โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โปรเจ็กต์พิสดารสูบ 4 แสนล้าน อตก.เข็น ข้าว-ผัก แลกโรงแรม 5 ดาว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2563 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2563 เวลา 03.31 น.

อ.ต.ก.หน่วยงานในกำกับดูแลของ “ธรรมนัส”ผุดไอเดียพิสดารย้อนยุค “ไทยเที่ยวไทย ช่วยไทย” ใช้สินค้าเกษตร “ข้าว-ผัก/ผลไม้-หมอนยาง” แลกห้องพักโรงแรม 10 ล้านห้องแจกให้ประชาชนเข้ามาเที่ยว แถมอุดหนุนค่าตั๋วเครื่องบินให้อีกครึ่งหนึ่งของราคาเต็ม ทั้งโครงการวงเงิน 14,500 ล้านบาท ขอใช้งบฯฟื้นฟู 400,000 ล้านบาท อ้างเยียวยาเกษตรกร-โรงแรม-สายการบินจากผลกระทบโควิด-19 ส่วนผู้เข้าร่วมประชุมบอกยังไม่ชัดเจนทั้งรายละเอียดโครงการ-การจ่ายเงิน ระยะเวลาจะทำกันอย่างไร แต่เตรียมตั้งธงเสนอ ครม.พิจารณาขออนุมัติ

หลังจากที่กระบวนการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 พ.ศ. 2563 วงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท สิ้นสุดลง ดูเหมือนว่าทุกภาคส่วนของหน่วยงานรัฐบาลต่างพยายามที่จะเสนอโครงการภายใต้กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 400,000 ล้านบาท เข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) ออกมาให้รายละเอียดว่า ปัจจุบันมีโครงการเสนอเข้ามาแล้วกว่า 28,425 โครงการ วงเงินประมาณ 590,000 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสข่าวมีการรุมขอ “แบ่งเค้ก” จากฝ่ายการเมืองเข้ามาแบ่งผลประโยชน์จากเงินกู้ก้อนใหญ่นี้

บาร์เตอร์เทรดแลกห้องพัก

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารกระทรวง พร้อมด้วยองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านภาคท่องเที่ยว อาทิ ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและสายการบินในประเทศหลายสายการบิน เข้าร่วมประชุมหารือถึงโครงการ “ไทยเที่ยวไทย ช่วยไทย” ซึ่งเป็นโครงการของ อ.ต.ก. โดยเตรียมที่จะเสนอให้ใช้สินค้าเกษตรแลกห้องพักในโรงแรม จำนวน 10 ล้านห้อง และจ่ายเงินเป็นค่า “ส่วนลด” ตั๋วเครื่องบินโดยสารให้กับประชาชนที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการนี้

ทั้งนี้ โครงการไทยเที่ยวไทย ช่วยไทย ตามข้อเสนอของ อ.ต.ก.จะใช้สินค้าเกษตรประเภท พืชผัก/ผลไม้/ผลไม้แปรรูป-ข้าวสาร-ที่นอน-หมอนยางพารา และสินค้า OTOP ตีราคาเป็นมูลค่าเพื่อแลกเปลี่ยนห้องพักในโรงแรมในอัตราครึ่งต่อครึ่ง กล่าวคือ อ.ต.ก.จะทำการเช่าห้องพักโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 10 ล้านห้องพัก จากผู้ประกอบกิจการโรงแรมทั่วประเทศ ด้วยเงื่อนไข 1) โรงแรมระดับ 2-3 ดาว ราคาห้องพักไม่เกิน 2,000 บาท/ห้อง/วัน อ.ต.ก.จ่ายเงินให้โรงแรม 1,000 บาท/ห้อง/วัน โดยจ่ายเป็นเงินสด 500 บาท และจ่ายเป็นสินค้าเกษตรมูลค่า 500 บาท โดยจำนวนห้องพักที่จะใช้อยู่ที่ 5 ล้านห้อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท 2) โรงแรมระดับ 4-5 ดาว ราคาห้องพักไม่เกิน 2,000 บาท/ห้อง/วัน อ.ต.ก.จ่ายเงินให้โรงแรม 1,500 บาท/ห้อง/วัน จ่ายเป็นเงินสด 750 บาท และจ่ายเป็นสินค้าเกษตรมูลค่า 750 บาท โดยจำนวนห้องพักที่จะใช้อยู่ที่ 5 ล้านห้อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,500 ล้านบาท

“ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถเลือกสินค้าเกษตร หรือสินค้า OTOP แต่ละชนิดที่มีมูลค่าเท่ากับจำนวนห้องพักที่นำมาแลกเปลี่ยน หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของราคาค่าห้องหลังจากที่รับเงินสดไปแล้ว ซึ่งความจริงแล้วอาจกล่าวได้ว่า เป็นโครงการบาร์เตอร์เทรด (barter trade) สินค้าเกษตรแลกห้องพักก็ได้”

นอกจากจะใช้สินค้าเกษตรแลกห้องพักในมูลค่าครึ่งหนึ่งของราคาห้องพักแล้ว อ.ต.ก.ยังจะทำความร่วมมือกับสายการบินภายในประเทศทุกสายการบิน เพื่อจัดส่งเสริมให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการนี้ด้วยการออกค่าใช้จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินโดยสารให้กับสายการบินที่เข้าร่วมโครงการ ในอัตราร้อยละ 50 ของราคาค่าตั๋วเครื่องบินด้วย โดยระยะเวลาของโครงการไทยเที่ยวไทย ช่วยไทย กำหนดไว้ระหว่างเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนตุลาคม เบื้องต้นเฉพาะเดือนกรกฎาคมจะต้องใช้เงินช่วยอุดหนุนค่าตั๋วเครื่องบินตั้งไว้ที่จำนวน 2,000 ล้านบาท

พ่วงวันหยุดสงกรานต์

โครงการไทยเที่ยวไทย ช่วยไทย จะแจกให้กับประชาชนร่วมเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม รวมถึงวันหยุดชดเชยช่วงสงกรานต์อีก 3 วัน โดยใช้วงเงินรวม 14,500 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้จะมาจากโครงการภายใต้กรอบนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 400,000 ล้านบาท โดย อ.ต.ก.ผู้เสนอโครงการหวังว่าจะช่วยเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ให้กับคน 3 กลุ่ม คือ เกษตรกร เจ้าของสินค้าเกษตรที่จะมาบาร์เตอร์เทรดผ่าน อ.ต.ก., ผู้ประกอบการโรงแรมทั่วประเทศ และผู้ประกอบการสายการบินภายในประเทศ

“ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ อ.ต.ก.จะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเพิ่มวันหยุดยาวในเดือนกรกฎาคม (ในวันจันทร์ที่ 13, 20, 27 ก.ค.) เป็นวันหยุดเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยให้นำวันหยุดช่วงสงกรานต์จำนวน 3 วัน ที่รัฐบาลประกาศหยุดไว้ก่อนมาชดเชยคืนให้กับประชาชน ซึ่งในเดือนกรกฎาคมจะมีวันหยุดติดต่อกัน 4 วัน 3 คืน และ 3 วัน 2 คืน ดังนี้ 4-7 ก.ค. (4 วัน 3 คืน) 11-13 ก.ค. (3 วัน 2 คืน) 18-20 ก.ค. (3 วัน 2 คืน) และ 25-28 ก.ค. (4 วัน 3 คืน) เป็นทางเลือกให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการนี้”

ธรรมนัสยังไม่รู้เรื่อง

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้กำกับดูแล อ.ต.ก.โดยตรง ได้กล่าวถึงกรณีที่ อ.ต.ก.จะเสนอโครงการไทยเที่ยวไทย ช่วยไทย เพื่อเสนอขออนุมัติงบประมาณจำนวน 14,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ว่า “ผมยังไม่ได้รับรายงานโครงการดังกล่าวจาก อ.ต.ก. และไม่เห็นด้วยกับการเสนอขอใช้งบประมาณ” โดยมองว่า อ.ต.ก.ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพราะในส่วนดังกล่าวภาคการท่องเที่ยวก็มีแนวคิดและมาตรการในการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวอยู่แล้ว การที่จะให้เกษตรกรนำผลไม้ไปแลกที่พักหรือตั๋วเครื่องบิน เห็นว่า “ไม่เหมาะสม เหมือนเอาเงินไปโยนทิ้ง แต่ถ้าเป็นโครงการที่ต้องการช่วยเหลือเรื่องกระจายสินค้า หรือหาตลาดใหม่ ๆ จะเป็นแนวคิดที่ดีกว่า” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

สำหรับงบประมาณวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาทนั้น ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด (กรมพัฒนาที่ดิน-สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม-กรมฝนหลวง) เสนอโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร โดยจะเน้นการสร้างแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

