โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปดีล ‘ทีเอ็มบี-ธนชาต’ รวมกันแล้วใหญ่ขนาดไหน 

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 ก.ย 2562 เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2562 เวลา 03.00 น. • The Bangkok Insight

ปิดจ๊อบเป็นที่เรียบร้อยสำหรับบิ๊กดีลแห่งปีระหว่าง “ธนาคารทหารไทย (TMB)”และ “ธนาคารธนชาต (TBANK)” กับแผนควบรวมกิจการเป็นธนาคารเดียว ซึ่งมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการแล้วว่า TMB จะใช้เงินทุนราว 1.3 – 1.5 แสนล้านบาท เข้าซื้อหุ้น TBANK ภายในเดือนธันวาคมนี้ และกระบวนการทั้งหมดคาดจะเสร็จสิ้นราวกลางปี 2564 

เนื่องจากนี้เป็นดีลธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน เพื่อสรุปกระบวนการต่างๆ แบบเข้าใจง่ายๆ การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งนี้ จะเป็นธนาคารธนชาติที่ต้องเป็นฝ่ายปรับโครงสร้างธุรกิจ เพราะมีขนาดสินทรัพย์มากกว่า 

ลำดับแรก บมจ. ทุนธนชาต (TCAP) ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน TBANK จะทำการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ด้วยขายหุ้น TBANK ที่ถืออยู่ 51.01% ให้กับ TMB

ขณะเดียวกัน TMB ต้องเตรียมหาเงินทุนผ่านการออกหุ้นกู้ ออกตราสารหนี้ หรือการเสนอขายหุ้นสามัญ เพื่อนำเงินมาซื้อหุ้น TBANK จาก TCAP จบครบทั้งหมด จากนั้น TCAP ถึงจะนำเงินส่วนที่ได้กลับมาซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ TMB เพื่อร่วมเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่นั่นเอง

แปลว่าเมื่อเกิดธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่ขึ้นมา เบื้องต้นโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ จะมีหน้าตาเป็นดังนี้ 

  • ING (ผู้ถือหุ้นเดิมจาก TMB) จำนวน 21.3%
  • ทุนธนชาต หรือ TCAP (ผู้ถือหุ้นเดิมจาก TBANK) จำนวน 20.4%
  • กระทรวงการคลัง (ผู้ถือหุ้นเดิมจาก TMB) จำนวน 18.4%
  • สโกเทียแบงก์ หรือ BNS (ผู้ถือหุ้นเดิมจาก TBANK) จำนวน 5.6%
  • ผู้ถือหุ้นรายย่อย จำนวน 34.3%

TMB รวมกับ TBANK แล้วจะใหญ่ขนาดใหญ่ 

สิ่งที่หลายคนให้ความสนใจก็คือ หากเกิดการรวมกัน (Synergy) สำเร็จแล้ว จะส่งผลต่ออะไรบ้าง ทั้งในแง่ธุรกิจของธนาคารเองและธนาคารพาณิชย์คู่แข่งอื่นๆ ที่อยู่ในตลาด เพื่อให้เห็นภาพกันแบบชัดๆ เราจึงขอสรุปตัวเลขสำคัญของทั้ง 2 ธนาคารมาฝากไว้เป็นข้อมูลกัน

                                                                                                     *ข้อมูลจากผลดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรก 2562 

เมื่อการควบรวมธนาคารจบลง เราคงจะได้เห็นธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่ ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมแบบ Double Size ด้วยขนาดสินทรัพย์แตะระดับ 2 ล้านล้านบาทได้ไม่ยาก ซึ่งจะใหญ่เป็นอันดับ 6 รองจากธนาคารไทยพาณิชย์, กสิกรไทย, กรุงเทพ, กรุงไทย และกรุงศรีอยุธยา 

การรวมกันครั้งนี้ยังสร้างความแข็งแกร่ง ที่มากขึ้นทั้งจำนวนลูกค้าและโอกาสทางการตลาด เนื่องจากธนาคารทหารไทยมีความเชี่ยวชาญในการระดมเงินฝากและแพลตฟอร์มดิจิทัลการเงิน ขณะที่ธนาคารธนชาตก็เองก็มีจุดเด่นในตลาดสินเชื่อ จึงน่าจะทำให้ทั้งคู่สามารถนำจุดแข็งมาเกื้อหนุนธุรกิจกันได้มากทีเดียว 

ส่วนคำถามที่ว่าธนาคารแห่งใหม่จะใช้ชื่อว่าอะไรนั้น ประเด็นนี้คงต้องรอให้คณะกรรมการพิจารณาพิจารณาอีกสักพัก ซึ่งผู้บริการของทั้ง 2 ฝั่ง ก็ออกมายืนยันแล้วว่า ชื่อใหม่จะต้องสะท้อนBrand Values ที่ชัดเจนของทั้ง 2 ธนาคารได้อย่างชัดเจน 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...