โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ซีวิลเอนจีเนียริง’ ชูจุดเด่นเทคโนโลยี-นวัตกรรม ส่งมอบ'มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช' เร็วกว่าแผน 9 เดือน

Wealthy Thai

อัพเดต 27 ม.ค. 2563 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2563 เวลา 04.07 น. • wealthythai

‘ซีวิลเอนจีเนียริง’ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาแบบครบวงจรที่มีประสบการณ์การทำงานกว่า 50 ปี  ชูจุดเด่นผู้บริหารคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ นำหลักบริหารการจัดการสมัยใหม่เข้ามาขับเคลื่อนองค์กร พร้อมใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมก่อสร้างขั้นสูง ผนวกกับประสบการณ์การทำงานของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ บริหารโครงการที่มีประสิทธิภาพและส่งมอบงานได้อย่างรวดเร็ว (Economy of Speed) เพื่อผลักดันการเติบโตที่ยั่งยืน ล่าสุด โชว์เคสความสำเร็จโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง บางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา สัญญาที่ 29, 30 และ 31 ส่งมอบงานเร็วกว่ากำหนด 9 เดือน
นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาแบบครบวงจรที่มีประสบการณ์การทำงานกว่า 50 ปี (ในปัจจุบันนายปิยะดิษฐ์ เป็นผู้บริหารรุ่นที่สาม ต่อจากที่รุ่นคุณปู่ และคุณพ่อได้ริเริ่มไว้) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ใช้จุดแข็งทีมผู้บริหารคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตและร่วมขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้า ด้วยการพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานคมนาคมและสาธารณูปโภค ผ่านหลักบริหารงานภายใต้แนวคิดค่านิยม C-I-V-I-L เน้นความยึดมั่นที่จะทำตามสัญญา (C-Commitment) ซื่อสัตย์โปร่งใส  (I-Integrity) ให้ความสำคัญกับผู้อื่น (V-Value People) นำนวัตกรรมและเทคโนโลยี (I-Innovation) มาใช้ในการก่อสร้าง และส่งเสริมการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด (L-Learning) ของบุคลากร เพื่อส่งมอบงานที่มีคุณภาพภายใต้กรอบสัญญาที่กำหนด และช่วยยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยก้าวสู่ระดับสากล
ทั้งนี้ การดำเนินงานของบริษัทฯ จะใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากบุคลากรที่เป็นคุณภาพ และนำเทคโนโลยีก่อสร้างขั้นสูงพร้อมการบริหารจัดการ Supply Chain อย่างครบวงจร มาสนับสนุนการบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งมอบงานได้ตามกำหนด โดยมีฐานการผลิตพร้อมสนับสนุนดำเนินโครงการ ได้แก่ เหมืองหินที่ได้รับประทานบัตร โรงงานแอสฟัลท์ติก โรงงานคอนกรีต โรงผลิตชิ้นส่วนคอสะพานสำเร็จรูป กระจายอยู่ในหลายภูมิภาครวมทั้งหมดกว่า 10 แห่ง และมีศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องจักรรวม 4 แห่ง พร้อมเปิดกว้างความร่วมมือพันธมิตรทางธุรกิจกับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมโยธาและการบริหารจัดการระหว่างกัน ช่วยผลักดันซีวิลเอนจีเนียริงก้าวเป็นบริษัทก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทยที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน  
ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี บริษัทฯ เข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศและระบบสาธารณูปโภคมากกว่า 1,000 โครงการ คิดเป็นมูลค่าจากอดีตจนปัจจุบันรวมกว่า 40,000 ล้านบาท ประกอบด้วย การก่อสร้างทางยกระดับ สนามบิน รถไฟทางคู่ เขื่อนและอ่างเก็บน้ำ เช่น สะพานต่างระดับรัชวิภา ซึ่งเป็นสะพานต่างระดับงานแรกของประเทศไทย,  ทางแยกต่างระดับห้าแยกน้ำกระจายทางหลวงหมายเลข 407 ตัดทางหลวงหมายเลข 408 ตัดทางหลวงหมายเลข 414 จังหวัดสงขลา, โครงการก่อสร้างสนามบินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช และร้อยเอ็ด, โครงการพระราชดำริในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ได้แก่ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา, โครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) ในพื้นนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จ.สงขลา    
“เรามีปณิธานในการทำหน้าที่ ‘ผู้สร้าง’ จากการใช้ความเชี่ยวชาญในด้านวิศวกรรมโยธาครบวงจร และนำเทคโนโลยีและการจัดการสมัยใหม่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงการ เพื่อยกระดับซีวิลเอนจีเนียริงเป็นบริษัทก่อสร้างชั้นนำของไทย ที่มีส่วนร่วมพัฒนาประเทศและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยให้ยั่งยืนต่อไป” นายปิยะดิษฐ์ กล่าว           

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน มูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร สัญญาที่ 2 ช่วงบางสะพานน้อย-ชุมพร,โครงการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน พัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ–หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 2-1 งานโยธาสำหรับช่วง สีคิ้ว –กุดจิก และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร โดยโครงการนี้บริษัทฯได้รับงานก่อสร้างรวม 4 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 16 และ สัญญา 29, 30 และ 31 บริเวณเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อก่อสร้างทางยกระดับมอเตอร์เวย์ ขนาด 4 เลน
ปัจจุบัน บริษัทฯ ส่งมอบงานก่อสร้างในสัญญาที่ 29, 30 และ 31 ได้ภายในระยะเวลา 2 ปี 3 เดือน จากสัญญาที่ระบุไว้ 3 ปี หรือ เร็วกว่ากำหนดถึง 9 เดือน แม้พื้นที่ก่อสร้างจุดนี้ มีความท้าทายด้านงานวิศวกรรมโยธา เนื่องจากสภาพพื้นที่ก่อสร้างเป็นชั้นหิน แนวเส้นทางบางช่วงเป็นเหวลึกและพาดผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำใต้ดิน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ใช้ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมาผนวกกับการบริหารจัดการที่ดี จึงสามารถส่งมอบงานให้แก่กรมทางหลวงได้ก่อนกำหนด
“การก่อสร้างมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช เป็นอีกโครงการที่เราภาคภูมิใจในการเข้าร่วมพัฒนา แม้พื้นที่ดำเนินการก่อสร้างภายใต้ความรับผิดชอบของเราเป็นจุดที่ยากที่สุดของโครงการนี้ แต่ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเราก็ทำสำเร็จด้วยการส่งมอบงานได้เร็วกว่ากำหนด เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เป็นเส้นทางเดินทางไปสู่ภาคอีสานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” นายปิยะดิษฐ์ กล่าว
สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญเร่งด่วนที่ถูกบรรจุอยู่ในแผนแม่บททางหลวงพิเศษระหว่างเมือง โดย กรมทางหลวง เปิดให้ภาคเอกชนร่วม ลงทุนในกิจการรัฐ (PPP Fast Track) เพื่อผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ให้สำเร็จเป็นรูปธรรมและแก้ไขปัญหาการจราจรในเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...