โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คมมีด เซี่ยวลี้ฮวงลิ้ว กรีดผ่านลำคองาม 'ดรุณี' น้อย 'แค้น' นี้ฝัง 'ลึก' แน่น/บทความพิเศษ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 06 พ.ค. 2565 เวลา 02.46 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2565 เวลา 02.46 น.

บทความพิเศษ

คมมีด เซี่ยวลี้ฮวงลิ้ว

กรีดผ่านลำคองาม ‘ดรุณี’ น้อย

‘แค้น’ นี้ฝัง ‘ลึก’ แน่น

การประจันหน้าระหว่าง “คนชุดเขียว” กับ “ลี้คิมฮวง” ต้องถือว่าเป็นการประจันหน้ากันหนแรก แค่ดำเนินไปในเป้าหมายและความต้องการอันแตกต่างกัน

เนื่องจากนี่เป็นสถานการณ์เบื้องต้นที่ลี้คิมฮวงเผชิญเมื่อเดินทางกลับจากนอกด่าน

เป็นสถานการณ์ภายใต้บรรยากาศความกลัวต่อบทบาทและการเคลื่อนไหวของ “โจรดอกเหมย”

“กิมซีกะ” ที่อยู่เบื้องหน้าคือ “เป้าหมาย” ในความต้องการจะยึดครอง

ความประหลาดใจอย่างยิ่งยวดก็คือ เหตุใด “คนชุดเขียว” จึงปรารถนาจะได้ “กิมซีกะ” เป็นอย่างสูง

สูงถึงระดับเอา “หัตถ์อสูรเขียว” และ “กระบี่ไส้ปลา” มาแลก

เมื่อจับ “จุด” นี้ได้ลี้คิมฮวงจึงแปรความปรารถนาของ “คนชุดเขียว” มาเป็นเครื่องต่อรองเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน “คนชุดเขียว” เองก็ประเมิน “จุดอ่อน” ของลี้คิมฮวงทะลุ

เพียงแต่ยังดำรงฐานข้อมูลเก่าคือ สถานะแห่ง “เซี่ยวลี้ฮวงลิ้ว” เหมือนเดิม นั่นก็คือยังคงความเป็น “ลี้น้อยเจ้าสำราญ” ไม่แปรเปลี่ยน

คำถามก็คือ แล้วตัวลี้คิมฮวงเล่ามันเป็นอย่างไร

หากจับแต่ละคำถามประสานแต่ละคำตอบ ไม่ว่าจะมองจาก “คนชุดเขียว” ไม่ว่าจะมองจาก “เซี่ยวลี้ฮวงลิ้ว” สะท้อนการปะทะ

เป็นการปะทะในเชิง “ยั่ว” ในเชิง “เร้า”

อย่างเช่นเมื่อนางถาม “ท่านดูมือทั้งสองของข้าพเจ้าน่าดูกว่าแชม้อชิ่วหรือไม่” มาพร้อมกับน้ำเสียงอันนุ่มนวลสดใส

ขณะที่คำตอบจากลี้คิมฮวงคือ

“ท่านใช้มือทั้งสองนี้ไปฆ่าคน ก็ต้องไม่มีผู้ใดต่อต้านได้ เหตุใดจึงต้องใช้แชม้อชิ่วอีก”

คนเสื้อเขียวหัวร่อเสียงใสพลางกล่าว “บัดนี้ ข้าพเจ้าตกลงการแลกเปลี่ยนกับท่านอีกครั้ง นับว่ามีเงื่อนไขดีกว่าเดิมบ้างกระมัง”

“ยังไม่ดีเพียงพอ” เป็นคำตอบ

คนชุดเขียวใช้มือที่ไม่มีไฝฝ้าตำหนิดึงแขนเสื้อเบาๆ แขนเสื้อของนางก็ร่วงลงมา เผยให้เห็นแขนอันขาวผ่อง กลมกลึงเป็นประกายรัดรึงใจยิ่ง

