เจ๋ง บิ๊กแอส แจงเหตุผลที่พูดประเด็น ศิลปินนักร้อง อย่ามาอ้างต้องพึ่งยาถึงมีอินเนอร์
เจ๋ง บิ๊กแอส แจงเหตุผลที่พูดประเด็น ศิลปินนักร้องอย่ามาอ้างต้องพึ่งยาถึงมีอินเนอร์ ถูกด่าโยงนอกประเด็น ถาม.. ความคิดคนสังคมเรามันแย่ลงกันขนาดนี้เลยรึครับ
นักร้องหนุ่ม‘เจ๋ง บิ๊กแอส’ หรือ ‘เดชา โคนาโล’ มีผลงานหนัง สยองขวัญ “4ป่าช้า” โดยวันที่ 19 มี.ค. 68 หนุ่มเจ๋ง มาร่วมบวงสรวงภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ณ ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น แยก อสมท. ถนนพระราม 9
และได้ให้สัมภาษณ์ ถึงความท้าทายในงานแสดงแนวสยองขวัญ พร้อมเผยคิวงานคอนเสิร์ตแน่นยาวไปถึงปีหน้า จัดเต็มสุดทุกโชว์ ถือคติเล่นให้เหมือนเป็นวันสุดท้าย ทั้งนี้ยังได้แชร์มุมมอง กับกระแสข่าวนักร้องยุค 2000 ถูกจับคดียาเสพติด บอกอย่ามาอ้างต้องพึ่งยาถึงมีอินเนอร์ร้องเพลง ศิลปินควรมีจิตวิญญาณที่ดี ไม่พึ่งพามัวเมาสิ่งผิดกฎหมาย ไม่แคร์คนเหมารวมมองภาพลักษณ์ศิลปินนักร้องไม่ดี เพราะตนไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ของมึนเมาอยู่แล้ว ส่วนตัวชอบออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพเพื่อยืนระยะในอาชีพนักร้องให้ได้นานที่สุด
ประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในตอนนี้เกี่ยวกับเรื่องศิลปินเข้าไปพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมายสารเสพติดในมุมมองของพี่เจ๋งเองคิดยังไง กับบางคนที่บอกว่าเป็นศิลปินต้องพึ่งพวกนี้ถึงจะมีเอ็นเนอร์จีในการเล่น?
“เอาจากใจผมเลยสิ่งเหล่านี้ที่เขาพูดมันเป็นสิ่งที่ผิด มันเป็นการเข้าใจผิด เพราะว่าดนตรีบ้านเรายุคกำเนิดต้นแบบมาจากเมืองนอก เมืองนอกเขาอาจจะเล่นยา สูบบุหรี่ กินเหล้าบนเวทีทำทุกอย่าง แล้วศิลปินบ้านเราในยุคนั้นเห็นแล้วมันอาจจะดูเท่ก็เลยทำตาม
ซึ่งผมถามหน่อยว่าทุกวันนี้แค่กินเหล้าสูบบุหรี่ผมว่ามันก็แย่พอแล้วสำหรับสังคมเราทุกวันนี้ แล้วไหนจะเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าที่มันลามปามมาอีก บ้านเรามันไม่แยกแยะ
คำว่าศิลปินคือคุณต้องมีจิตวิญญาณของคุณและความสุขที่คุณอยากจะร้องเพลง คุณอย่ามาอ้างว่าคุณต้องเมา ต้องกินเหล้า ต้องเสพยาก่อนถึงจะมีอารมณ์ในการเล่น ถ้ายกตัวอย่างอย่างผมหรือศิลปินหลายๆ คนเขาไม่เห็นต้องพึ่งเลย คือถ้าคุณอยากสนุกอยากมีตรงนี้คุณเอาความรู้สึกของคุณจริงๆ ที่คุณเป็นศิลปินคุณเอาออกมาเลย”
