DELTA แจงกำไร Q4/67 วูบ 54 % ค่าใช้จ่ายพุ่ง 7,044 ลบ. พบมีค่าต่อสู้คดี 1,008 ลบ.
DELTA แจงกำไรไตรมาส 4 ปี 67 หดตัวแรงจากค่าใช้จ่ายในการขาย-บริหาร รวมงบวิจัยและพัฒนา พุ่ง 7,044 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62 % บุ๊กค่าใช้จ่ายต่อสู้คดี 1,008 ล้านบาทข้อพิพาทสิทธิบัตรเทคโนโลยีกับคู่กรณีในสหรัฐฯ
วันที่ 18 ก.พ. 2568 บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA ชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า จากการรายงานผลประกอบการปี 2567 ของบริษัท ส่งผลให้เกิดความผันผวนในการซื้อขายและราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันเปิดทำการต่อมา
บริษัทฯ ขอชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/67 เพื่อประกอบการพิจารณาของนักลงทุนดังนี้
ไตรมาส 4 ปี 2567 มีกำไรสุทธิ 2,155 ล้านบาท ลดลง-54% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง -63% จากไตรมาส 3 ปีเดียวกัน
ยอดขายสินค้าและบริการในไตรมาส 4/67 อยู่ที่ 41,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 10.6% แต่ลดลงจากฐานสูงในไตรมาสก่อน 3.4% ขับเคลื่อนโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์พาวเวอร์ซิสเต็มสำหรับระบบศูนย์ข้อมูล และดีซีพาวเวอร์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง ร่วมกับโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศเติบโตได้ดีจากไตรมาสก่อน และปีที่แล้วจากแนวโน้มความต้องการลงทุนเพื่อยกระดับดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับการประมวลผลสมรรถนะสูง
อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนกลุ่มโซลูชันสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่แล้ว สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว
กำไรขั้นต้น ในไตรมาส 4/67 อยู่ที่ 9,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 21.4% จากฐานสูงของไตรมาสที่แล้ว สาเหตุหลัก ดังนี้
- สกุลเงินดอลลาร์ส่งผลต่อค่าเงินบาทแข็งในต้นไตรมาส 4 เกิดการรับรู้ขาดทุนต้นทุนสินค้าคงคลัง 13.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การให้เงินคืนอุดหนุนแก่ลูกค้า 6.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากยอดขายสูงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นไปตามข้อตกลงการค้า
- หน่วยงานโซลูชัน Magnetic ซึ่งผลิตชิ้นส่วนสำหรับใช้ภายในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เกิดกรณีข้อบกพร่องของวัตถุดิบที่ได้ประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปส่งมอบลูกค้าแล้ว ทำให้บริษัทฯ ต้องดำเนินการแก้งาน พร้อมตั้งสำรองค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมการดำเนินการดังกล่าวมูลค่า 16.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากปัจจัยกดดันกำไรข้างต้น สำหรับไตรมาสนี้ บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมบริหารสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีการกลับรายการตั้งสำรองมูลค่าสินค้าคงคลังออกมาเพิ่มเติมบางส่วน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบของค่าใช้จ่ายไม่ประจำที่เกิดขึ้นไตรมาสนี้
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) มีจำนวน 7,044 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.6% จากไตรมาสก่อน 61.8% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลัก ดังนี้
- ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยพัฒนา มีช่วงฤดูกาลที่บันทึกยอดจากโครงการต่าง ๆ ของศูนย์วิจัยที่เยอรมนีสูงขึ้นในช่วงปลายปี ทั้งนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ในการเพิ่มการลงทุนเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต ตามแนวโน้มธุรกิจหลักที่มีดีมานด์ความต้องการสูง
- ค่าสิทธิจ่าย ซึ่งบันทึกอยู่ในค่าใช้จ่ายการขาย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากยอดขายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI เติบโตสูง อย่างไรก็ตาม ไตรมาสนี้มีการประเมินและปรับปรุงอัตราเรียกเก็บค่าสิทธิจ่ายสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มเติมและมีผลคานวณย้อนถึงต้นปี ทำให้ค่าสิทธิจ่ายเพิ่มสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้อัตราอ้างอิงดังกล่าว ได้ผ่านการสอบทานเปรียบเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยผู้เชี่ยวชาญการประเมินอย่างสมเหตุสมผล (บริษัท PWC)
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการบันทึกค่าใช้จ่ายทางกฏหมาย ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 โดยยอดรวมค่าใช้จ่ายทางกฎหมายในปีนี้ 1,008 ล้านบาท เกิดจากกลุ่มบริษัทเดลต้ามีข้อพิพาทด้านสิทธิบัตรเทคโนโลยีกับคู่กรณีในสหรัฐอเมริกา สถานะคดียังไม่สิ้นสุดและอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ส่งผลให้ยังมีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
หุ้น DELTA ภาคเช้าวันนี้ ยังปรับตัวลงต่อ ณ เวลาประมาณ 11.42 น. ราคาอยู่ที่ 82.50 บาท ลดลง 4 บาท (-4.62 %)