โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

หนึ่งเดียว พิธีกวนพุทราแขวนบาตร บูชาพระแท่นศิลาอาสน์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 10 ก.พ. 2568 เวลา 19.23 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2568 เวลา 12.23 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

อุตรดิตถ์ 10 ก.พ. – พิธีกวนพุทราแขวนบาตร บูชาพระแท่นศิลาอาสน์ จากลูกพุทราสมัยพุทธกาล อายุกว่า 200 ปี ที่ลับแล ประเพณีหนึ่งเดียวที่ลับแล จ.อุตรดิตถ์

ต้นพุทราขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10 เมตร ลำต้นโผล่ออกจากกำแพงพระวิหารหลวง วัดพระแท่นศิลาอาสน์พระอารามหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ผลดกเต็มต้น มีป้ายเขียนว่า “ต้นพุทราแขวนบาตรพระพุทธเจ้า” เจริญเติบโตคู่มากับวัดพระแท่นศิลาอาสน์ อายุกว่า 200 ปี เชื่อว่าเป็นต้นลูกสืบเชื้อพันธุ์มาจากต้นพุทราที่พระพุทธเจ้าทรงโปรดให้พระอานนท์ นำบาตรของพระพุทธองค์ไปแขวนไว้ที่กิ่งพุทราต้นนั้น หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้กระทำพุทธกิจและฉันภัตตาหารบนพระแท่นศิลาอาสน์แล้ว ต้นพุทราต้นนั้นได้รับการขนานนามว่า “พุทราแขวนบาตร”

นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีกวนพุทราแขวนบาตรบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ โดยพระวินัยสาทร เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ (ธรรมยุต) เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์กำหนดจัดขึ้น เพื่อนำพุทรากวนจากต้นพุทราแขวนบาตร ถวายบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ขณะที่พระสงฆ์ 9 รูป ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เจ้าหน้าที่เทน้ำสะอาดลงในกระทะเหล็กใบใหญ่ 2 ใบ ติดแก๊สหุงต้ม (หากเป็นแบบโบราณใช้ฟื้น) น้ำเริ่มเดือดใส่เกลือเม็ด จากนั้นผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ บรรจุเครื่องปรุงลงในกระทะ ตามสัดส่วนที่เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมไว้ คือ น้ำอ้อย แบะแซ และพุทราแขวนบาตร ซึ่งมีการเริ่มเก็บผลสุกพุทราแขวนบาตรที่ล่วงหล่นจากต้น ตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นมาต้น นำมาตากแห้งบดเป็นผงละเอียด เก็บรวบรวมไว้เพื่อประกอบพิธีดังกล่าวโดยเฉพาะ นำพายไม้กวนพุทราให้เป็นเนื้อเดียวกันตามตำรับสูตรโบราณ 1 กระทะ ใช้เวลากวนประมาณ 2 ชั่วโมง จะกวนพุทราแขวนบาตร 9 กระทะ เทใส่ถ้วยภาชนะนำไปถวายบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ส่วนที่เหลือให้ประชาชนได้บูชารับประทานเป็นอาหารทิพย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

การกวนพุทราบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ เป็นพิธีสำคัญที่เปรียบเสมือนการกวนข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาสของนางสุชาดาเมื่อครั้งพุทธกาล ซึ่งถือเป็นประเพณีอันดีงามที่รักษาและสืบสานกันต่อมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังพบว่าพุทธศาสนิกชนยังไหว้ตั้งจิตเพื่อขอเก็บผลพุทราที่ล่วงหล่นจากต้นพุทราแขวนบาตร นำกลับไปรับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล

นอกจากนี้ ภายในงานยังจำหน่ายพุทรากวนโบราณของชาวลับแล และ จ.สุโขทัย เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่สนใจได้ซื้อหารับประทาน ราคาพวงละ 10 บาท หรือกิโลกรัมละ 100 บาท งานมีถึง 12 กุมภาพันธ์ 2568.- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...