โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เจ้านายที่รัชกาลที่ 5 ทรงล้อว่า “รวย”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 09.46 น.
สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เจ้านายที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงล้อว่า “รวย”

“แม่กลางมั่งมี” คือรับสั่งของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึง “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า” ด้วยเหตุที่ทรงเรี่ยไรเงินจากพระองค์มากกว่าเจ้านายพระองค์อื่น ส่วนเหตุที่สมเด็จพระพันวัสสาทรง “รวย” กว่าเจ้านายพระองค์อื่นๆ เป็นเพราะทรงสามารถบริหารจัดการเงิน-บุคคล, ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกล ขณะเดียวกันก็ทรงมัธยัสถ์

แม้ว่าการเป็นเจ้านายฝ่ายใน จะทำให้ทรงขาดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกรรมไปบ้าง หาก สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงแก้ปัญหาด้วยการใช้ “ตัวแทน” โดยตัวแทนของพระองค์ที่ทรงใช้สอยในการติดต่อกับบุคคลต่างๆ มีดังนี้

ผู้จัดการผลประโยชน์คนสําคัญของพระองค์คือ คุณหญิงเอี่ยม ภรรยาเอกของเจ้าพระยาอภัยราชา สมเด็จพระพันวัสสาฯ ทรงยกย่องคุณหญิงเอี่ยมว่าเป็นคนซื่อตรงรักษาวาจา เงินที่คุณหญิงเอี่ยมมาขอรับพระราชทานไปทําผลประโยชน์นั้นไม่เคยขาดหายเลยทั้งต้นทั้งดอก ที่ดินแห่งใดอยู่ในทําเลดี คุณหญิงเอี่ยมก็เป็นธุระจัดการซื้อถวายหรือรับจํานอง

ความเลื่องลือทราบถึงพระเนตรพระกรรณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการตรัสถามด้วยความทรงเป็นห่วงว่าจะถูกล่อลวง โดยปกติทรัพย์สินของพระราชวงศ์ฝ่ายในนั้น ทรงมอบให้พระคลังข้างที่เป็นผู้จัดการ บทเรียนที่ทรงได้รับเมื่อแรกขึ้นเสวยราชสมบัติมีอยู่ ครั้งนั้นเจ้านายฝ่ายในถูกเจ้าภาษีนายอากรโกงกันมาก ผลประโยชน์ที่ได้รับพระราชทานโดยให้เก็บจากเจ้าภาษีนายอากรนั้นๆ ไม่ได้เต็มเม็ด เต็มหน่วย บางพระองค์แทบจะไม่ได้เลย

สมเด็จพระพันวัสสาฯ จึงกราบบังคมทูลให้ทรงทราบถึงวิธีที่ทรงจัดทํา ว่าทรงได้ผลประโยชน์ที่เป็นเอกสาร เป็นต้นว่าโฉนดตราจองและสัญญาต่างๆ

ผลสืบเนื่องต่อมาจากคราวนั้น ทําให้พระองค์ต้องออกพระราชทรัพย์ในการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเรี่ยไรมากกว่าพระองค์อื่น ด้วยเหตุที่รับสั่งว่า “แม่กลางมั่งมี”

นอกจากคุณหญิงเอี่ยมแล้ว ยังมีคุณแพ ภรรยาพระยาสารสินสวามิภักดิ์ (เทียนฮี้ สารสิน) จากการซื้อที่ดินย่านสำเพ็ง

เมื่อเกิดเพลิงไหม้สำเพ็ง พ.ศ. 2434 หลังเพลิงสงบ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริให้สร้างถนนทรงวาด เป็นถนนเลียบแม่น้ำ จากท่าราชวงศ์ไปถึงวัดปทุมคงคา ข่าวพระราชดำริการสร้างถนนได้ยินไปถึงพระราชวัง สมเด็จพระพันวัสสาฯ เสด็จไปทอดพระเนตรพื้นที่ที่ถูกเพลิงไหม้ และเมื่อได้ทอดพระเนตรก็ทรงสนพระทัยที่ดินแปลงหนึ่งของพระมนตรีพจนกิจ จึงมีรับสั่งให้คุณหญิงเอี่ยมเป็นผู้ไปติดต่อขอซื้อที่ดิน

พระยาสารสินสวามิภักดิ์ (ขณะนั้ยังเป็นพระมนตรีพจนกิจ) เป็นเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าว โดยรับจำนองมาในราคา 2,000 บาท พระยาสารสินฯ ก็แจ้งแก่คุณหญิงเอี่ยมว่า หากสมเด็จฯ ทรงพอพระทัยจะประทานเท่าใดก็ไม่ขัดพระประสงค์ พระองค์ก็ทรงพระกรุณาประทานค่าที่ดินให้เป็นเงิน 20,000 บาท

