โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ฟังกันชัดๆ อรรถวิชแจง เรื่องทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

TOJO NEWS

เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2563 เวลา 16.03 น. • noonnitha@gmail.com

หลังจากเป็นประเด็นร้อนที่คนกล่าวถึงทั่วเมือง เมื่อพิธีกรสาวคนดังเชิญแกนนำม็อบคณะราษฎร และอาจารย์จากนิด้ามาถกเถียงถึงประเด็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถ้าท่านใดได้รับชมไปแล้วก็คงจะทราบว่าอะไรเป็นอะไร จะไม่ขอกล่าวถึง

            วันนี้สำนักข่าวโตโจ้นิวส์จะขอสรุปความเห็นจากคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ในโอกาสที่รับเชิญไปสนทนากับอาจารย์ดร.เสรี วงษ์มณฑา ในรายการ เรื่องลับมาก – no censor  โดยคุณอรรถวิชช์ ได้อธิบายว่า ตั้งแต่รัชกาลที่ 3 เมื่อบ้านเมืองสงบย่มเย็นท่านก็แต่งสำเภาออกทำการค้าขายกับต่างชาติ โดยเฉพาะกับเมืองจีน จนท่านได้รับฉายาว่า “เจ้าสัว” เงินทองจากการค้าขายดังกล่าวก็ถูกเก็บสะสมไว้ในถุงกำมะหยี่สีแดงจึงเรียกกันติดปากว่า “เงินถุงแดง” เป็นเงินส่วนพระองค์หรือ”พระคลังข้างที่” ซึ่งหมายถึงเงินที่เก็บอยู่ข้างเตียงนอน หัวนอน ต่อมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 เงินถุงแดงก็ถูกใช้ในการจ่ายชดใช้ค่าเสียหายและค่าประกันแก่ฝรั่งเศสในวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ในรัชสมัยนี้เอง ที่พระองค์ทรง แยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ออกจากทรัพย์สินของแผ่นดินโดยทรงมอบหมายให้ “กรมพระคลังข้างที่” เป็นผู้จัดการดูแลพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ มีการปฏิรูปทางการเงินเกิดขึ้นและในปี พ.ศ.2433 ก็การจัดตั้งกระทรวงการคลังขึ้นมาเป็นครั้งแรก

            ต่อมาในปี 2475 เมื่อคณะราษฏร์ก่อการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้มีการแยก”กรมพระคลังข้างที่”มาจากพระมหากษัตริย์ ไปเป็นของรัฐบาลคณะราษฏร์ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์” และการดำเนินการต่างๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง มีการนำทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ ไปจำหน่ายจ่ายแจกตามอำเภอใจ 

            ต่อมาในรัชสมัยของ รัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2491 ได้ทรงนำ”สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์”กลับมาบริหารเอง โดยแยกออกมาจากการเป็นหน่วยงานรัฐบาล มาตั้งเป็นกองทุน ทรัสต์ แบบนิติบุคคล เพื่อความชัดเจนในเรื่องกรรมสิทธิ์และเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ 

            ต่อมาในรัชสมัย รัชกาลที่ 10 เมื่อปี 2560 – 2561 ก็มีการแก้ไขกฎหมายโอนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาเป็นชื่อพระองค์เองโดยตรง เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวเรื่องการคอรัปชั่นในหน่วยงานมาตลอด ทำให้พระองค์ต้องมาสะสางปัญหาภายใน อีกทั้งยังมีผลทำให้ต้องกลับมาชำระภาษีตามกฎหมายปรกติ 

            ทำให้ปัจจุบันนี้มีความชัดเจนมากขึ้นถึง “ทรัพย์สินในส่วนพระองค์” ซึ่งที่ถือครองในพระนามของพระองค์เอง ซึ่งสิทธิ์ขาดในการดูแลจัดการเป็นของในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยตรง กับ “ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์” ซึ่งสิทธิ์ขาดในการดูแลจัดการเป็นของพระมหากษัตริย์ แล้วแต่ว่า ณ ขณะนั้นใครขึ้นครองราช 

สามารถติดตามวีดิโอแบบเต็มได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=eO0uwU3Kyrc&feature=youtu.be

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...