โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สนข.ฟังความเห็น พัฒนาขนส่งทางรางทางน้ำ รองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

77kaoded

เผยแพร่ 17 ต.ค. 2567 เวลา 09.40 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฉะเชิงเทรา - สนข.เร่งศึกษาจัดทำแผนพัฒนาการเชื่อมโยงขนส่งทางราง-ทางน้ำ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพภาคการขนส่งสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึง กทม. มุ่งเป้าเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เล็งฉะเชิงเทราเหมาะสมมีเส้นทางพร้อมทุกด้านรองรับการพัฒนาภาคการขนส่งอย่างครอบคลุมทุกมิติ

วันที่ 17 ต.ค.67 เวลา 09.00 – 12.00 น. ที่ห้องประชุมชลธี 1 โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม ได้จัดงานสัมนาแนะนำโครงการและรับฟังความคิดเห็น การศึกษาจัดทำแผนพัฒนาการเชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมทั้งทางรางและทางน้ำ เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และกรุงเทพมหานคร

ลงพื้นที่มารับฟังความเห็น

โดยมีนางสาวฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการ จ.ฉะเชิงเทรา รักษาการแทนผู้ว่าราชการ จ.ฉะเชิงเทรา มาเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนามี ดร.ปฏิคม ชีวรุโณทัย ผู้จัดโครงการรับฟังความคิดเห็น ตอบข้อซักถาม และมี น.ส.พนิดา เขียวงามดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน ด้านการวางแผนการขนส่งและจราจร เป็นผู้กล่าวรายงานและแนะนำโครงการสู่ภาคประชาชนผู้ประกอบการและหน่วยงานราชการที่เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้

นางสาวฉัตรประอร นิยม

โดยระบุถึงการพัฒนาประเทศที่ต้องดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนากลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างหลากหลายมิติ ทั้งภาคเกษตรอุตสาหกรรมและการบริการ เพื่อให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ และดำเนินตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (2566-2570) หมุดหมายที่ 5 ให้ประเทศไทยเป็นประตูด้านการค้าการลงทุนและเป็นศูนย์ยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค

ผู้ประกอบการเอกชน

หมุดหมายที่ 8 ส่งเสริมให้มีพื้นที่ในการพัฒนารองรับเป็นเมืองอัจฉะริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย และเติบโตได้อย่างยั่งยืน เป็นกลไกในการแปลงยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ กระทรวงคมนาคมจึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั้งถนน ทางราง ทางน้ำ และอากาศ ที่มุ่งให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ จึงได้ให้ความสำคัญต่อการขนส่งทางน้ำและระบบรางมากขึ้น ร่วมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ลดต้นทุนการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการ

น.ส.พนิดา เขียวงามดี

จึงได้กำหนดแนวคิดการพัฒนาภายใต้ยุทธศาสตร์ระบบคมนาคมขนส่งระยะ 20 ปี (2561-2580) ประะกอบด้วย การขนส่งที่มีประสิทธิภาพ การขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการขนส่งที่เข้าถึงได้อย่างเสมอภาค เท่าเทียม โดยโครงการเชื่อมและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมทั้งทางรางและทางน้ำ เพื่อรองรับพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีระยะเวลาในการดำเนินงาน 540 วัน

แนะนำโครงการ

เริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 10 ก.ค.67 -31 ธ.ค.68 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม การจัดทำแผนพัฒนาการเชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ เสนอมาตรการและแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ การแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบกฎหมาย เพื่อสนับสนุนให้มีสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางและทางน้ำเพิ่มมากขึ้น

ดร.ปฏิคม ชีวรุโณทัย

การสัมมนาแนะนำโครงการในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อแนะนำและรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน จากผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 80 คน โดยมุ่งหวังที่จะรับฟังข้อมูลความเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆจากผู้เข้าร่วมการสัมมนาในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาให้มีความถูกต้องสมบูรณ์สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการต่อไป น.ส.พนิดา กล่าว

รับฟังความเห็นที่ฉะเชิงเทรา

ขณะที่ น.ส.ฉัตรประอร กล่าวต่อผู้เข้าร่วมสัมมนาว่า เวลาเราจะคิดอะไรสักอย่างนั้นขอให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายของ จ.ฉะเชิงเทรา ด้วย ในทัศนของการเป็นเมืองน่าเที่ยว น่าอยู่น่าลงทุน และรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ดังนั้นวิสัยทัศน์ของจังหวัดที่มีเป้าหมาย 20 ปีนั้น เราจะเป็นเมืองที่อยู่อาศัยชั้นดี เติบโตอย่างชาญฉลาด จึงขอให้คำนึงถึงใน 2 ประเด็นหลัก คือ วิสัยทัศน์และเป้าหมาย โดยฉะเชิงเทราเรามีต้นทุนของระบบรางที่มีอยู่แล้ว และต่อไปจะเป็นภาคการขนส่งที่ดีมาก

ผู้ร่วมสัมนา

และ จ.ฉะเชิงเทรา ยังเป็นเมืองฮับของการเกษตร โดยมีสินค้าเกษตรที่มีชื่อเสียงมาก ทั้งไข่ไก่ มะม่วง มะพร้าวน้ำหอม รวมถึงกุ้งและปลากะพง ตลอดจนนายกสมาคมผู้เลี้ยงแพะและเกะแห่งประเทศไทย ก็ยังอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ทั้งการเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรมเข้ามาในพื้นที่ทางด้านฝั่งตะวันออก จาก จ.ชลบุรี เข้ามานั้น ทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมซึ่งเป็นการผลิตชิ้นส่วนเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือว่าเราปฏิเสธไม่ได้ ว่าเราจะต้องเจริญเติบโตต่อไป แต่เราจะควบคุมทิศทางการพัฒนาจังหวัดของเราได้

รับฟังความเห็นใน พท.ฉะเชิงเทรา

และสิ่งต่างๆที่กำลังเติบโตเข้ามานั้น ไม่อยากให้มี PM 2.5 เข้ามาด้วย จนทำให้เมืองเราไม่น่าอยู่ แต่ถ้าโครงสร้างพื้นฐานดี ระบบขนส่งรางคู่เกิดขึ้นและเชื่อมโยงได้จริง รถไฟความเร็วสูงที่สามารถขนคนและสินค้าได้ และยังอยู่ใกล้กับท่าเรือแหลมฉบัง ทั้งหมดนี้คือจุดเด่นของฉะเชิงเทรา จนกลายเป็นแหล่งถูกลักลอบนำกากสารพิษมาทิ้งยังในพื้นที่ อ.พนมสารคาม อ.สนามชัยเขต อ.ท่าตะเกียบ แต่หากเราเปลี่ยนจากกากสารพิษมาขนส่งสินค้าที่ทำให้ต้นทุนถูกลง และได้เทคโนโลยีที่สะอาด และหากจะเปลี่ยนภาคการขนส่งมาในทางระบบลำน้ำนั้น ยังเห็นด้วยว่า เราจะได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำบางปะกง เพิ่มมากขึ้น

เร่งพัฒนาภาคขนส่งทางราง ทางน้ำ

จากปกติที่ใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตรเท่านั้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเมืองน่าอยู่น่าเที่ยว ที่สามารถขนส่งคนทางระบบทางน้ำได้ และยังน่าลงทุนด้วยหากสินค้าทางเกษตรและอุตสาหกรรมสามารถใช้ระบบรางและระบบน้ำได้ จึงไม่ปฏิเสธการเจริญเติบโตที่จะเข้ามา แต่คนใน จ.ฉะเชิงเทรา ต้องสามารถควบคุมได้ด้วย น.ส.ฉัตรประอร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...