หยุดไม่อยู่แล้ว! เผย BYD ครองส่วนแบ่งตลาดรถอีวี 47% ในไทย
เผยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD (บีวายดี) พุ่งกระฉูดอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยสามารถทำตัวเลขได้ถึง 3,242 คันในเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทยรวมทั้งหมดอยู่ที่ 6,875 คันในเดือนกันยายน ซึ่งนั่นทำให้ BYD ครองส่วนแบ่งตลาดถึงเกือบครึ่งหนึ่งหรือ 47% เลยทีเดียว เรียกได้ว่าผงาดขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถอีวีในบ้านเราอย่างเต็มภาคภูมิ
เมื่อดูจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารวมทั้ง 9 เดือนแรกของปีนี้ มีทั้งหมด 50,347 คัน ซึ่งถือว่าสูงมากจากเดิมยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วอยู่ที่เพียง 9,729 คันเท่านั้น โดย BYD ครองมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 36%
และหากดูตัวเลขยอดขายรถยนต์ทุกประเภทตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายนปีนี้พบว่าอยู่ที่ 500,942 คัน นั่นหมายถึงรถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนแบ่งตลาด 10.05%
รถยนต์จีนครองเมือง
BYD ขึ้นครองตำแหน่งผู้นำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทยเกือบทุกเดือน ยกเว้นเพียงเดือนมิถุนายนที่ถูก Neta สลับขึ้นไปเป็นผู้นำเพียงเดือนเดียว
ยอดขายรถอีวีของ BYD มาจากรถยนต์ 2 รุ่นที่เปิดตัวนำโดย Atto 3 รถแฮทช์แบ็กทำตลาดระดับคอมแพ็กต์ มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1.099 ล้านบาท ตามมาด้วยเจ้าโลมาน้อย Dolphin ที่มีทั้งหมด 2 รุ่นย่อย เคาะค่าตัวเริ่มต้นที่ 699,000 บาท
รถยนต์ทั้งสองรุ่นเป็นโมเดลหลักที่ทาง BYD ใช้ทำตลาดในหลายประเทศทั่วโลก ก่อนจะเพิ่งเปิดตัวรถซีดานตัวแรงอย่าง Seal ที่กลายเป็นทอร์กออฟเดอะทาวน์จากพละกำลังที่แรงสุดขีดจนถูกนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลายรุ่น
จุดเด่นของ Seal นอกเหนือจากรูปลักษณ์ที่สวยงามและระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลังราวม้าศึก ยังอยู่ที่ราคาจำหน่ายซึ่งเริ่มต้น 1.325 ล้านบาท ทำให้สามารถกวาดยอดจองไปได้ถึง 1,000 คันตั้งแต่ใน 60 นาทีแรกหลังจากการเปิดตัว โดยมีกำหนดส่งมอบคันแรกในเดือนตุลาคมนี้
หากดูจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทย ไม่น่าแปลกใจที่ผู้นำตลาดกลายเป็นแบรนด์จีนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น BYD, MG และ Neta ยกเว้นเพียง Tesla จากสหรัฐอเมริกาที่เป็นตัวสอดแทรกและดูเหมือนจะทำตัวเลขได้ต่อเนื่องเช่นกัน
BYD ยังกำลังก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกในประเทศไทย คาดว่าจะเดินเครื่องได้ภายในปี 2024 มีกำลังการผลิต 150,000 คันต่อปี