ยังไม่เคยมีใครทำกันมาก่อน

ด้าน น.ส.ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวว่า ทางสมาคมโรงแรมได้เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือโครงการไทยเที่ยวไทย ช่วยไทย ในระดับหนึ่งเท่านั้น ตัวโครงการยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน แต่ทางสมาคมต้องประเมินถึงความพร้อมของกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมอีกครั้ง ถ้าโครงการนี้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนกว่านี้ ในเบื้องต้นนี้มองว่าน่าจะส่งผลดีกับภาคธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นโลคอล ส่วนจะมากน้อยแค่ไหนนั้นยังประเมินยาก เนื่องจากรูปแบบของการดำเนินการแบบนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“ในหลักการ ทางเจ้าภาพใหญ่ (อ.ต.ก.) จะจ่ายค่าห้องเป็นเงินสด 50% และเป็นสินค้าเกษตรอีก 50% ซึ่งหากดำเนินการจริงคงต้องทำข้อตกลงร่วมกันว่า สินค้าที่จะนำมาจ่ายเป็นค่าห้องพักนั้นมีอะไรบ้าง เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมหรือไม่ และสินค้าเกษตรที่ว่านี้จะมีปริมาณที่เพียงพอไหม” นางสาวศุภวรรณกล่าว

สายการบินเตรียมตัวไม่ทัน

จากการสอบถามสายการบินภายในประเทศที่เข้าร่วมประชุมกับ อ.ต.ก. ในโครงการนี้ส่วนใหญ่ยังเต็มไปด้วยคำถาม เนื่องจากวิธีการบาร์เตอร์เทรดสินค้าเกษตรแลกห้องพักเป็นเรื่องตกยุคตกสมัย เฉพาะในส่วนของการ “อุดหนุน” ค่าตั๋วเครื่องบินครึ่งหนึ่งจะต้องมาคำนึงถึงจำนวนที่นั่งโดยสาร ซึ่งปัจจุบันจะต้องเว้นระยะห่างเหลือจำนวนผู้โดยสารครึ่งหนึ่งในแต่ละลำ “วิธีการจองตั๋วในโครงการเชื่อมต่อกับโรงแรมที่พักจะเป็นอย่างไร ประชาชนจะเข้าร่วมอย่างไร จำนวนนักท่องเที่ยวยังไม่มาในเดือนกรกฎาคม การอุดหนุนค่าตั๋วครึ่งหนึ่งจะเพียงพอหรือไม่ หรือขออุดหนุนมากกว่านั้น ระยะเวลาก็กระชั้นชิดเกินไป เพราะจะเริ่มโครงการกันในเดือนหน้านี้ แต่ยังไม่มีการโปรโมตเส้นทางท่องเที่ยว ระยะเวลาที่จะเข้าพัก อาทิ ช่วงวันหยุดเพิ่มเติม 4 วัน 3 คืน หรือ 3 วัน 2 คืน ก็จะต้องเตรียมไฟลต์บินให้สอดคล้องกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ”

นายกฯการันตีไม่มีโกง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเรื่องที่ทุกคนเป็นห่วงและจับตามองในงบฯฟื้นฟู 400,000 ล้านบาทว่า ขอยืนยันในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะดำเนินการให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ ได้กำชับ ครม.แล้วว่า งบประมาณจำนวนนี้มีความสำคัญที่จะสานต่อในไตรมาส 3 ระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย. เพื่อส่งไปถึงไตรมาส 1 ของงบประมาณปี 2564 สำคัญที่สุดคือ ตรงความต้องการของประชาชนและผู้เดือดร้อนมากบ้าง น้อยบ้าง ตามเหตุผลและความจำเป็น ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ต้นเดือน ก.ค.เป็นต้นไป

“ขอให้มั่นใจว่า ในกรอบนโยบายนายกรัฐมนตรี ผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จะป้องกันการทุจริตอย่างเด็ดขาด เพราะฉะนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้โดยทันที ทั้งการตรวจสอบภายในและภายนอก องค์กรอิสระสามารถตรวจสอบได้โดยทันที ฉะนั้น ทุกคนต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ ไม่ให้มันกลับมาที่เก่า ไม่อย่างนั้นต้องหาวิธีการและแนวทางการปฏิบัติที่ดี ข้อสำคัญคือประชาชนต้องมีส่วนร่วม โดยให้ประชาชนเสนอความต้องการขึ้นมา และส่วนราชการต้องไปพิจารณาร่วม เพื่อให้ตรงกับความต้องการของประชาชน ไม่เช่นนั้นถ้าทำออกมาไม่ตรงก็จะกลายเป็นปัญหา และทำให้ตรวจสอบยาก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...