โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หญิงป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย มาถอนเงิน 1 ล้าน ธนาคารเอะใจ แจ้ง ตร.ตรวจสอบ ถึงได้รู้ความจริง (ตปท.)

สยามนิวส์

เผยแพร่ 04 พ.ค. 2568 เวลา 03.25 น. • สยามนิวส์
หญิงป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย มาถอนเงิน 1 ล้าน ธนาคารเอะใจ แจ้ง ตร.ตรวจสอบ ถึงได้รู้ความจริง (ตปท.)

เว็บไซต์ ETtoday รายงาน หญิงวัย 72 ปี ในเมืองไถจง ของไต้หวัน ได้เดินทางมายังธนาคารแห่งหนึ่งในเขตเป่ยถุน เพื่อถอนเงิน 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ประมาณ 1,050,000 บาท) ในคราวเดียว พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าเธอป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย และต้องการใช้เงินสำหรับ "ทริปในฝัน" ในช่วงสุดท้ายของชีวิต แต่เจ้าหน้าที่เกิดความกังวลว่าอาจเป็นกรณีหลอกลวง จึงแจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ

สถานีตำรวจ เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว หญิงนามสกุลหวังเดินทางไปที่ธนาคารเพื่อถอนเงิน 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ประมาณ 1,050,000 บาท) ซึ่งเป็นเงินเก็บทั้งชีวิตของเธอ โดยเธอระบุว่าต้องการใช้เงินนี้สำหรับท่องเที่ยวอย่างอิสระและช้อปปิ้ง เพื่อเติมเต็มความฝันในช่วงสุดท้ายของชีวิต เนื่องจากป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารซักถามเพิ่มเติม พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ และสงสัยว่าเธออาจตกเป็นเป้าหมายของแก๊งมิจฉาชีพ จึงแจ้งตำรวจเข้ามาตรวจสอบ หลังจากยืนยันว่าเธอป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายจริง และตรวจสอบไม่พบว่าถูกหลอกลวง ธนาคารจึงอนุญาตให้ถอนเงินสด โดยมีตำรวจคุ้มครองหญิงรายนี้ให้นำเงินกลับบ้านอย่างปลอดภัย

แม้นางเอจะพยายามโต้แย้งว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในพื้นที่ของธนาคาร และคนร้ายยังแอบอ้างเป็นคนของธนาคาร แต่ศาลท้องถิ่นกลับตัดสินว่า ลูกค้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการยืนยันตัวตนของพนักงานธนาคาร ตลอดจนรับผิดชอบในการทำธุรกรรมของตัวเอง และเนื่องจากเงินจำนวนนี้ไม่ได้ถูกลูกค้านำเข้าสู่ระบบของธนาคารอย่างเป็นทางการ ธนาคารจึงไม่ต้องรับผิดชอบในการสูญเสียนี้

ภายใน 30 นาที ผลจากหยาดเหงื่อและน้ำตาตลอด 20 ปีของฉันกลับหายไป ถ้าฉันระมัดระวังกว่านี้และตรวจสอบทุก ๆ รายละเอียดอย่างรอบคอบ ก็คงไม่ต้องเจอกับสถานการณ์นี้"

เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจแก่ชาวเน็ตที่ทราบข่าวอย่างมาก ขณะที่ทางการก็ออกมาเตือนประชาชน ให้ขอดูบัตรพนักงานจากบุคคลที่กล่าวอ้างว่าเป็นพนักงานธนาคาร และยืนยันโดยตรงกับเคาน์เตอร์ทางการ รวมถึงให้ทำธุรกรรมในบริเวณที่กำหนดไว้เท่านั้น ผ่านระบบของธนาคาร ซึ่งเมื่อทำธุรกรรมใด ๆ เสร็จ ให้ตรวจสอบยอดในบัญชีทันที เพื่อให้มั่นใจว่าเงินเข้าระบบธนาคารแล้ว และสิ่งสำคัญคืออย่าไว้วางใจบุคคลที่อ้างตัวเป็นพนักงานธนาคาร โดยไม่ตรวจสอบยืนยันให้ชัดเจน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...