รู้หรือไม่? เคยมีการอัญเชิญ “พระแก้วมรกต” หนีสงครามไปเพชรบูรณ์
ระหว่าง พ.ศ. 2485-2486 เป็นช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศอยู่ในภาวะคับขัน กรุงเทพฯ ถูกโจมตีและทิ้งระเบิดอย่างหนักจากฝ่ายสัมพันธมิตร รัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี วางแผนจะย้ายเมืองหลวงมาตั้งที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งมีการขนย้ายพระคลังสมบัติ และของมีค่าคู่แผ่นดิน เพื่อหนีสงคราม รวมถึง “พระแก้วมรกต” ซึ่งถูกอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ“ถ้ำฤๅษีสมบัติ”
การอัญเชิญ “พระแก้วมรกต” จากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง มาประดิษฐานที่ถ้ำฤๅษีสมบัติ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเรื่องราวพอสรุปได้ดังนี้
ที่ประชุมเสวนาทางด้านประวัติศาสตร์เมืองเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551 นายกองเอกวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ (ในขณะนั้น) กล่าวว่า
“เมื่อครั้งท่านดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี มีพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งได้เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พระเดชพระคุณรูปนั้นได้รับพระบัญชาจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้าให้มาอัญเชิญพระแก้วมรกตจากถ้ำแห่งหนึ่งที่เมืองเพชรบูรณ์กลับไปยังกรุงเทพมหานคร” (สั่งเน้นคำโดยผู้เขียน)
ทำให้หัวหน้าส่วนราชการ นักการเมือง นักปราชญ์ท้องถิ่น และนักวิชาการต่างให้ความสนใจกรณีดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะเป็นข้อมูลที่สอดคล้องกับเรื่องเล่าที่ชาวบ้านในละแวกถ้ำฤๅษีสมบัติเล่าว่า เคยมีการอัญเชิญ “พระแก้วมรกต” มาประดิษฐานไว้ในถ้ำแห่งนี้
พระสงฆ์ที่รูปดังกล่าวก็คือ พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) วัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี ขณะที่ท่านมีอายุ 98 ปี หากยังมีความจำที่เป็นเลิศ โดยท่านได้เล่าให้ฟังว่า
“…เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ มีพระบัญชาให้หลวงพ่อซึ่งในขณะนั้น… จำพรรษาอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ให้เป็นผู้เดินทางไปอัญเชิญพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญไปประดิษฐานอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2… ไปกับลูกศิษย์คนหนึ่งและหม่อมเจ้าหรือหม่อมราชวงศ์? จากสำนักพระราชวังคนหนึ่ง…
เดินทางโดยรถไฟสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ไปลงที่สถานีรถไฟตะพานหิน จังหวัดพิจิตร แล้วนั่งรถยนต์ ซึ่งขณะนั้นใช้ฟืนถ่านต้มหม้อน้ำให้เดือด แล้วไอน้ำดันเครื่องยนต์ทำงานขับเคลื่อนล้อรถ เดินทางไปถึงเพชรบูรณ์หนทางลำบากมาก…”
หลังจากที่ท่านเดินทางมาถึงเพชรบูรณ์แล้ว ก็ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตออกจากถ้ำ พร้อมด้วยทรัพย์สินของมีค่าต่างๆ ขึ้นรถบรรทุกที่มีทหารคอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พระอุดมญาณโมลีเล่าต่อไปว่า
“…การอัญเชิญ พระแก้วมรกต ในครั้งนี้มีทรัพย์สินอย่างอื่นด้วย คือ ทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ และสมบัติอื่นๆ อันมีค่าของชาติ โดยมีพิธีการอัญเชิญ มีทหารยืนเข้าแถวเป็นระเบียบ ตั้งแถวเป็นแนวยาวรอรับ…โดยการอัญเชิญกลับในครั้งนั้น บรรทุกเดินทางโดยขบวนรถยนต์ของทางการทหารกลับกรุงเทพฯ ซึ่งหลวงพ่อก็ไม่ได้กลับพร้อมขบวนรถนั้น โดยในระหว่างนั้นหลวงพ่อได้ไปพักที่วัดมหาธาตุ ในตัวเมืองเพชรบูรณ์ พักอยู่เป็นเวลาประมาณ 7 วัน…” (จัดย่อหน้าใหม่และสั่งเน้นคำโดยผู้เขียน)
