โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ChatGPT เวอร์ชั่นใหม่ VS จิตวิญาณแห่ง Ghibli ผู้สรรค์สร้าง “Spirited Away”

Thaiger

อัพเดต 28 มี.ค. 2568 เวลา 12.12 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 05.12 น. • Thaiger ข่าวไทย

เมื่อเงาของจิบลิ ทาบทับโลกดิจิทัล มนต์เสน่ห์เอไอ AI เสียงกระซิบแห่งความกังวล และคำถามถึงจิตวิญญาณของศิลปะ

ราวกับมีเวทมนตร์บางอย่างถูกร่ายขึ้นในโลกดิจิทัลสัปดาห์นี้ เมื่อ ChatGPT เวอร์ชั่นใหม่เปิดประตูให้เหล่าผู้หลงใหลในมนต์ขลังของ “สตูดิโอจิบลิ” สตูดิโอแอนิเมชันระดับตำนานจากญี่ปุ่น ผู้สรรค์สร้าง “Spirited Away” และภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมอีกมากมาย ได้ลองหยิบยื่นภาพถ่ายส่วนตัวหรือแม้กระทั่งมีม (meme) ยอดฮิตบนอินเทอร์เน็ตเข้าไปในเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ แล้วเสกสรรค์ให้กลายเป็นภาพลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดุจดังหลุดออกมาจากปลายพู่กันของ ฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ

ปรากฏการณ์ “Ghiblification” นี้ นำมาซึ่งรอยยิ้มและความตื่นเต้นแก่ผู้คนจำนวนมาก ยานู ลิงเกสวารัน คือหนึ่งในนั้น โดยหนุ่มผู้ประกอบการชาวเยอรมันลองนำภาพถ่ายของมาลี แมวพันธุ์แร็กดอลล์วัย 3 ขวบของเขา ใส่เข้าไปในเครื่องมือสร้างภาพใหม่ของแชทจีพีทีเมื่อวันพุธ พร้อมคำสั่งง่ายๆ ว่า “เปลี่ยนเป็นสไตล์จิบลิ”

ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ภาพอนิเมะที่ยังคงเค้าโครงของมาลี แต่ก็ดูคล้ายคลึงกับเหล่าตัวละครแมวเหมียวที่ปรากฏกายอย่างมีชีวิตชีวาในโลกของมิยาซากิ ไม่ว่าจะเป็นจาก “My Neighbor Totoro” หรือ “Kiki’s Delivery Service” อย่างน่าอัศจรรย์

“ผมตกหลุมรักผลลัพธ์ที่ได้จริงๆ” ลิงเกสวารันกล่าว “เรากำลังคิดจะพิมพ์มันออกมาใส่กรอบแขวนไว้บนผนังบ้าน”

ไม่ใช่แค่ภาพแมวเหมียวเท่านั้น ภาพจำอันโด่งดังอื่นๆ ก็ถูกนำมาอาบไล้ด้วยสไตล์จิบลิเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภาพนักกีฬายิงปืนชาวตุรกี ยูซุฟ ดิเก็ค ในท่าทีสบายๆ สวมเสื้อยืด มือล้วงกระเป๋า ระหว่างการแข่งขันโอลิมปิก 2024 ที่เขาคว้าเหรียญเงินไปครอง หรือแม้แต่มีมระดับตำนาน “Disaster Girl” ภาพเด็กหญิงวัย 4 ขวบที่หันมามองกล้องพร้อมรอยยิ้มบางๆ ขณะที่บ้านเบื้องหลังกำลังลุกไหม้ในกองเพลิง

ดูเหมือนว่า OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT จะไม่ได้แสดงท่าทีขัดขวางกระแสนี้เท่าใดนัก ซ้ำยังดูเหมือนจะสนับสนุนอยู่กลายๆ เมื่อ แซม อัลต์แมน ซีอีโอของบริษัท เปลี่ยนรูปโปรไฟล์บนแพลตฟอร์ม X ของตนเองเป็นภาพพอร์เทรตสไตล์จิบลิเสียด้วยซ้ำ ในเอกสารทางเทคนิคที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร บริษัทระบุว่า เครื่องมือใหม่นี้จะใช้ “แนวทางที่ค่อนข้างระมัดระวัง” ในการเลียนแบบสุนทรียภาพของศิลปินแต่ละคน โดยมีการ “เพิ่มการปฏิเสธ” เมื่อผู้ใช้พยายามสร้างภาพในสไตล์ของศิลปินที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ในแถลงการณ์เพิ่มเติม บริษัทกล่าวว่า “อนุญาตให้ใช้สไตล์สตูดิโอที่กว้างกว่า ซึ่งผู้คนได้ใช้สร้างสรรค์และแบ่งปันผลงานต้นฉบับที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแฟนๆ ที่น่าชื่นชมอย่างแท้จริง”

ท่ามกลางความเบิกบานใจเหล่านี้ เงาทะมึนของข้อกังวลด้านจริยธรรมและลิขสิทธิ์ก็เริ่มก่อตัวขึ้น คำถามสำคัญคือ ปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้ถูก “ฝึกฝน” ด้วยการซึมซับผลงานสร้างสรรค์อันมีลิขสิทธิ์หรือไม่ และนั่นจะส่งผลกระทบต่ออนาคตและปากท้องของศิลปินที่เป็นมนุษย์อย่างไร

