แม่ทัพโรบินสันไลฟ์สไตล์ ต่อยอดตำนาน 16 ปีชิงชุมชนทั่วไทย
สัมภาษณ์พิเศษ
หลายคนอาจเข้าใจว่า โรบินสันไลฟ์สไตล์ เป็นเพียงแบรนด์ย่อยของเซ็นทรัล สำหรับเปิดในพื้นที่ที่ไม่สามารถเปิดเซ็นทรัลได้ด้วยข้อจำกัดด้านทำเล แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรบินสันไลฟ์สไตล์ เป็นอาวุธสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัลสำหรับชิงความได้เปรียบในสมรภูมิค้าปลีกทั้งในฐานะหัวหอกปักธงชิงพื้นที่ใหม่ ๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มมีศักยภาพ รวมถึงช่องทางสร้างพันธมิตรกับคู่ค้าท้องถิ่นเพื่อต่อยอดธุรกิจของกันและกัน ไปจนถึงการสร้างความคุ้นเคยกับผู้บริโภคท้องถิ่น
ล่าสุดกลุ่มเซ็นทรัล ได้แต่งตั้ง “เลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์” เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งไม่เพียงเป็นแม่ทัพคนใหม่ล่าสุด แต่ยังเป็นผู้ที่ปลุกปั้น โรบินสันไลฟ์สไตล์มากับมือ ตั้งแต่เริ่มแรกเมื่อ 16 ปีก่อนอีกด้วย
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “เลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์” ถึงความเป็นมา และแนวคิดการวางยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตของโรบินสันไลฟ์สไตล์ และการซินเนอร์ยี่กับเซ็นทรัล รวมถึงทิศทางในอนาคตหลังจากนี้
ปิดช่องว่างไซซ์กลาง
“เลิศวิทย์” เล่าว่า แนวคิดเริ่มแรกของโรบินสันไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่เมื่อ 16 ปีก่อนก็คือ การปิดช่องว่างของธุรกิจศูนย์การค้าในชุมชนขนาดกลาง ซึ่งมีศักยภาพและมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตามกระแส Urbanization แต่ขณะนั้นกลุ่มเซ็นทรัล และคู่แข่งรายอื่น ๆ กลับไม่สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากต่างมีเพียงศูนย์การค้าไซซ์ใหญ่ที่มีข้อจำกัดด้านทำเล เช่น ขนาดที่ดิน ขนาดถนน จนเสียโอกาสทางธุรกิจในส่วนนี้ไป
เห็นได้จากในยุคเมื่อ 16 ปีก่อน ศูนย์การค้าเกือบทั้งหมดทั้งของเซ็นทรัลและแบรนด์อื่น ๆ ยังกระจุกตัวกันในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่เพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้น
โจทย์นี้นำไปสู่การพัฒนาศูนย์การค้าไซซ์กลางขนาดประมาณ 40 ไร่ มูลค่าลงทุนระดับ 1 พันล้านบาท ที่มุ่งตอบโจทย์และไลฟ์สไตล์ของชุมชน อย่าง โรบินสันไลฟ์สไตล์ พร้อมกับกลยุทธ์พิเศษที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สะท้อนจากการขยายสาขาต่อเนื่องจนมีถึง 27 สาขา ในจำนวนนี้อยู่ในกรุงเทพฯ เพียง 2 สาขาคือ สาขาศรีสมานกับลาดกระบัง ทำให้เรียกได้ว่าเป็นศูนย์การค้าที่มีสาขาครอบคลุมจังหวัดต่าง ๆ มากที่สุดในประเทศไทยแล้ว
กลยุทธ์ Fit to ชุมชน
“เลิศวิทย์” เปิดเผยว่า กลยุทธ์ที่ช่วยให้โรบินสันไลฟ์สไตล์ ประสบความสำเร็จในชุมชนขนาดกลางก็คือ การตอบโจทย์ผู้บริโภคในพื้นที่ภายใต้แนวทาง Eat-Shop-Play หรือการร่วมกิจกรรมการทานอาหาร ช็อปปิ้ง-บริการ และกิจกรรมความบันเทิงไว้ในที่เดียว เพื่อเชื่อมโยงกับชุมชนด้วยการเป็นเดสติเนชั่นที่ลูกค้าสามารถมาใช้ชีวิตทั้งวันในศูนย์ได้ พร้อมกับความรู้สึกว่า อยากที่จะมา และเข้ามาแล้วรู้สึกภูมิใจที่ได้มา ผ่านการมีคู่ค้าและสินค้า-บริการที่ตอบโจทย์ ขณะเดียวกันต้องพาคู่ค้าและชุมชนให้เติบโตไปด้วยกัน
โดยจุดสำคัญที่สุดซึ่งบริษัทโฟกัสมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง คือ การเสาะแสวงหาคู่ค้าผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีศักยภาพทั้งกลุ่มอาหาร แฟชั่น ฯลฯ และชักชวนมาเปิดสาขาในศูนย์เพื่อชิงโพซิชั่น “ศูนย์รวมของดีในท้องถิ่น” ซึ่งจะเป็นแม็กเนตดึงดูดผู้บริโภคเข้ามาใช้บริการ
