โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นักเศรษฐศาสตร์ส่อง “จีดีพีไทย” ปีมังกร ไร้เครื่องยนต์ใหม่-โตไม่ถึง 4%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ธ.ค. 2566 เวลา 15.26 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2566 เวลา 13.30 น.

ว่ากันด้วยเรื่องภาพเศรษฐกิจไทย แม้ปี 2566 จะโตแผ่วลง ๆ จนทุกสำนักต้องปรับลดประมาณการอัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ (จีดีพี) ลงต่อเนื่อง โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นต่อเนื่อง เพียงแต่ฟื้นช้า ขณะที่ภาพในปี 2567 ก็มีการประเมินกันออกมาแล้ว ซึ่งดูเหมือนยังมีหลายปัจจัยต้องลุ้นไม่ต่างจากปี 2566 ที่ผ่านมา

เศรษฐกิจไทย “ฟื้นช้า-โตต่ำ”

โดย “ปิติ ดิษยทัต” ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท.ประเมินจีดีพีปีหน้าโตที่ 3.2% ต่อปี แต่หากรวมดิจิทัลวอลเลตจะโตได้ 3.8% ซึ่งเป็นการขยายตัวอย่างสมดุลมากขึ้น ทั้งนี้ การขยายตัว 3.2% ถือเป็นตัวเลขระดับกลาง ๆ เมื่อเทียบกับสำนักพยากรณ์อื่น

โดยภาคการส่งออกจะเป็นแรงส่ง แม้ว่าในปี 2566 ส่งออกจะหดตัว แต่ปีหน้าจะฟื้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่กลับมา ภายใต้บริบทที่ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่านักท่องเที่ยวปีหน้าจะอยู่ที่ 34.5 ล้านคน

“จีดีพีฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ฟื้นช้า ไม่เท่ากัน และมีเรื่องความไม่แน่นอน ทั้งบวกและลบ โดยด้านลบ เช่น เศรษฐกิจจีนชะลอตัวกว่าคาด สงครามอิสราเอล-ฮามาส รวมถึงว่าไทยจะได้ประโยชน์แค่ไหนจากวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีขึ้น เพราะไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้าง”

“3 สำนัก” คาดปี’67 โต 3.1%

ขณะที่ “บุรินทร์ อดุลวัฒนะ” กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ประเมินปีหน้าจีดีพีไทยจะขยายตัวที่ 3.1% และหากรวมมาตรการแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท จะขยายตัวได้ 3.6% โดยการเติบโตจะมาจากภาคการบริโภคที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.8% ซึ่งหากรวมดิจิทัลวอลเลตจะโต 3.8% รวมถึงนโยบายกระตุ้นภาครัฐ

ขณะที่การส่งออกคาดขยายตัว 2% ตามการฟื้นตัวของการค้าโลก ส่วนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 30.6 ล้านคน

“เศรษฐกิจไทยปีหน้า Down Side Risk มากขึ้น หากการค้าและการส่งออกไม่ได้ฟื้นตัวตามที่คาด ดังนั้น ไทยต้องการเครื่องจักรใหม่ ๆ มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะเรายังไม่ได้ฟื้นตัวเท่าคนอื่น”

ฟาก “ดร.อมรเทพ จาวะลา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ปี 2567 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.1% จากปี 2566 อยู่ที่ 2.4% โดยสิ่งท้าทายสำคัญ คือ การออกแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านดิจิทัลวอลเลต ซึ่งต้องการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ

โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย แม้ว่านโยบายนี้สามารถส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ (โดยอาจเพิ่มเป็น 3.6% เทียบกับ 3.1% กรณีไม่มีนโยบายนี้) แต่ยังทำให้เกิดความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับลดอันดับเครดิตและการไหลออกของเงินทุน

ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) ประเมินว่า จีดีพีปี 2567 คาดว่าจะขยายตัว 3.1% มาจากภาคการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว และผลบวกชั่วคราวจากมาตรการกระตุ้นการบริโภค

อย่างไรก็ดี มองว่าเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังเผชิญความไม่แน่นอนสูงทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ทั้งการฟื้นตัวเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ยังไม่แน่นอนสูง ตลาดการเงินผันผวนทั่วโลก ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ รวมถึงความเปราะบางของเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่อาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน

หลังโควิดไทยโตต่ำสุดในภูมิภาค

ด้าน “เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจำประเทศไทย ธนาคารโลก กล่าวว่า ธนาคารโลกคาดการณ์จีดีพีไทยปี 2567 ที่ 3.2% จากเดิมคาดที่ 3.5% หากรวมเงินดิจิทัลวอลเลต จะหนุนจีดีพีเพิ่มราว 1% กระจายไปใน 2 ปีข้างหน้า แต่จะส่งผลให้การขาดดุลทางการคลังอาจเพิ่มขึ้นเป็น 4-5% ของจีดีพี และหนี้สาธารณะอาจเพิ่มสูงขึ้นเป็น 65-66% ของจีดีพี

“การเติบโตของจีดีพีไทยหลังโควิด-19 นับว่าอยู่ในอัตราที่ต่ำสุดเมื่อเทียบกับภูมิภาค ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจโลกที่เติบโตชะลอลง และมีปัญหาโครงสร้างที่ไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวสูง

ดังนั้น การแก้ไขในเชิงโครงสร้างเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อหาแรงขับเคลื่อนใหม่ ขณะที่พื้นที่ทางการคลังแม้ว่าจะยังมีเหลือ แต่ก็ควรตั้งเป้าหมายให้ถูกจุด รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ทางการคลังด้วย”

นิยามเศรษฐกิจไทย 3 คำ

“สมประวิณ มันประเสริฐ” รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Intelligence Center (EIC) กล่าวว่า EIC ประเมินจีดีพีปีหน้าโตได้ 3% จากเดิมคาด 3.5% กรณีรวมดิจิทัลวอลเลตจะบวกเพิ่ม 1-2% ภายในระยะเวลา 2 ปี โดยเครื่องยนต์ส่งออกจะเป็นแรงสนับสนุน โดยกลับมาขยายตัว 3.7% ตามมูลค่าการค้าโลกและวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ปรับดีขึ้น ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังเห็นการเติบโตต่อเนื่องอยู่ที่ 38 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำบนศักยภาพการเติบโตที่ลดลง เนื่องจากยังมีความเปราะบางจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็กที่ยังมีหนี้สูง แต่รายได้เติบโตช้า รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ดังนั้น มองว่าในระยะต่อไปเศรษฐกิจไทยอยู่ใน 3 คำ ก็คือ โตช้า เปราะบาง และไม่แน่นอน

“ตอนนี้เศรษฐกิจไทยเป็นภาวะปกติที่ไม่เหมือนเดิม แม้ว่าจีดีพีจะกลับเข้าสู่ระดับศักยภาพ แต่ในระยะต่อไปศักยภาพจะลดลง เพราะหากดูข้อมูลในอดีต 20 ปีก่อน จีดีพีโต 8% และ 10 ปีต่อมาเหลือโต 5% และตอนนี้เราโตได้ 3% ซึ่งหากต้องการให้เศรษฐกิจไทยเดินต่อได้เข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกัน จะต้องมี 4 สร้าง คือ 1.สร้างภูมิคุ้มกันในประเทศ 2.สร้างกล้ามเนื้อผ่านนำธุรกิจเข้าตลาดง่ายขึ้น และส่งเสริมการแข่งขัน 3.สร้างการลงทุนใหม่อย่างมีกลยุทธ์ และ 4.สร้างความยั่งยืน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...