โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

หยุดไม่อยู่แล้ว! เผย BYD ครองส่วนแบ่งตลาดรถอีวี 47% ในไทย

AutoFun Thailand

อัพเดต 08 ธ.ค. 2566 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 13 ต.ค. 2566 เวลา 10.21 น. • May
เผยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD (บีวายดี) พุ่งกระฉูดอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยสามารถทำตัวเลขได้ถึง 3,242 คันในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เผยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD (บีวายดี) พุ่งกระฉูดอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยสามารถทำตัวเลขได้ถึง 3,242 คันในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทยรวมทั้งหมดอยู่ที่ 6,875 คันในเดือนกันยายน ซึ่งนั่นทำให้ BYD ครองส่วนแบ่งตลาดถึงเกือบครึ่งหนึ่งหรือ 47% เลยทีเดียว เรียกได้ว่าผงาดขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถอีวีในบ้านเราอย่างเต็มภาคภูมิ

เมื่อดูจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารวมทั้ง 9 เดือนแรกของปีนี้ มีทั้งหมด 50,347 คัน ซึ่งถือว่าสูงมากจากเดิมยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วอยู่ที่เพียง 9,729 คันเท่านั้น โดย BYD ครองมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 36%

และหากดูตัวเลขยอดขายรถยนต์ทุกประเภทตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายนปีนี้พบว่าอยู่ที่ 500,942 คัน นั่นหมายถึงรถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนแบ่งตลาด 10.05%

เผยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD (บีวายดี) พุ่งกระฉูดอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยสามารถทำตัวเลขได้ถึง 3,242 คันในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

รถยนต์จีนครองเมือง

BYD ขึ้นครองตำแหน่งผู้นำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทยเกือบทุกเดือน ยกเว้นเพียงเดือนมิถุนายนที่ถูก Neta สลับขึ้นไปเป็นผู้นำเพียงเดือนเดียว

ยอดขายรถอีวีของ BYD มาจากรถยนต์ 2 รุ่นที่เปิดตัวนำโดย Atto 3 รถแฮทช์แบ็กทำตลาดระดับคอมแพ็กต์ มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1.099 ล้านบาท ตามมาด้วยเจ้าโลมาน้อย Dolphin ที่มีทั้งหมด 2 รุ่นย่อย เคาะค่าตัวเริ่มต้นที่ 699,000 บาท

รถยนต์ทั้งสองรุ่นเป็นโมเดลหลักที่ทาง BYD ใช้ทำตลาดในหลายประเทศทั่วโลก ก่อนจะเพิ่งเปิดตัวรถซีดานตัวแรงอย่าง Seal ที่กลายเป็นทอร์กออฟเดอะทาวน์จากพละกำลังที่แรงสุดขีดจนถูกนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลายรุ่น

เผยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD (บีวายดี) พุ่งกระฉูดอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยสามารถทำตัวเลขได้ถึง 3,242 คันในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

จุดเด่นของ Seal นอกเหนือจากรูปลักษณ์ที่สวยงามและระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลังราวม้าศึก ยังอยู่ที่ราคาจำหน่ายซึ่งเริ่มต้น 1.325 ล้านบาท ทำให้สามารถกวาดยอดจองไปได้ถึง 1,000 คันตั้งแต่ใน 60 นาทีแรกหลังจากการเปิดตัว โดยมีกำหนดส่งมอบคันแรกในเดือนตุลาคมนี้

หากดูจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทย ไม่น่าแปลกใจที่ผู้นำตลาดกลายเป็นแบรนด์จีนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น BYD, MG และ Neta ยกเว้นเพียง Tesla จากสหรัฐอเมริกาที่เป็นตัวสอดแทรกและดูเหมือนจะทำตัวเลขได้ต่อเนื่องเช่นกัน

BYD ยังกำลังก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกในประเทศไทย คาดว่าจะเดินเครื่องได้ภายในปี 2024 มีกำลังการผลิต 150,000 คันต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...