โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สภฟ.ยื่นหนังสือถึงนายกฯ คัดค้านการขึ้นค่าไฟฟ้า

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 16 ก.ค. 2567 เวลา 12.39 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2567 เวลา 04.05 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพ 16 ก.ค. – สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง (สภฟ.) รวมตัวและยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี คัดค้านการผลักภาระค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชน หลังจาก กกพ. เคาะค่าไฟ งวด ก.ย.-ธ.ค.67 สูงสุดพุ่งทะลุ 6 บาทต่อหน่วย

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง (สภฟ.) นำโดยนายเสนอ วิสุทธนะ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง ได้นำพนักงานการไฟฟ้านครหลวงกว่า 200 คน ออกเดินทางจากการไฟฟ้านครหลวง วัดเลียบ มายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ทราบปัญหาและหาแนวทางแก้ไข ไม่ใช่ผลักภาระให้พี่น้องประชาชน หลังจาก กกพ.เคาะ “ค่าไฟ” งวด ก.ย.-ธ.ค.2567 ออกเป็น 3 แนวทางและขอฟังเสียงผู้ใช้ไฟฟ้า โดยแนวทางแรก ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 4.65 บาทต่อหน่วย แนวทางที่ 2 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 4.92 บาทต่อหน่วย และแนวทางที่ 3 ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นสูงสุด 6.01 บาทต่อหน่วย ซึ่งหากค่าไฟฟ้าทะลุ 6 บาทต่อหน่วย ประชาชนที่ใช้ไฟฟ้าเดือนละ 1,000 บาท จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 3,000 บาทต่อเดือน แน่นอน โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้น 44% จากระดับค่าไฟฟ้า 4.18 บาทต่อหน่วย ในงวดปัจจุบัน

การยื่นหนังสือครั้งนี้มีนายสมคิด เชื้อคง ผู้ช่วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับมอบซึ่งหนังสือที่ยื่นต่อนายกรัฐมนตรี มีข้อเสนอ เช่น การปรับค่าไฟฟ้า หรือค่า Ft ครั้งนี้ ถือเป็นการผลักภาระให้แก่ประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งๆ ที่ปัจจุบันประชาชนต้องทุกข์ยากลำบากจากค่าครองชีพที่พุ่งทะยานสูงขึ้น ทั้งค่าน้ำมัน ค่ารถเดินทาง และค่าของกินของใช้ที่แพงขึ้นอย่างมาก แต่รัฐบาลกลับไม่มีมาตรการแก้ไขค่าครองชีพที่สูงขึ้น ยิ่งมีการปรับค่า Ft จะยิ่งเป็นการสร้างความทุกข์ยากอดอยาก เป็นการช้ำเติมประชาชน รวมถึงลูกจ้างทั้งของรัฐและเอกชนเพิ่มมากขึ้น แต่เดิมมีการคัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (กฟผ.) ไปเป็นเอกชน แต่ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลกลับพยายามจำกัดการผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ขณะเดียวกันกลับเปิดช่องทางให้บริษัทเอกชนกลุ่มทุนใหญ่เข้ามาทำการผลิตกระแสไฟฟ้าขายให้กับ กฟผ. และปล่อยให้บริษัทเอกชนเหล่านี้เข้ามาหากินหาประโยชน์จากนโยบายของรัฐ โดยการทำสัญญาระยะยาวผูกขาดการขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. หากินกับการสำรองไฟฟ้า (Reserve Margin) แม้ กฟผ.ไม่ซื้อ ก็ต้องจ่าย (ต้นทุน) เท่ากับยินยอมให้บริษัทเอกชนหรือกลุ่มทุนใหญ่เข้ามาขูดเลือดขูดเนื้อประชาชน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากนโยบายของรัฐที่มีการสำรองไฟฟ้าสูงเกินความจำเป็น อยู่ที่ระดับ 35-50 % ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ ขณะที่อัตราการสำรองไฟฟ้าตามเกณฑ์เดิมอยู่ที่ 15% การสำรองไฟฟ้ายิ่งสูงมากจะกลายเป็นต้นทุนแฝงที่เป็นภาระของผู้ใช้ไฟฟ้าหรือประชาชน ดังนั้น การเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนใหญ่ จึงถือเป็นการทุจริตเชิงนโยบายที่ประชาชนทุกข์ทนกับภาระต้นทุนที่ต้องแบกรับสูงขึ้น ตลอดนับสิบปีที่ผ่านมา

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวงจึงเรียนมาเพื่อขอคัดค้านการผลักภาระต้นทุนให้กับประชาชน รวมทั้งขอให้ยุตินโยบายการให้บริษัทเอกชนผลิตกระแสไฟฟ้า และโอนการผลิตกระแสไฟฟ้ากลับมาให้ กฟผ.ตามเดิม รวมทั้งการคงอัตราการสำรองไฟฟ้าไว้ที่ 15% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ.-513-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...