โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ดร.อนันต์ เปิดสูตรวัคซีน mRNA ‘ฝีดาษลิง’ รุ่นใหม่ ป้องกัน clade 1 ได้ 100%

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 ส.ค. 2567 เวลา 09.04 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2567 เวลา 09.04 น. • The Bangkok Insight

ดร.อนันต์ เปิดสูตรวัคซีน mRNA "ฝีดาษลิง" รุ่นใหม่ ป้องกัน clade 1 ได้ 100% จากเดิมใช้วัคซีนป้องกันฝีดาษในคน

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana เรื่องวัคซีนฝีดาษลิง ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนเฉพาะ แต่ใช้วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษในคนแทน ข้อความดังนี้

มีคำถามเกี่ยวกับวัคซีน mpox น่าสนใจครับ ถามว่าตอนนี้เรามีเทคโนโลยีหลายตัวทั้งmRNA, viral vector, recombinant subunit ที่สามารถสร้างวัคซีนได้ไว ทำไมต้องไปนำไวรัสที่เก็บมาตั้งแต่ 40 ปีที่แล้วมาทำเป็นวัคซีน และ ที่สำคัญยังไม่แน่ใจด้วยว่าจะนำมาใช้ได้จริงหรือเปล่า แบบนี้เท่ากับว่าวิทยาศาสตร์ย้อนยุคกลับไปเทคโนโลยีตั้งต้นหรือเปล่า…เป็นคำถามที่ดีมากๆครับ

ฝีดาษลิง

ไวรัสฝีดาษลิงแตกต่างจากโควิด

จะตอบคำถามข้อนี้ได้ชัดขึ้น คงต้องแนะนำให้รู้จักตัวไวรัสตระกูลฝีดาษลิง หรือ Poxvirus กันก่อน อนุภาคไวรัสของฝีดาษลิงมีขนาดใหญ่กว่าไวรัสโรคโควิด-19 มากพอสมควร และ ที่แตกต่างกันชัดเจนคือ ไวรัสโรคโควิด-19 มีกลไกการติดเชื้อเข้าสู่เซลล์ที่ชัด ตรงไปตรงมา ง่ายๆ คือ ใช้โปรตีนหนามสไปค์ที่อยู่บนผิวของอนุภาคไวรัส

จับกับโปรตีนตัวรับบนผิวเซลล์ของโฮสต์ ถ้ามีวัคซีนที่ไปสร้างภูมิ หรือ แอนติบอดีต่อหนามสไปค์ไปยับยั้งกระบวนการจับกันดังกล่าว คือ จบ ไวรัสไปต่อไม่ได้ วัคซีนจึงมุ่งไปที่การสร้างสไปค์ให้ร่างกายรู้จัก เพื่อสร้างแอนติบอดีให้สูงๆ

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา

ใช้วัคซีนฝีดาษในคนแทน

แต่ไวรัส mpox ไม่เหมือนกับโควิดหลายประการ ที่ชัดที่สุดคือ อนุภาคไวรัสตระกูลฝีดาษ มีอยู่ถึง 2 รูปแบบที่แตกต่างกัน โดยทั้ง 2 รูปแบบสามารถติดเชื้อและสร้างเป็นไวรัสใหม่ในธรรมชาติได้ทั้งคู่ รูปแบบแรกชื่อว่า IMV หรือ MV ส่วนอีกรูปแบบนึง ชื่อว่า EEV หรือ EV

ซึ่งทั้ง MV และ EV เป็นลักษณะของอนุภาคไวรัสที่สร้างออกมาแบบปนๆกันจากเซลล์ที่ติดเชื้อ และพร้อมที่จะเพิ่มปริมาณต่อในเซลล์ข้างเคียง หรือ ปลดปล่อยแพร่ไปหาคนอื่น

จุดท้าทายคือ MV และ EV มีกลไกการติดเข้าสู่เซลล์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง จากภาพ MV จะมีโปรตีนอยู่บนผิวอยู่จำนวนนึง (โปรตีนสีเหลือง) ซึ่งเชื่อว่าทำหน้าที่คล้ายๆกับสไปค์ในการจับกับโปรตีนตัวรับ โปรตีนเหล่านั้นโดยหลักการแล้วคงสามารถนำมาพัฒนาเป็นวัคซีนต่อได้

แต่ EV ดันไปมีโครงสร้างของชั้นไขมันอีกหนึ่งชั้นมาหุ้ม MV ต่ออีก ซึ่งบนชั้นไขมันนั้นก็มีโปรตีนอีกชุดนึง (โปรตีนสีฟ้า) ที่ใช้ในการเข้าสู่เซลล์ได้เช่นกัน ซึ่งทุกวันนี้เรายังไม่ทราบเลยว่าโปรตีนชุดสีฟ้ามีกี่ชนิดอะไรบ้าง…

ฝีดาษลิง

ถึงจุดนี้คงนึกภาพออกว่า เราจะเอาอะไรไปทำเป็นแอนติเจนของวัคซีนดี โปรตีนเหลือง หรือ โปรตีนฟ้า หรือ ทั้งคู่ และ มีโปรตีนอะไรบ้างที่ต้องเอามาใส่ในวัคซีนถึงจะพอต่อการป้องกันการติดเชื้อ…

วิธีการที่ดีที่สุดคือ เลียนแบบธรรมชาติ เราไม่ทราบว่ามีโปรตีนอะไรบ้างที่พอจะสร้างภูมิ แต่ธรรมชาติให้ไวรัสที่มีคุณสมบัติใกล้เคียง เพียงพอต่อการกระตุ้นภูมิข้ามสามพันธุ์มาป้องกันไวรัสฝีดาษ ลิง หรือ ฝีดาษคนในระดับสูงได้

ถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงต่อการใช้ไวรัสตามธรรมชาติดังกล่าว แต่ด้วยคุณสมบัติที่อ่อนเชื้อลงในระดับที่รับได้ จึงทำให้ไวรัสเก่าแก่กว่า 40 ปี ยังต้องเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดอยู่

ฝีดาษลิง

สูตรวัคซีน mRNA แบบ multivalent ป้องกัน clade I ได้ 100%

งานวิจัยล่าสุดจากทีม Pfizer ได้ทดสอบในสัตว์ทดลองคือหนูและลิงพบว่า การใช้โปรตีน 2 ตัวของ MV และ อีก 2 ตัวของ EV มารวมอยู่ในสูตรวัคซีน mRNA

โดยโปรตีนดังกล่าวคือ A35 และ B6 ของ EV และ M1 และ H3 ของ MV ซึ่งถ้ามีแอนติบอดีต่อโปรตีน 4 ตัวนี้พร้อมๆกัน (จริงๆแล้ว H3 อาจจะไม่จำเป็นก็ได้) จะสามารถป้องกันลิงจากการเสียชีวิตหลังถูกฉีด Mpox clade I ได้ 100%

ฝีดาษลิง

ซึ่งเป็นข้อมูลที่ระบุว่า แอนติเจนสำหรับมุ่งเป้าป้องกันอาการรุนแรงของ mpox น่าจะเป็นอย่างน้อย 3 ตัวนี้ ขณะนี้วัคซีนแบบ multivalent อยู่ในเฟส 1 ซึ่งถ้ามีการเร่งเหมือนช่วงโควิด โอกาสได้นำมาใช้ในกรณีฉุกเฉินก็อาจเป็นไปได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...