“ยังไม่พอ” ยังเป็นคำตอบจากลี้คิมฮวง

จากถุงอันสวมอยู่กับสองมือ ไล่ไปถึงแขนเสื้อ เนื้อแพรบางเบาซึ่งห่มคลุมเรือนร่าง กระทั่งถอดหน้ากากเผยแสดงใบหน้า

นางรอคอย นางเชื้อเชิญ

กระนั้น ลี้คิมฮวงกลับไม่ลุกขึ้น ยังคงรินสุราเพิ่มอีก 1 จอก ยกขึ้นราดรดลงไปในลำคอ และเทซ้ำอีก 1 จอก ยกขึ้นกล่าวอย่างยิ้มแย้ม

“ข้าพเจ้าไม่มีขวัญตาเยี่ยงนี้มาเนิ่นนานแล้ว ขอบคุณท่าน”

ได้ยินดังนั้น นางขบริมฝีปากแนบแน่น ก้มศีรษะกล่าว “นึกมิถึง บุรุษเยี่ยงท่านยังต้องดื่มสุรามาปลอบขวัญ”

ลี้คิมฮวงกล่าวอย่างยิ้มแย้ม

“เนื่องเพราะข้าพเจ้าทราบ สตรีที่สวยสะคราญก็ยากยิ่งจะมีความพอใจ”

นางครางเบาๆ ถลาเข้าไปในอ้อมแขนลี้คิมฮวง จอกสุราร่วงหล่นลงกับพื้น แตกกระจายไปในบัดดล

สถานการณ์ต่อจากนี้มากด้วยความแหลมคม

เป็นความแหลมคมที่วาดพรรณนาตามสำนวนแปล ว. ณ เมืองลุง ออกมาว่า มือของลี้คิมฮวงลูบไล้แผ่นหลังอันเรียบลื่นเป็นประกายลงไป

แต่มืออีกข้างยังคงกำมีดสั้นไว้ มีดสั้นซึ่งเรียวแหลม คมกริบ

ร่างนุ่มนิ่มละมุนมือของดรุณีโฉมสะคราญบิดอยู่ไปมา กล่าวด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวล “บุรุษตอนอยู่ในเวลาเยี่ยงนี้มือไม่บังควรยังถือมีดอยู่”

“ตอนมือบุรุษถือมีด ท่านก็ไม่บังควรอยู่ในอ้อมอกมัน”

ดรุณีแย้มยิ้มอย่างยียวนพลางกล่าว “หรือ หรือท่านยังอำมหิตมาฆ่าข้าพเจ้าได้”

ลี้คิมฮวงก็กล่าวอย่างยิ้มแย้ม “ดรุณีนางใดก็ไม่บังควรมีความเชื่อมั่นตัวเองปานนี้ ยิ่งไม่สมควรเปลื้องเปลือยเปล่ามาล่อบุรุษเพศ นางสมควรสวมเสื้อผ้าให้แนบแน่นรัดกุมรอคอยบุรุษไปล่อนางจึงถูกต้อง

มิเช่นนั้น บุรุษก็จะรู้สึกไร้รสชาติขาดความสนุกสนานแล้ว”

มือยกขึ้นเล็กน้อย คมมีดกรีดผ่านลำคอนางไปเบาๆ โลหิตสดๆ หยดหนึ่งหยาดไปบนทรวงอกซึ่งผุดผ่องราวหยกเนื้อดีของนาง

ดุจดังดอกเหมยแดงฉานตกอยู่บนพื้นหิมะขาวสล้าง

เมื่อสถานการณ์แปรเปลี่ยน พลิกผันกลับกลาย นางตะลึงลานจนงงงัน ร่างที่เคยอ่อนระทวยกลับกลายเป็นแข็งกระด้าง