แฟ้มภาพ @AP

สตูดิโอจิบลิ สงวนท่าที ไม่ออกความเห็นใดต่อปรากฏการณ์นี้

แต่เสียงจากอดีตของฮายาโอะ มิยาซากิ วัย 84 ปี ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องงานแอนิเมชันวาดด้วยมืออันประณีตและเรื่องเล่าเปี่ยมจินตนาการ กลับดังสะท้อนขึ้นมาอีกครั้ง ชายผู้เคยแสดงความกังขาต่อบทบาทของ AI ในโลกแอนิเมชัน เคยกล่าววาจาอันหนักแน่นเมื่อปี 2016 หลังจากได้ชมการสาธิตแอนิเมชันที่สร้างโดย AI ซึ่งนำเสนอภาพร่างที่บิดเบี้ยวคล้ายซากศพกำลังเคลื่อนไหวด้วยศีรษะ มิยาซากิกล่าวว่าเขารู้สึก “ขยะแขยงอย่างที่สุด”

ผู้สาธิตอธิบายว่า AI สามารถ “นำเสนอการเคลื่อนไหวอันน่าสะพรึงกลัวที่มนุษย์เราไม่อาจจินตนาการได้” และอาจนำไปใช้กับการเคลื่อนไหวของซอมบี้

คำอธิบายนั้นกระตุ้นให้มิยาซากิเล่าเรื่องราวส่วนตัว

“ทุกเช้า… ไม่ใช่ช่วงนี้หรอกนะ ผมเคยเจอเพื่อนคนหนึ่งซึ่งมีความพิการ” มิยาซากิเล่า “มันยากลำบากมากสำหรับเขาแค่จะยกมือขึ้นมาแปะมือทักทาย แขนของเขาที่กล้ามเนื้อแข็งเกร็งไม่สามารถยื่นมาถึงมือผมได้ เมื่อนึกถึงเขาแล้ว ผมไม่อาจมองภาพเหล่านี้ (จาก AI) แล้วพบว่ามันน่าสนใจได้เลย ใครก็ตามที่สร้างสิ่งนี้ขึ้นมา ไม่มีความเข้าใจในความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย”

“ผมไม่มีวันที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในงานของผมอย่างเด็ดขาด” เขากล่าวปิดท้ายอย่างหนักแน่น “ผมรู้สึกอย่างแรงกล้าว่า นี่คือการดูหมิ่นต่อชีวิต”

ในมุมมองทางกฎหมายจอช ไวเกนส์เบิร์ก หุ้นส่วนบริษัทกฎหมาย Pryor Cashman ชี้ให้เห็นถึงปมปัญหาที่ซับซ้อน ประเด็นหนึ่งคือ โมเดล AI นี้ถูกฝึกฝนด้วยผลงานของมิยาซากิหรือสตูดิโอจิบลิหรือไม่ “ซึ่งนำไปสู่คำถามว่า ‘พวกเขาได้รับอนุญาตหรือสิทธิ์ในการฝึกฝนนั้นหรือไม่?'” เขากล่าว และเสริมว่า แม้โดยหลักการทั่วไป “สไตล์” อาจไม่ใช่สิ่งที่จดลิขสิทธิ์ได้ แต่สิ่งที่ผู้คนเรียกว่า “สไตล์” นั้น บางครั้งอาจหมายถึง “องค์ประกอบที่เฉพาะเจาะจง สัมผัสได้ และแยกแยะได้ ของงานศิลปะ”

“หากคุณหยุดเฟรมภาพยนตร์อย่าง ‘Howl’s Moving Castle’ หรือ ‘Spirited Away’ คุณจะชี้ไปยังสิ่งต่างๆ ที่เฉพาะเจาะจงได้ แล้วลองมองดูผลลัพธ์จาก AI คุณอาจเห็นองค์ประกอบที่เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกันอย่างมากในผลลัพธ์นั้น” ไวเกนส์เบิร์ก อธิบาย “การหยุดแค่ว่า ‘โอ้ สไตล์มันคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไม่ได้’ นั้น อาจไม่ใช่บทสรุปของเรื่องนี้”

คาร์ลา ออร์ติซ ศิลปินผู้เติบโตมากับการชมภาพยนตร์ของมิยาซากิ และกำลังอยู่ในระหว่างการฟ้องร้องผู้สร้าง AI สร้างภาพรายอื่นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “อีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนว่าบริษัทอย่าง OpenAI ไม่ได้ใส่ใจต่องานของศิลปินและวิถีชีวิตของพวกเขาเลย”

“นั่นคือการใช้แบรนด์ของจิบลิ ชื่อของพวกเขา ผลงานของพวกเขา ชื่อเสียงของพวกเขา เพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์ (ของ OpenAI)” ออร์ติซกล่าวอย่างขุ่นเคือง “มันคือการดูหมิ่น คือการฉวยใช้”

ความขุ่นเคืองของเธอยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา บัญชี X อย่างเป็นทางการของทำเนียบขาวในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ภาพสไตล์จิบลิ เป็นรูปหญิงสาวชาวโดมินิกันกำลังร้องไห้ ซึ่งถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ

“การได้เห็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม งดงาม อย่างงานของมิยาซากิ ถูกบิดเบือนเพื่อสร้างบางสิ่งที่เลวร้ายเช่นนี้” ออร์ติซเขียนบนโซเชียลมีเดีย พร้อมแสดงความหวังว่าสตูดิโอจิบลิจะ “ฟ้องร้อง” OpenAI ให้ถึงที่สุด.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...