โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ขวัญ 'วัฒนธรรมร่วม' จีน-ไทย | สุจิตต์ วงษ์เทศ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 12 ธ.ค. 2565 เวลา 20.43 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2565 เวลา 20.42 น.

จีน-ไทย มีทั้งส่วนที่เป็นวัฒนธรรมร่วม และส่วนที่ไทยรับจากจีน ซึ่งยากจะแยกว่าตรงไหนเป็นส่วนไหน? เช่น ขวัญ เป็นวัฒนธรรมร่วมจีน, ไทย และอุษาคเนย์ [อาจมีที่อื่นอีก] มากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

ในความเข้าใจและความเชื่อของไทยสมัยก่อน คนแต่ละคนประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ [1.] ส่วนที่เป็นตัวตน เรียก มิ่ง คือ ร่างกายอวัยวะต่างๆ และ [2.] ส่วนที่ไม่เป็นตัวตน เรียก ขวัญ คือ ไม่มีรูปร่าง

หยิน-หยาง ในขวัญของจีน

ถาวร สิกขโกศล อธิบายว่าคนจีนโบราณไม่เชื่อการเวียนว่ายตายเกิด [ตามพุทธศาสนา] แต่เชื่อว่าคนตายแล้วขวัญยังอยู่โดยมีสถานะเป็นเจ้าประจำวงศ์ตระกูล [คำจีนว่า “เจียสิน” เสียงแต้จิ๋วว่า “เกซิ้ง”] ขวัญของคนจีน มี 2 ประเภท อยู่รวมกัน ได้แก่

หุน [คำไทยว่า ขวัญ] เป็นฝ่ายหยาง หรือฝ่ายจิต มีความนึกคิด และมีอารมณ์ ซึ่งเป็นสมรรถนะทางจิต

พ่อ [แปลว่า ภูต] เป็นฝ่ายหยิน หรือฝ่ายกาย มีความเคลื่อนไหวทางกาย แต่ไม่มีความรู้สึกนึกคิด ซึ่งเป็นสมรรถนะทางกาย

เมื่อคนตกใจ หรือเจ็บป่วย ขวัญ 2 ประเภทจะออกจากร่างชั่วคราว ครั้นคนตาย ขวัญ 2 ประเภทออกจากร่าง โดยหุน (ขวัญ) จำญาติมิตรได้ แต่พ่อ (ภูต) ถ้าขาดหุนอยู่ด้วยจะกลายเป็นผีดิบ ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี

[สรุปจากบทความเรื่อง “ป้ายสถิตวิญญาณจากจีน สู่ราชสำนักไทย” ของถาวร สิกขโกศล ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2559 หน้า 161]

ในหนังสือ “ขวัญเอ๋ย ขวัญมาจากไหน?” (สำนักพิมพ์นาตาแฮก พ.ศ.2562) ผมไม่ได้อธิบายเรื่อง “มิ่ง” เพราะยังไม่เข้าใจและรู้ไม่พอ หรือไม่รู้เรื่องเลยเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องมิ่งและขวัญของจีน และเพิ่งพบคำอธิบายของ ถาวร สิกขโกศล เมื่อหนังสือ “ขวัญเอ๋ย ขวัญมาจากไหน?” พิมพ์เสร็จเป็นเล่มขายแล้ว

ขวัญของจีนกับไทย

ไทย ว่า ขวัญ ส่วนจีน ว่า หวั่น [กวางตุ้ง] ฮุ้น [แต้จิ๋ว]

[จากหนังสือ ไทย-จีน ของ พระยาอนุมานราชธน (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2479) พิมพ์ครั้งที่สอง พ.ศ.2505 หน้า 93]

พิธีกรรมหลังความตาย มีส่งขวัญคล้ายกันทั้งไทยและจีน เจีย แยนจอง [นักปราชญ์จีนเรื่องไท]

(จากหนังสือ “คนไท” ไม่ใช่ “คนไทย” แต่เป็นเครือญาติชาติภาษา โดยเจียแยนจอง สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2548 หน้า 86)

พิธีกงเต็ก

ความเชื่อเรื่องขวัญของจีน เป็นต้นเหตุให้มีประเพณีฝังศพแล้วขุดพบกองทหารดินเผาในสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี ซึ่งเป็นต้นทางพิธีกงเต็ก ดังนี้

  • เมื่อหัวหน้าเผ่าตาย บรรดาบริวารต้องถูกทำให้ตายแล้วฝังดินในหลุมศพเดียวกัน
  • ต่อมาปั้นหุ่นคนแทนเหล่าบริวารที่เป็นคนจริง ฝังร่วมหลุมศพพระราชา
  • สมัยหลังจากนั้นเผากระดาษแทนปั้นหุ่นคน แล้วเรียก “กงเต็ก” สืบจนทุกวันนี้

[สรุปจาก (1.) บทความเรื่อง “กงเต็ก” ของ วรศักดิ์ มหัทธโนบล พิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2542 หน้า 70 และ (2.) หนังสือ กงเต็ก พิธีศพชาวจีนแต้จิ๋ว ของ ธรรญาภรณ์ วงศ์บุญชัยนันท์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2550 หน้า 8-9]

“งันเฮือนดี” เปลี่ยนเป็น “สวดอภิธรรม”

งานศพตามประเพณีลาวในอีสานเรียกงันเฮือนดี มีการละเล่นสนุกสนานอย่างยิ่ง เช่น เล่านิทานโดยอ่านจากหนังสือผูกใบลานเป็นทำนอง (เรียก อ่านหนังสือ), เล่นดีดสีตีเป่าร้องรำทำเพลง ขับลำคำกลอน กับเล่นว่าเพลงโต้ตอบ ฯลฯ

งันเฮือนดี หมายถึง งานฉลองสนุกสนานอย่างยิ่งด้วยการละเล่นเป็นมโหสพคบงันอึกทึกครึกโครม

งัน หมายถึง งานฉลองสนุกสนานอย่างยิ่ง ไม่ใช่งานอาชีพในชีวิตประจำวัน เช่น หุงข้าว, ทำนาทำไร่, ฯลฯ [มโหสพคบงัน กลายคำจาก มหรสพ หมายถึง การละเล่นหลายอย่างในงานฉลอง]

เฮือนดี น่าจะกลายจาก เรือนผี หมายถึงเรือนที่มีคนตายเพราะขวัญหาย

สนุกสนานงานศพ “งันเฮือนดี” สมัยดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ ต่อไปข้างหน้าจะพัฒนาเป็นการละเล่นสวดลำของชาวบ้าน เรียกสมัยหลังว่าสวดคฤหัสถ์ ต่อมาพระสงฆ์เลียนแบบสวดลำของชาวบ้านในงานศพเลยถูกห้าม แล้วเปลี่ยนเป็นสวดพระอภิธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...