจังหวัดเพชรบุรี ด้านหน่วยที่ขายได้ใหม่ 1,595 หน่วย พบว่าเป็นปริมาณคอนโดฯ มากถึง 900 กว่าหน่วย และเกือบ 800 หน่วย ขายอยู่ในจังหวัดประจวบฯ บ้านแนวราบและบ้านเดี่ยว 240 หน่วย รวมทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด หรืออาคาพาณิชย์ ขณะที่บ้านแนวราบและบ้านเดี่ยวขายอยู่ที่เพชรบุรีเพียง 167 หน่วย สังเกตว่าเมื่อเทียบกับสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา เพชรบุรีขายได้ลดลงกว่าเดิมเล็กน้อย ติดลบไปประมาณ 1.5% แม้ว่าจะดีกว่าประจวบคีรีขันธ์ แต่ประจวบคีรีขันธ์กลับขายดีกว่า และส่วนใหญ่จะขายอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในย่านเขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟ ราคาขายมากสุดอยู่ที่ 2-3 ล้านบาท และ 3-5 ล้านบาท”

ขณะที่ภาพรวมตลาดบ้านจัดสรรและอาคารชุด มีจำนวนโครงการและจำนวนหน่วยที่อยู่ระหว่างขายทั้งหมด (total supply) ในจังหวัดเพชรบุรีเป็นบ้านจัดสรร 1050 หน่วย อาคารชุด 3,101 หน่วย รวม 4,151 หน่วย ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นบ้านจัดสรร 2,262 อาคารชุด 1,741 หน่วย รวม 4,003 หน่วย ฉะนั้น จำนวนหน่วยที่อยู่ระหว่างขายของ 2 จังหวัด ทั้งบ้านจัดสรรและอาคารชุดอยู่ที่ 8,154 หน่วย โดยเป็นสัดส่วนอาคารชุด 4,842 หน่วย บ้านเดี่ยว 2,325 หน่วย ทาวน์เฮาส์ 403 หน่วย บ้านแฝด 288 หน่วย อาคารพาณิชย์ 130 หน่วย และที่ดินเปล่า 166 หน่วย

ทั้งนี้ ประมาณการอุปทานเหลือขายที่อยู่อาศัยในตลาด ภาคตะวันตก ปี 2563 ภาคตะวันตก มีจำนวนหน่วยเหลือขาย ณ ปี 2563 ประมาณ 4,566 หน่วย บ้านจัดสรรมีประมาณ 1,824 หน่วย คิดเป็น 39.9% อาคารชุดมีประมาณ 2,742 หน่วย คิดเป็น 60.1% หน่วยที่มีมากที่สุด คือ อาคารชุด 60.1% รองลงมาเป็น บ้านเดี่ยว 29.3% ทาวน์เฮาส์ 5.1% บ้านแฝด 4.0% ที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์ จังหวัดเพชรบุรีมีจำนวนหน่วยเหลือขาย ประมาณ 2,914 หน่วย เป็นบ้านจัดสรร 651 หน่วย คิดเป็น 22.3% อาคารชุด 2,263 หน่วย คิดเป็น 77.7% หน่วยมากที่สุดคือ อาคารชุด 77.7% รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว 18.8% ทาวน์เฮาส์ 2.2% บ้านแฝด 0.7% ที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีจำนวนหน่วยเหลือขาย ประมาณ 1,652 หน่วย เป็นบ้านจัดสรร 1,173 หน่วย คิดเป็น 71.0% อาคารชุด 479 หน่วย คิดเป็น 29.0% หน่วยที่มีมากที่สุด คือ บ้านเดี่ยว 47.8% รองลงมาเป็นอาคารชุด 29.0% ทาวน์เฮาส์ 10.2% บ้านแฝด 9.8% ที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์

“พราวพุธ ลิปตพัลลภ” กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) บอกว่า ตลาดอสังหาฯระดับลักเซอรี่ระหว่างพื้นที่ชะอำ หัวหิน ปราณบุรี เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนเพราะมีอยู่น้อยมาก อย่างพื้นที่หัวหิน ปัจจุบันมีขายอยู่เพียง 3 โครงการ มีขายมาตั้งแต่ปี 2561 มีการลงทุนจากดีเวลอปเปอร์ชาวต่างชาติเข้ามาบ้าง โดยเป็นกลุ่มลูกค้าจากประเทศเดียวกันกับดีเวลอปเปอร์ที่มาลงทุน ซึ่งทางจังหวัดพยายามจะจัดอีเวนต์ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นสปอร์ตเฟสติวัล รวมไปถึงอินฟราสตรักเจอร์ด้านต่าง ๆ เพื่อจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้กับจังหวัดที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังแคบอยู่

“เชื่อว่าอินฟราสตรักเจอร์หรือโครงสร้างต่าง ๆ ที่จะเข้ามา หรือที่จะเกิดขึ้นที่หัวหิน จะสามารถขยายโอกาสได้ เช่น โครงการมอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ ขยายการจราจรทำให้ผู้คนสัญจรไปมาได้สะดวกขึ้น โครงการขยายรันเวย์หัวหินของกรมท่าอากาศยาน ซึ่งสายการบินกำลังมีการศึกษาเที่ยวบินเพิ่มจากที่มีไฟลต์บินจากมาเลเซียเพียงเที่ยวเดียว ภายใน 3 ปีต่อจากนี้จะมีคนแห่ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้น และการลงทุนอยู่ที่ความสามารถในการหาที่ดิน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...