ทั้งนี้ บริษัทมีทีมงานครบวงจรตั้งแต่ทีมค้นหาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ และชวนให้มาเปิดในศูนย์ ตามด้วยทีมการตลาดที่จะช่วยโปรโมตธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมถึงเปิดโอกาสให้ขยายธุรกิจไปในโรบินสันไลฟ์สไตล์สาขาอื่น ๆ ด้วย ตัวอย่าง เช่น ร้านขนมเปี๊ยะซอย 9, ร้านหอมรัญจวน เป็นต้น ซึ่งร้านค้าเหล่านี้จะชักชวนร้านค้าท้องถิ่นด้วยกันเข้ามาช่วยย้ำความเป็นศูนย์รวมของดีในท้องถิ่นให้เข้มข้นขึ้น
เนื่องจากการดูแลคู่ค้าให้ยอดขายเติบโตเป็นหนึ่งในหน้าที่หลักของผู้บริหารศูนย์ โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่กำลังซื้อลดลง ซึ่งต้องทำแบบครบวงจรตั้งแต่ดึงดูดลูกค้าเข้ามาด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ตามด้วยการกระตุ้นการจับจ่ายภายในศูนย์ให้คึกคักเพื่อสร้างยอดขายให้กับผู้ค้า
พร้อมเสริมด้วยไลน์อัพร้านค้า ร้านอาหาร และบริการรายหลักจากทั้งในเครือเซ็นทรัลอย่าง ชินคันเซ็นซูชิจาก CRG และนอกเครืออย่าง สุกี้ตี๋น้อย ไปจนถึงโรงหนัง นอกจากนี้ บริษัทยังขยายความหลากหลายของคู่ค้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มอสังหาฯ ทั้งโรงแรม คอนโดฯ เพื่อตอบโจทย์ด้านความสะดวกแบบวันสต็อปช็อปปิ้ง ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนผ่านการกระตุ้นการจ้างงาน
ลุยต่อไซซ์เล็ก-โมเดลใหม่
“เลิศวิทย์” กล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้บริษัทจะต่อยอดและเสริมแกร่งแนวทาง Eat-Shop-Play และการเชื่อมโยงกับชุมชน ไปอีกขั้นด้วยโมเดลใหม่ อย่างตลาดชุมชน ซึ่งนอกจากจะดึงผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ามาขายสินค้าแล้ว จะยังมีคอนเทนต์จากชุมชน อาทิ โชว์การแสดง การเล่นดนตรี การแข่งขันกีฬา การแสดงออกของเด็กนักเรียน ฯลฯ เพื่อสร้างแคแร็กเตอร์ให้แตกต่างจากตลาดชุมชนทั่วไป
หรืออาจเป็นโมเดลตลาดนัดยามเย็น ซึ่งเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของชุมชนทั้งต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ ที่ผู้บริโภคจะมาเดินหาซื้อสินค้า-อาหารหลังเลิกงาน เช่นเดียวกับ Sunday พื้นที่เพลย์กราวนด์และเวิร์กช็อปสำหรับเด็ก เพื่อตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวที่มีลูกอายุประมาณ 4-11 ขวบ
โดยโมเดลใหม่เหล่านี้จะเข้ามาเป็นส่วนเสริมในพื้นที่ของสาขาโรบินสันไลฟ์สไตล์เพื่อเสริมโพซิชั่นการเป็นศูนย์รวมของชีวิตผู้บริโภคในชุมชน และเป็นศูนย์รวมของคู่ค้าพันธมิตรไปพร้อมกัน รวมถึงยังมีการเสริมแกร่งด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การลดขยะ ลดมลพิษและการใช้พลังงานด้วยการติดโซลาร์เซลล์ ตามแผนสนับสนุนให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย
นอกจากนี้ เริ่มทดลองโมเดลใหม่ของโรบินสันไลฟ์สไตล์ ที่ย่อขนาดลงจากไซซ์กลางเป็นไซซ์เล็ก เพื่ออุดช่องว่าง-ชิงโอกาสทางธุรกิจในชุมชนขนาดเล็กแต่มีศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองขนาดกลาง ตัวอย่าง เช่น ศรีสมาน, ลาดกระบัง, ราชพฤกษ์, สมุทรปราการ ซึ่งบริษัทเข้าไปตั้งสาขาแล้ว รวมถึงมีแผนเปิดสาขาในจังหวัดหนองคายกับนครพนม ในปี 2569 รวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันยังมีอีกกว่า 30 จังหวัดที่บริษัทยังไม่มีสาขา ทั้งนี้จะอาศัยการต่อยอดโนว์ฮาวและความเชี่ยวชาญในการบริหารศูนย์การค้าไซซ์กลางมานานกว่า 16 ปี
ทั้งนี้เชื่อว่า กลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยสร้างการเติบโตทั้งด้านจำนวนสาขาและรายได้ รวมถึงรักษาความได้เปรียบให้กับ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ได้อย่างแน่นอน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ทัพโรบินสันไลฟ์สไตล์ ต่อยอดตำนาน 16 ปีชิงชุมชนทั่วไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net