ข้อมูลจากคำบอกเล่าที่เกิดขึ้น ทำให้เรื่องพระแก้วมรกตเคยถูกอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่ “ถ้ำฤๅษีสมบัติ” จริงๆ กลายเป็นความภาคภูมิใจของชาวเพชรบูรณ์ และมีความพยายามที่จะประชาสัมพันธ์ชุดข้อมูลดังกล่าวให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง ในขณะเดียวกันก็มีการประชาสัมพันธ์ถ้ำฤๅษีสมบัติให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดด้วย
ถ้ำฤๅษีสมบัติ ที่อยู่บนเขาก็ได้รับการพัฒนาเส้นทางเข้าถึงอย่างสะดวก มีบันไดขึ้นไปจนถึงปากถ้ำ ปากถ้ำทำเป็นประตูทางเข้าแบบไม่มีบานเปิด สูงประมาณ 2 เมตร กว้างประมาณ 1.5 เมตร ภายในถ้ำเป็นอุโมงค์ มีการปรับปรุงพื้นโดยลาดเป็นพื้นซีเมนต์ และเป็นห้องโถงปรับเป็น 2 นอกจากนี้ ยังมีช่องอุโมงค์ที่ลาดลึกเข้าไปข้างใน สันนิษฐานว่าน่าจะใช้เป็นพื้นที่ที่ใช้เก็บของมีค่า
ส่วนด้านนอกเหนือปากถ้ำ มีการก่อผนังด้วยหินภูเขาและปูนสูงประมาณ 4 เมตร ขนาดประมาณ 10 x 10 เมตร ลักษณะเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยม หลังคาคอนกรีตลาดด้วยปูนซีเมนต์เป็นลานกว้าง แต่หลังคาได้ยุบพังลงมา สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอาคารกองบัญชาการทหารที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับคลังสมบัติ ข้างปากถ้ำทั้ง 2 ด้าน ยังมีป้อมยามรักษาการณ์ที่ก่อด้วยหินภูเขาเป็นรูปซุ้ม
ข้อมูลเรื่องการอัญเชิญพระแก้วมรกต มาประดิษฐานที่ถ้ำฤๅษีสมบัติ จังหวัดเพชรบูรณ์ จากการสัมภาษณ์ พระอุดมญาณโมลี พระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ มีอายุพรรษามาก ทำให้ชาวเพชรบูรณ์ต่างเชื่อมั่นในข้อมูลหลักฐานที่มีว่า พระแก้วมรกตในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยถูกอัญเชิญมาประดิษฐานเพื่อความปลอดภัย ณ จังหวัดเพชรบูรณ์จริงๆ แม้ว่ายังไม่มีการพบหลักฐานที่เป็นหนังสือราชการหรือที่เป็นลายลักษณ์อักษรยืนยันก็ตาม
ในกรณีนี้ อาจเป็นการปิดข่าวเพื่อความปลอดภัยของ “พระแก้วมรกต” และทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน หรือเพราะว่าไม่ได้มีการอัญเชิญพระแก้วมรกตมาก็ไม่อาจทราบได้ ยังมีความจำเป็นที่ควรจะได้ช่วยกันหาคำตอบ เพื่อจะได้คลี่คลายปมประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและประวัติศาสตร์ของชาติในเรื่องพระแก้วมรกตให้มีความกระจ่างชัดสมบูรณ์มากขึ้นต่อไป
อ่านเพิ่มเติม :
- พระใหญ่ไดบุตสุ “พระรอด” แห่งญี่ปุ่น กับต้นสน 2 รัชกาล
- พระศรีศากยมุนี วัดสุทัศนเทพวราราม พระพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุด
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
หมายเหตุ : บทความนี้เขียนเก็บความจาก ธีระวัฒน์ แสนคำ “พระแก้วมรกตเคยถูกอัญเชิญไปประดิษฐานในถ้ำฤาษีสมบัติที่จังหวัดเพชรบูรณ์ (?)” ใน, ศิลปวัฒนธรรม มิถุนายน 2558.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 เมษษยน 2567
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้หรือไม่? เคยมีการอัญเชิญ “พระแก้วมรกต” หนีสงครามไปเพชรบูรณ์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com