โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บอร์ด THREL ไฟเขียวจ่ายปันผล 0.14 บาทต่อหุ้น รับกำไรQ4 สูงสุดในรอบ 2 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.พ. 2564 เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2564 เวลา 06.37 น.

“ไทยรีประกันชีวิต” โชว์ผลงานไตรมาส 4/63 กำไรสุทธิพุ่ง 202%  ค่าใช้จ่ายลด 7% จากเคลมประกัน-ตั้งสำรองพิเศษจบ หนุนเบี้ยรวมทั้งปีเกือบ 2,300 ล้านบาท มีกำไร 121 ล้านบาท บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 0.14 บาทต่อหุ้น ผนึก “Pacific Life” บริษัทรับประกันภัยต่อข้ามชาติ พัฒนาโปรดักส์เพิ่มโซลูชั่นใหม่ หวังอัพมาร์จิ้นสร้างการเติบโต

นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 4/63 ว่า บริษัทมีเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิ จำนวน 590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายลดลงกว่า 40 ล้านบาท หรือราว 7% จากค่าสินไหมที่ลดลงและการตั้งสำรองพิเศษได้สิ้นสุดทั้งหมดเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยอยู่ที่ 70 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 2 ปี หนุนกำไรสุทธิเกือบ 50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 202% หรือกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน

ทำให้ภาพรวมทั้งปี 2563 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเกือบ 2,300 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 121 ล้านบาท สวนกระแสภาพรวมอุตสาหกรรมประกันชีวิตที่ติดลบเกือบ 2% ตามแนวโน้มเศรษฐกิจหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด COVID-19 โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 19 ก.พ.64 ได้มีมติจ่ายปันผลงวดการดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.63 เป็นเงินสดในอัตรา 0.14 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าขั้นต่ำของนโยบายจ่ายเงินปันผลที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

นายสุทธิ กล่าวต่อว่าว่า ล่าสุดบริษัทได้ลงนามความร่วมมือกับ “Pacific Life Re” บริษัทรับประกันภัยต่อในกลุ่มแปซิฟิก ไลฟ์ ประกันชีวิตและสุขภาพรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น เพิ่มทางเลือกใหม่ๆ อันเป็นการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย สอดรับแนวนโยบายสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ด้วยการมองหาโอกาสผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรรายใหม่ๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มสัดส่วนธุรกิจประกันชีวิตประเภทร่วมพัฒนา (Non-conventional Reinsurance) ให้สูงขึ้นเป็น 60% ภายในระยะเวลา 3 ปี จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนราว 48 : 52% เมื่อเทียบกับธุรกิจประกันชีวิต ประเภทดั้งเดิม (Conventional Reinsurance) และพร้อมเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อผลักดันอัตรากำไรให้เพิ่มสูงขึ้น สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...