เห็นเช่นนั้น ลี้คิมฮวงยิ้ม

“ท่านในตอนนี้ยังมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งอยู่หรือไม่ ท่านในตอนนี้ยังมั่นใจว่าข้าพเจ้าไม่อาจตัดใจอำมหิตไปฆ่าท่านอยู่หรือไม่”

คมมีดยังคงรออยู่ที่ลำคอ

“ข้าพเจ้าหวังว่า วันหน้าท่านพึงต้องจำเรื่องหลายประการนี้ไว้ 1 บุรุษเพศต่างไม่พอใจเป็นฝ่ายสนอง 2 ท่านมิได้สวยงามดังที่ท่านคิดหมายทะนงเลย”

ดรุณีน้อยขบริมฝีปากแนบแน่น ส่งเสียงสะท้าน

“ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า นับถือท่านแล้ว วิงวอนท่าน ยกมือออกไปเถิด”

“ข้าพเจ้ายังต้องการถามท่านอีกเรื่องหนึ่ง สิ่งของที่ท่านต้องการมีบุรุษเพศมากหลายที่ต่างยอมกำนัลแก่ท่าน ดังนั้น ท่านต้องไม่ละโมบในทรัพย์สินสมบัติ และตัวท่านก็เป็นสตรีย่อมไม่ละโมบในความงามของอิสตรี

ดังนั้น เพราะสาเหตุใดกันแน่ท่านจึงยอมเสียสละอย่างใหญ่หลวงมาช่วงชิงกิมซีกะตัวนี้ให้ได้”

“ข้าพเจ้าบอกท่านแล้ว ของที่ยิ่งไม่ได้มาข้าพเจ้ายิ่งต้องการ”

คําตอบของนางนับว่าแจ่มชัด เหมือนกับตรงคำถาม แต่ในความรู้สึกว่าคล้องรับกับคำถามนั้นกลับสะท้อนแต่เพียงผิว

มิได้หยั่งลึกลงไปใน “ความเป็นจริง” อัน “จริงแท้”

เนื่องจากความเป็นจริงอัน “จริงแท้” ซึ่งเป็นตัวตนของนางจะค่อยคลี่ออกมาในแต่ละบทบาทในแต่ละพฤติการณ์ โดยเฉพาะจากความจริงที่ลี้คิมฮวงตั้งข้อสังเกต

“ข้าพเจ้าไม่ยกมีดออกจากลำคอ หรือท่านไม่อาจยกลำคอออกจากมีดข้าพเจ้า”

ด้านหนึ่ง ดรุณีน้อยถลึงจ้องแน่วนิ่ว ดวงตาคู่งามของนางคล้ายมีเปลวไฟพวยพุ่งออกมา แต่อีกด้านนางกลับพลันหัวร่อ

“ข้าพเจ้าทราบแต่แรก ท่านยังไม่อาจหักใจฆ่าข้าพเจ้าได้”

นางขบกรามแน่น หอบเอาเสื้อผ้าทั้งมวล พุ่งตัวออกไปดังสายฟ้า ได้ยินเสียงเกรี้ยวกราดของนางด่าประณามมาแต่ไกล

“ลี้คิมฮวง ท่านมิใช่บุรุษ ท่านยิ่งมิใช่มนุษย์

ไม่มีประโยชน์แม้สักน้อยนิด มิน่าเล่า ภรรยาที่ยังมิได้วิวาห์ของท่านจึงหนีตามสหายรักที่สุดของท่านไป เราตอนนี้จึงได้ทราบว่าเป็นเพราะสาเหตุใด”

คำพูดนี้คล้ายเป็นเข็มแหลม แทงเข้าไปในหัวใจอย่างทารุณ

ภรรยาในอนาคต สหายรักที่สุด เข็มนี้ของ “ดรุณีน้อย” แทงทะลุไปถึงภรรยาในอนาคต ทะลวงเข้าไปถึงสหายรักที่สุด

นี่คือ “โศกนาฏกรรม” นี่คือกระบี่มากรัก กระบี่ไร้น้ำใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...