พร้อมกับรับสั่งผ่านคุณหญิงเอี่ยมว่า “ขอบใจหมอมาก แต่วันนี้ต่อไปถ้ามีธุระเรื่องเงินก็ให้แม่แพเข้ามาเถอะ เงินของฉันก็เหมือนเงินของหมอเหมือนกัน แบ่งกันกินกําไร”

หลังจากนั่น คุณแพ ก็เริ่ม “เข้านอกออกใน” วังหลวง รับเงินไปให้พ่อค้าและบรรดาเถ้าแก่โรงสีหลายสิบโรงบริเวณคลองรังสิตกู้ยืม มีรายได้กลับมาเป็นจำนวนมากโดยตลอด

สมเด็จพระพันวัสสาฯ ยังทรงมีที่นาในจังหวัดปทุมธานีเป็นจำนวนมาก จึงทรงสร้างโรงสีรับสีข้าวจากนาของพระองค์เอง และรับสีข้าวให้ที่อื่น โดยทรงรับสั่งให้เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ (ม.ร.ว. เย็น อิศรเสนา) เป็นผู้ดำเนินการเปลี่ยนเครื่องจักรสีข้าวให้ทันสมัย

นอกจากนี้สมเด็จพระพันวัสวาอัยยิกาเจ้ายังทรงสนพระทัยในการทอผ้า เนื่องจากระหว่างที่ประทับรักษาพระองค์อยู่ที่ศรีราชา ได้ทรงหัดทอและทรงสามารถทอด้วยพระองค์เอง ผ้าที่ทอระหว่างที่ประทับอยู่ศรีราชานั้นเป็นผ้าพื้น ทอแล้วทรงนําออกจําหน่ายตามราคา

เมื่อเสด็จกลับพระนครก็เสด็จมาประทับที่พระตําหนักสวนหงส์ในพระราชวังดุสิต ก็ทรงนําหูกทอผ้ามาด้วย ทรงจัดหน่วยงานใหม่จึงเรียกว่า “กองทอ” ขึ้นตรงต่อพระองค์ท่าน ทรงหาผู้เชี่ยวชาญที่สําเร็จการทอจากญี่ปุ่นมาเป็นที่ปรึกษา ทําให้เกิดการทอแบบกี่กระตุก ผ้าที่ทอขึ้นนั้นมีผู้นิยมสั่งจำนวนมาก จนเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475 จึงเลิกทํา

ส่วนเงินที่ได้รับพระราชทาน ในฐานะที่ทรงดํารงตําแหน่งในพระราชวงศ์นั้น ไม่ทรงใช้ในทางอื่น ได้รับพระราชทานมาเป็นซองอย่างไรก็ทรงเก็บเป็นซองไว้อย่างนั้น ต่อเมื่อไรมีพระธุระ ที่จะทรงจัดการให้เป็นประโยชน์งอกเงยขึ้นมาก็ทรงใช้เงินจํานวนนี้

เมื่อเป็น “สมเด็จพระอัยยิกาเจ้า” ก็มีเรื่องเล่าของพระองค์กับพระราชนัดดา (รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9) เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ว่า

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ไม่ทรงรู้จักกับธนบัตรไทย เมื่อทอดพระเนตรเห็นในพระหัตถ์สมเด็จอัยยิกาเจ้าก็ทูลถาม พระองค์ก็ทูลตอบเป็นต้นว่า

‘นี่ใบละบาท ไม่เคยเห็นหรือ เอ้า เอาไป’

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ก็ทรงได้ธนบัตรอยู่เป็นนิจ ตั้งแต่ราคาฉบับละ 1 บาท 5 บาท 10 บาท 20 บาท คราวหนึ่งทอดพระเนตรเห็นธนบัตรราคาฉบับละ 100 บาท ก็ทูลถามอีก สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าตรัสว่า

*‘นี่ใบละ 100 มากไป อย่าเอาเลย’” (*สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ)

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สมภพ จันทรประภา. สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทาน เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมราชวงศ์หญิง จีริก กิติยากร ณ เมรุ วัดเทพศิรินทราวาส 29 ตุลาคม 2528

วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย. สารสินสวามิภักดิ์, โรงพิมพ์กรุงเทพฯ พฤศจิกายน 2556

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 กันยายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เจ้านายที่รัชกาลที่ 5 ทรงล้อว่า “รวย”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...