โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัดเส้าหลินยืนหยัด ถูกเผาหลายครั้งฝีมือคนจีนเอง ก่อนได้เป็นมรดกโลก

Khaosod

อัพเดต 11 พ.ค. 2562 เวลา 05.49 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2562 เวลา 05.49 น.
ZHENGZHOU, CHINA - JULY 07: (Photo by Wang Zhongju/China News Service/VCG)

วัดเส้าหลินยืนหยัด ถูกเผาหลายครั้งฝีมือคนจีนเอง ก่อนได้เป็นมรดกโลก

วัดเส้าหลินยืนหยัด เซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ เผยแพร่บทความแสดงความคิดเห็นและข้อมูลจาก Wee Kek Koon  ถึงประวัติความเป็นมาของวัดเส้าหลินของจีนว่าอยู่รอดถึงปัจจุบันได้อย่างไร แม้มีความพยายามที่จะเผาทำลายหลายต่อหลายครั้ง

โดยชี้ให้เห็นว่า การทำลายมรดกล้ำค่าของชาติเกิดจากชาวจีนเอง ไม่ใช่ต่างชาติ

บทความนี้เกริ่นเปรียบเทียบชะตากรรมของวัดเส้าหลินคล้ายกับมหาวิหารนอเทรอดาม ในกรุงปารีส ของฝรั่งเศส ที่ถูกเผาและบูรณะขึ้นใหม่

เมื่อมหาวิหารนอเทรอดามถูกเพลิงไหม้เมื่อเดือนเม.ย.ปีนี้ ชาวจีนจำนวนหนึ่งไม่รอช้าโวยวายแต่งเรื่องประสบการณ์ที่ตนเองได้รับรู้มา แสดงความรักชาติหน้ามืดตามัวว่าการทำลายสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เป็นที่รักของชาวฝรั่งเศสนั้นเป็นการแก้แค้นที่ทหารฝรั่งเศสและอังกฤษเผาและปล้นเอาทรัพย์สมบัติในพระราชวังฤดูร้อนของจีนที่กรุงปักกิ่งในปีค.ศ.1860

ความเห็นดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยชาวจีนจำนวนมากรวมถึงหน่วยงานรัฐที่ดูแลด้านมรดกวัฒนธรรมระบุว่าเป็นความเห็นที่ผิด อ่อนต่อโลกและแสดงจิตวิญญาณที่ร้ายกาจ

เส้าหลินตั้งตามชื่อที่ตั้งในป่าบนภูเขาเส้าชือ มณฑลเหอหนาน โครงสร้างส่วนใหญ่ภายในอาคารวัดอายุน้อยกว่า 100 ปี แต่วัดเส้าหลินดั้งเดิม สร้างขึ้นเมื่อค.ศ. 495 หรือกว่า 1,500 ปีมาแล้ว โดยจักรพรรดิเสี่ยวเหวินแห่งราชวงศ์เว่ยเหนือ ซึ่งสร้างให้พุทธภาทรา- Buddhabhadra พระภิกษุสงฆ์ชาวอินเดีย ซึ่งเดินทางมาถึงจีนก่อนสร้างวัด 30 ปีเพื่อเผยแพร่ศาสนาพุทธ

ปีค.ศ. 527 พระบดีธรรม มิชชันนารีชาวอินเดียอีกคน กลายเป็นเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน นำคำสอนของท่านพุทธภาทรา ซึ่งพุทธภาทราสร้างสำนักพุทธเส้าหลินที่ในภาษาจีนเรียกว่า ฌาน หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปในภาษาญี่ปุ่นว่า เซน

เส้าหลินได้รับความเคารพนับถือว่าเป็นสถานที่เรียนรู้พุทธธรรมที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่อยู่ของพระที่คงแก่เรียนและหอสมุดขนาดใหญ่ ได้รับอุปถัมภ์จากจักรพรรดิ และเป็นเจ้าภาพต้อนรับจักรพรรดิเกาจงของราชวงศ์ถังและจักรพรรดินีอู่ เจ๋อเทียน (บูเช็กเทียน) ในศตวรรษที่ 7 รวมถึงจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง ปีค.ศ.1750

วัดเส้าหลินพัฒนาเทคนิกศิลปะป้องกั้นตัวเพื่อการป้องกันตัวและฝึกสมรรถภาพทางกายจนกลายเป็นยกย่องในทางดังกล่าวมากเกินจริงในวัฒนธรรมป๊อป จนทำให้วิชาความรู้ทางศาสนาถูกลดความสำคัญลงถึงขณะนี้

เส้าหลินไม่ได้รับการคุ้มกันจากหายนภัย โดยประสบเหตุร้ายครั้งแรก ในทศวรรษ 570 เมื่อจักรพรรดิอู่แห่งราชวงศ์โจวเหนือปราบปรามศาสนาพุทธ ทำลายวัดพุทธทั้งหมดในตอนเหนือของจีนรวมถึงเส้าหลิน ต่อมาสิ่งที่หลงเหลืออยู่ หรือถูกฟื้นฟูอีกครั้งถูกทำลายอีกรอบในปีค.ศ.618 เมื่อบัณฑิตติดอาวุธปล้นวัดและเผาส่วนใหญ่ของวัดจนราบเรียบ

อีกสองศตวรรษต่อมา จักรพรรดิอู่แห่งราชวงศ์ถังไล่ทำร้ายศาสนาพุทธ ทำลายวัดพุทธเกือบทั้งหมดในจีน และด้วยเส้าหลินเป็นดวงประทีปที่โดดเด่นของศาสนาพุทธในจักรวรรดิจีนก็ไม่เหลือรอดจากความโกรธแค้นของจักรพรรดิไปได้

จนกระทั่งตอนต้นศตวรรษที่ 21 ในการสู้รบอย่างดุเดือดระหว่างขุนศึกคู่แข่งที่แบ่งเป็นก๊ก เป็นเหล่าในฤดูใบไม้ผลิปีค.ศ.1928 นายพลฉือ เหย่าซาน ผู้บัญชาการฝ่ายชนะเผาวัดเส้าหลิน เพียงเพราะเส้าหลินถูกใช้เป็นศูนย์บัญชาการชั่วคราวจากฝ่ายศัตรู ด้วยถูกโหมสะพัดจากไฟโกรธคลุ้มคลั่ง นายพลฉือสาดน้ำมันก๊าดก่อนเผาโดยใช้ปืนใหญ่ยิง เพื่อให้แน่ใจว่าทำลายสิ้นซาก

เมื่อถึงเวลาแห่งความบ้าคลั่งของยุคปฏิวัติวัฒนธรรมอีก 40 ปีต่อมา เส้าหลินไม่รอดพ้นสายตา ภาพวาดจำนวนมากและอาคารหลายแห่งเหลือแต่ซาก จับพระเส้าหลินสึก บังคับให้หวนไปใช้ชีวิตฆราวาส

อย่างไรก็ตาม หลายสิ่งดำเนินไปด้วยดีในช่วง 30 ปีต่อมา ยูเนสโกขึ้นบัญชีให้วัดเส้าหลินเป็นมรดกโลกปีค.ศ. 2010 หรือพ.ศ. 2553 เส้าหลินยังคงทนทายาด ด้วยพระคัมภีร์แห่งการยืนหยัดเพื่อให้อยู่รอดจากความพยายามทำลายนับครั้งไม่ถ้วน

ที่ไม่ใช่เกิดจากต่างชาติแต่จากชาวจีนเอง

++++++++

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...