โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘DELTA’ แบกหุ้นไทย ไปต่อหรือรอก่อน เมื่อกำไรต่ำคาด

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 06.20 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 06.16 น. • The Bangkok Insight

DELTA แบกหุ้นไทย ไปต่อหรือรอก่อน เมื่อกำไรต่ำคาด สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาต่อจากนี้

ณ ตอนนี้ DELTA หรือ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คือ หุ้นที่มี Market Cap. สูงที่สุดในตลาดหุ้นไทย ด้วยมูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น Power Supply และอุปกรณ์ที่ใช้ใน Data Center และรถยนต์ EV เป็นต้น โดยเป็นบริษัทย่อยของ Delta Electronics Inc. จากประเทศไต้หวัน ที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย และส่งออกกว่า 80% ของรายได้

หลายคนน่าจะพอรู้แล้วว่าในช่วงที่ผ่านมา DELTA เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ผลักดันและกดดันความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย เนื่องจากมีผลต่อดัชนี (Index Impact) เพราะ SET Index เป็นดัชนีถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap Weighted Index) ดังนั้น หุ้นที่มีมูลค่าสูง ก็จะมีน้ำหนักมาก และส่งผลต่อดัชนีมากกว่าหุ้นเล็ก

DELTA

และเชื่อไหมว่าหากเรานับจากจุดต่ำสุดของ SET เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 จนถึงปัจจุบันที่ตลาดหุ้นไทยรีบาวด์ขึ้นมาเกือบ 200 จุด เป็นผลของการปรับตัวขึ้นของ DELTA มีน้ำหนักมากถึง 28% เลยทีเดียว เรียกว่าเป็นเดอะแบกตลาดหุ้นไทยอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าสนใจต่อไปคือความร้อนแรงแบบนี้ของ DELTA จะยังคงอยู่ต่อไปหรือไม่ ล่าสุดบริษัทได้รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2568 ออกมาไม่สวยหรูแบบที่คิด ยอดขายโตขึ้นเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิและอัตรากำไรกลับลดลงแรง

DELTA แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า กำไรไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 4,629.06 ล้านบาท ลดลง 29.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 44,490 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขับเคลื่อนโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่มีการขยายตัวสูง ทั้งเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ ภายใต้แนวโน้มการลงทุนที่เร่งตัวขึ้น เพื่อรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ส่วนกำไรขั้นในไตรมาสนี้ที่ปรับตัวลง เกิดจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากในปีนี้ ประกอบกับช่วงปีที่แล้วมีการกลับรายการตั้งสำรองสินค้าคงคลังในปริมาณมาก ส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น ทั้งนี้ บริษัทยังคงดำเนินกลยทุธ์การผลักดันยอดขายพร้อมจัดการควบคุมสินค้าคงคลังในระดับที่เหมาะสมตามสภาวะอุตสาหกรรม

ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) มีจำนวน 6,011 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 11.3% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการขายในส่วนภาษีศุลกากรเพิ่มขึ้น เพราะตลาดสหรัฐ เริ่มประกาศใช้นโยบายภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียมในไตรมาสนี้ ส่งผลให้บริษัทเกิดค่าใช้จ่ายอากรเพื่อส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลงร่วมกันในการเรียกเก็บคืนจากลูกค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด

ทั้งนี้ DELTA มองว่าภาพรวมตลาดยังคงมีศักยภาพการเติบโตสูงในปีนี้ ขณะเดียวกันกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรม ยังมียอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับโซลูชั่น โครงสร้างพื้นฐานพลังงานและการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตได้ในระดับปานกลาง ส่วนโซลูชั่นระบบพลังงานโทรคมนาคมฟื้นตัวอย่างจำกัด

หากดูจากสรุปงบการเงินที่บริษัทแจ้ง ก็จะพอสรุปได้ว่าแนวโน้มข้างหน้ายังมีความท้าทายสูง ทว่าภาพรายได้ยังดีอยู่ เพราะเมกะเทรนด์อย่าง Data Center, AI Infrastructure และเครือข่าย 5G ยังคงผลักดันยอดขายกลุ่ม Power Electronics และ Cooling Solution ให้เติบโตต่อเนื่อง

DELTA

แต่ฝั่งต้นทุน คือสิ่งที่กดดันผลประกอบการอย่างแท้จริง จริงอยู่ที่มีเรื่องของค่าเงินบาทแข็งขึ้นมากดดันในปีนี้ ทำให้รายได้สกุลต่างประเทศแปลงกลับมาได้น้อยลง แต่อีกประเด็นที่มองข้ามไปไม่ได้เลยนั่นคือเรื่องภาษีตอบโต้ (Tariffs) จากสหรัฐ ที่ไทยโดนเรียกเก็บในอัตรา 36% กระทบโดยตรงกับต้นทุนการขายของ DELTA

สรุปแล้วสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาต่อจากนี้

1. การส่งผ่านต้นทุนใหม่ เช่น ภาษีอากร ไปยังลูกค้าได้เร็วแค่ไหน

2. ทิศทางค่าเงินบาทในช่วงครึ่งหลังของปี

3. การควบคุมต้นทุนและความสามารถในการรักษามาร์จิน ใครที่กำลังเล็งหุ้น DELTA อย่าลืมนำปัจจัยดังกล่าวไปร่วมพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...