โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

อ.นิติศาสตร์ เผย ‘เดาใจกกต.ไม่ได้’ ตีความ 3 ทางออกเชิงกม.หุ้นสื่อพิธา ชี้ ผู้จัดการมรดก ‘ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 มิ.ย. 2566 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2566 เวลา 20.15 น.

อ.นิติศาสตร์ เผย ‘เดาใจกกต.ไม่ได้’ ตีความ 3 ทางออกเชิงกม.หุ้นสื่อพิธา ชี้ ผู้จัดการมรดก ‘ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ’

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ผศ.ดร.ยอดพล เทพสิทธา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สัมภาษณ์ รายการ The Politics ข่าวบ้านการเมือง ซึ่งเผยแพร่ผ่านช่องทางของ Matichon TV ในประเด็นการถือครองหุ้นไอทีวีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ในตอนหนึ่ง ผู้ดำเนินรายการถามถึงทางออกในกรณีดังกล่าว ผศ.ดร.ยอดพล กล่าวว่า สามารถออกได้ทุกหน้า ตนไม่สามารถเดาใจศาลรัฐธรรมนูญหรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ ณ วันนี้เรายังไม่ทราบเลยว่า กกต. จะมีมติอย่างไร จะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือจะเห็นว่าได้เคยชี้แจงแล้ว และเห็นว่าเป็นกรณีที่ไม่ใช่กิจการประกอบเรื่องสื่อ ก็อาจจะไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ หรืออาจจะออกมาในกรณีเลวร้ายที่สุดคือ ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะวินิจฉัย ในมุมมองตนมี 3 ทาง คือ ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะมองว่ากรณีหุ้นไอทีวี ไม่ว่าจะชื่ออะไรก็ตามแต่ เคยเป็นหุ้นสื่อและอาจจะดำเนินกิจการสื่อเหมือนที่เคยวินิจฉัยในหลายๆ เคส ตอนปีการเลือกตั้ง 62

“ตัวอย่างเช่น แม้ว่าจะปิดกิจการไปแล้ว แต่เชื่อว่าอาจจะกลับมาดำเนินกิจการได้ทุกเมื่อ ผมว่ามันออกได้ทุกหน้า ซึ่งตรงนี้มันมีการตีความกฎหมาย บทบัญญัติอนุมาตราเดียวสามารถตีความออกมาได้ถึง 3 แนวทาง แสดงให้เห็นหลายอย่างว่าหลักกฎหมายเราไม่ได้มั่นคงเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับว่าใครหรือองค์กรไหนเป็นผู้มีอำนาจตีความในช่วงเวลานั้นๆ ค่อนข้างน่ากังวล แต่สำหรับผม มองว่ามันออกได้ทั้ง 3 ทางเลย คืออาจจะไม่มีอะไร กกต. อาจจะส่งศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะมองว่าไม่มีอะไร หรืออาจจะตัดสินว่ามันมีอะไร จนตัดสิทธิ์คุณพิธาไปก็ได้ อันนี้ผมมองในฐานะเป็นนักวิชาการว่าออกได้ทุกหน้า” ผศ.ดร.ยอดพล กล่าว

ผศ.ดร.ยอดพล ตอบว่า ตามข้อเท็จจริงที่นายพิธาแจ้ง เป็นหุ้นที่ถือไว้ในฐานะเป็นผู้จัดการมรดก ในการโอนมรดกที่เป็นหุ้น มันมีหลักเกณฑ์ค่อนข้างมากมายโดยเฉพาะหุ้นบริษัท ต้องมีการตั้งร้องขอศาลเป็นผู้จัดการมรดกก่อน และต้องเป็นคำร้องต่อศาล ทีนี้การโอนหุ้นก็มีขั้นตอนที่ไม่เหมือนการโอนทรัพย์สินบางอย่าง

“เพราะฉะนั้นการที่คุณพิธาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก แล้วมีชื่อผู้จัดการมรดกเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ มันป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นนั้นเป็นของคุณพิธา เราไม่รู้ว่าเจตจำนงค์ของเจ้ามรดกในวันที่เสียชีวิต เขาต้องการให้หุ้นจำนวน 42,000 หุ้น เป็นของคุณพิธา หรือเป็นของญาติพี่น้องคุณพิธา

อย่างที่ 2 คือ เจ้ามรดกในวันที่ถึงแก่ความตาย เขามีเจตนาอยากให้คุณพิธาเป็นคนบริหารจัดการในการแบ่งให้ทายาทอื่นๆ ของเจ้ามรดก เราไม่รู้เจตนา อาจจะป็นการตกลงของพี่น้องที่ยังตกลงกันไม่ได้ ว่าจะให้ใครเป็นคนรับผิดชอบ หรือจะเป็นใครได้รับหุ้นตัวนี้ไป ฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของผู้จัดการมรดกที่จะต้องถือไว้อยู่ แต่มันไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ” ผศ.ดร.ยอดพลอธิบาย

ผศ.ดร.ยอดพล ทิ้งท้ายว่า การเป็นผู้จัดการมรดก คือ การเป็นเหมือนผู้จัดการกองทุน วันนี้ชื่อคุณเป็นผู้จัดการกองทุน แต่ในวันหนึ่งคุณเอาทรัพย์สินในกองทุนหรือหุ้นนี้ไปให้คนอื่นก็ได้ ซึ่งมันเป็นไปตามเจตจำนงค์ของเจ้ามรดก

“มรดกที่เป็นหุ้นกำหนดไว้ว่าให้ผู้จัดการมรดกเป็นผู้ถือครองแทนทายาทคนอื่นไว้ก่อน ในกรณีที่ไม่มีการทำพินัยกรรมหรือการแบ่งกันเรียบร้อย ณ วันนี้คุณพิธาให้ข้อมูลว่าเขาถือในฐานะเป็นผู้จัดการมรดก ก็ต้องมองว่าหุ้นตัวนี้ยังไม่มีการแบ่งให้ใคร เพราะฉะนั้นคุณพิธาถือในฐานะเป็นผู้จัดการมรดก ไม่ได้ถือในฐานะเป็นเจ้าของ” ผศ.ดร.ยอดพล สรุป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...