“ทุกครั้งที่ผมไปเล่นคอนเสิร์ตในทุกๆ ที่ ผมจะตื่นเต้นนะ ผมมือสั่นเลยสิ่งเหล่านี้มันคือเอ็นเนอร์จี แล้วอีกอย่างคุณต้องเคารพตัวเองให้เป็น คุณจะมาบอกว่าคุณต้องใช้ยาเสพติดต้องกินเหล้าถึงจะมีโน่นมีนี่ ผมว่าคุณไม่เคารพตัวเอง คุณไม่ดูแลตัวเอง คุณไม่รักตัวเอง แล้วคุณก็ไม่ให้เกียรติแฟนเพลงของคุณด้วย”
“เขารักคุณจากอะไร เขาติดตามคุณเพราะอะไร เพราะคุณคือศิลปินเป็นตัวอย่าง แต่ถ้าตัวอย่างของคุณคือการกินเหล้ามาเสพยาแล้วมาอ้างนู่นอ้างนี่ คุณอย่าเป็นเลยศิลปินน่ะ ผมกล้าพูดเลย ถ้าผมกล้าพูดตรงนี้ไปแล้วศิลปินท่านอื่นไม่พอใจในคำพูดผม ก็ไม่ต้องพอใจ ผมกล้าพูดเลย ผมกล้างัดเลย เพราะตัวผมเองเป็นคนที่ไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่และไม่จำเป็นต้องใช้พวกนี้ด้วย
ผมเล่นดนตรีมาตั้งแต่อายุ 18 ผมเห็นมาหมดเลยว่าใครมันทำอะไรบ้างหลังเวทีดูดยาเสพติด เล่นโคเคนเล่นทุกอย่างมาชวนผม ผมยังไม่สนใจเลยเพราะผมรู้ว่ามันไม่ได้มีประโยชน์ คุณก็เห็นว่าข่าวทุกวันนี้ที่ออกมาคลั่งยาเมาเหล้าคลั่งฆ่ากันตายเสียสติบ้าบอก็เพราะสิ่งเสพติดพวกนี้ ผมว่าทุกวันนี้บ้านเมืองเราบุหรี่เหล้าหนักพอแล้วครับ จริงๆ พอเหอะ อย่ามาอ้างเลยว่าเป็นศิลปินแล้วต้องพึ่งพวกนี้อย่าเรียกว่าตัวเองเป็นศิลปินเลย”
“คุณมีความสุขในการเล่นดนตรี คุณมีเอ็นเนอร์จี้อยู่แล้ว แต่วันนึงคุณหมดแพสชั่น คุณไม่มีอะไรแล้วคุณมาบอกแบบนี้ คุณหยุดดีกว่า คุณอย่าร้องเพลงเลย คุณไปทำอย่างอื่นดีกว่า”
“บางทีถูกเหมารวม ศิลปินนักร้องมักเป็นแบบนี้แหละ ก็ห้ามความคิดเขาไม่ได้สุดท้ายมันอยู่ที่พฤติกรรมเลย เพราะว่าด้วยภาพลักษณ์นักดนตรีที่ผ่านมามันดูไม่ดีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องกินเหล้าเมายามั่วเซ็กซ์นักดนตรีมันโดนมองอย่างนี้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายแล้วมันอยู่ที่ตัวเรา ตัวผมเองไม่ได้แคร์อะไรอยู่แล้ว เพราะกูไม่ได้เป็น ใครจะพูดอะไรก็พูดกันไป เพราะผมไม่ได้สนใจ ผมสนใจครอบครัวของผม คนที่รักผมมากกว่า คนที่เข้าใจเราและเห็นเรามากกว่า คนที่ติดตามตัวผมจริงๆ เขาจะรู้ว่าผมเป็นยังไง ผมทำหรือไม่ทำมันดูกันออกครับ”.
โชว์หุ่นแซ่บบนเวที?
“มันเกี่ยวโยงกันกับการที่ผมบอกว่าเวลาเราเล่นคอนเสิร์ต สคริปต์ทุกอย่างการเล่นโชว์มันก็อาจจะเดิมๆ ผมเป็นคนที่อยากหาอะไรทำสนุกๆ มันจะได้ตื่นเต้นนี่คือวิธีการหาอะไรที่มันตื่นเต้น หาแพสชั่นหาความสนุกให้ตัวเองแล้วไปโชว์อยู่บนเวที ไม่ใช่ต้องมาพึ่งยาพึ่งโน่นนี่ เราพึ่งตัวเอง พึ่งความคิดพึ่งเอ็นเนอร์จี้ของตัวเองแล้วนำเสนอออกไป”
“ผมออกกำลังกายไม่ได้มาเพื่อจะโชว์หุ่นเลยนะ เพื่อรักษาสุขภาพของผม เพื่อให้ได้มีการยืนระยะยาวจะเล่นดนตรีต่อไป ตอนนี้ผมอายุ 42 ผมไม่รู้จะอยู่ถึงหรือเปล่านะ สัก 50-60 ผมก็รู้สึกว่ายังแข็งแรงพอที่จะออกไปคอนเสิร์ต ออกไปบู๊ได้แค่นั้นเลย เรื่องกำไรคนดูมั้ยผมไม่รู้ มันเป็นเรื่องที่ผมอยากจะทำอะไรสนุกๆ เหมือนเรามาโชว์คอนเสิร์ต ผมรู้สึกว่าถ้ามันมีการโชว์ไฮไลต์อะไรบางอย่าง เราทำแล้วรู้สึกตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงแล้วเรามีความสุข มันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เราทำไปแค่นั้นเลย ถ้ามันเป็นแรงบันดาลใจให้ใคร ผมก็รู้สึกดีนะ ถ้ามันเป็นอย่างนั้นเป็นตัวอย่างที่ดีให้เยาวชนเขาเห็นว่าสุดท้ายการออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพมันเกิดผลดีหลายๆ อย่าง ผมก็โอเคครับ”
ภายหลังจากที่เป็นข่าวออกไป เจ๋ง บิ๊กแอส ถูกวิพากษ์วิจารณ์โยงออกไปนอกประเด็น จนเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งว่าจากกรณีที่ผมให้สัมภาษณ์เรื่องยาเสพติด
“นักข่าวถามผมว่าคิดยังไงกับคำพูดที่ว่า ”ก็ผมเป็นศิลปิน ผมเลยต้องใช้ยาเพื่อจะได้มีฟิลลิ่ง มีอารมณ์ในการร้องในการโชว์“
ผมไม่ได้ว่าหรือพูดตำหนิคนที่กินเหล้า เบียร์ บุหรี่ ผมพูด บอกว่า ทุกวันนี้ แค่กินเหล่าสูบบุหรี่ ก็หนักแล้ว ไหนจะบุหรี่ไฟฟ้าอีก เพราะที่วงผมเองก็สูบบุหรี่กินเหล้า มันไม่ใช่เรื่องผิดครับ ใครคนอื่นที่กินเหล้าดูดบุหรี่ก็ไม่ได้ผิดอะไรครับ แต่ผมพูดเรื่องเล่นยาใช้ยาเสพติดครับ“ไม่ได้บอกว่าไม่ใช่ศิลปิน ถ้าเล่นยา“
“แต่ผมใช้คำว่า อย่าเป็นเลยศิลปิน ถ้าต้องพึ่งยาใช้ยาเสพติดจนมึนเมาเพื่อให้มีฟิลลิ่งมีอารมณ์ในการร้องเพลงขึ้นคอนเสิร์ต” ถ้ามันหมดไฟหมดฟิลลิ่ง หมดแพทชั่น ในการร้องเพลงหรือขึ้นคอนเสิร์ต ก็หยุดดีกว่า ไปหาไรอย่างอื่นทำ มันทำร้ายตัวเราเองเปล่าๆ ไม่ให้เกียรติตัวเอง ไม่ให้เกียรติคนที่เป็นแฟนเพลงที่เขารักชื่นชมเรา
สุดท้ายผมเห็นจุดจบของคนเล่นยาติดยาเสพติดมันเป็นยังไง พังครับ ก็เห็นกันในข่าวทุกวัน แล้วผมไม่พูดพาดพิงถึงใคร แล้วผมก็ไม่ได้ซ้ำเติม ในชีวิตทุกคนเคยทำผิดพลาดกันทั้งนั้นครับ รวมถึงผมเอง ผมทิ้งท้าย ไว้ว่าใครจะชอบไม่ชอบไม่พอใจในคำพูดของผม ก็เชิญครับ เพราะผมพูดในมุมของผม
และในเมนต์เพจข่าว ก็เที่ยวไปโยงพูดพาดพิงศิลปินท่านอื่นเอง รวมถึงวงดังๆต่างประทศ กันเองทั้งนั้น แขวะผมอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่ผมพูดเรื่องของยาเสพติด แต่โยงด่ากันไปนอกเรื่องนอกประเด็นกันเอง ความคิดคนสังคมเรามันแย่ลงกันขนาดนี้เลยรึครับ เหมือนคนที่แขวะะด่าผม สนับสนุนคนเสพยา หรือคนติดยาเสพยามันเยอะเกินไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ๋ง บิ๊กแอส แจงเหตุผลที่พูดประเด็น ศิลปินนักร้อง อย่ามาอ้างต้องพึ่งยาถึงมีอินเนอร์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th