โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาฤก กัลย์จาฤก "ตอนนี้ผมเป็นโค้ช...เจน 3 กันตนา"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 เม.ย. 2564 เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2564 เวลา 07.35 น.

สัมภาษณ์

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2494 “กันตนา” ได้ถือกำเนิดเป็นครั้งแรก โดยสองหัวเรือใหญ่ “ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก” และ “สมสุข กัลย์จาฤก” จากการทำละครวิทยุ ซึ่งประสบความสำเร็จและเป็นที่นิยมทั่วประเทศ

และเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ หลายปีผ่านไปการเข้ามารับช่วงต่อของทายาทรุ่นสอง “กันตนา” ได้ผันตนเองสู่วงการโทรทัศน์ และยังเป็นธุรกิจรายแรก ๆ ที่สยายปีกเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยนำละครโทรทัศน์ยอดฮิตหลายเรื่อง ไปพากย์เสียงเป็นภาษาต่างประเทศ

ตลอดจนขยายงานครอบคลุมธุรกิจสื่อบันเทิงทุกด้าน และก้าวสู่ผู้นำที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงของประทศไทย ปัจจุบันมีบริษัทในเครือราว 17 บริษัท รวมถึงการขยายงานครอบคลุมกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และขณะนี้ถือเป็นปฐมบทการเริ่มเข้าสู่ยุคทายาทรุ่นที่ 3 ผ่านการเข้ามาบริหารส่วนงานสำคัญ ภายใต้การกำกับดูแลของทายาทรุ่น 2

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “จาฤก กัลย์จาฤก” พี่ใหญ่ ทายาทรุ่น 2 ของตระกูลกัลย์จาฤก ประธานกรรมการ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่วันนี้มีธุรกิจสื่อบันเทิงทุกด้าน ทั้งธุรกิจคอนเทนต์และโปรดักชั่น สร้างสรรค์และผลิตคอนเทนต์เพื่อสื่อทุกแพลตฟอร์ม, ธุรกิจโปรดักชั่นเซอร์วิส

ให้บริการเครื่องมือ อุปกรณ์การถ่ายทำ และบริการหลังการผลิตครบวงจร รวมถึงให้บริการสตูดิโอมาตรฐานสากล, ธุรกิจเอดูเคชั่น ต่อยอดฐานความรู้ให้แก่สังคม ผ่านสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเฉพาะทางในรูปแบบมหาวิทยาลัยบริษัท (Corporate University) โดยเปิดสอนเกี่ยวกับการจัดการสื่อบันเทิงต่าง ๆ และธุรกิจอีเวนต์และนิวบิซ จัดกิจกรรมด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ให้แก่ภาครัฐและภาคเอกชน

ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส

“จาฤก” เริ่มต้นด้วยการฉายภาพผลกระทบจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า ปัจจุบันแม้จะมีปัจจัยบวกจากการเข้ามาของวัคซีน และการค่อย ๆ ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของภาคเศรษฐกิจ แต่ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมสื่อโดยรวมได้รับผลกระทบไม่น้อย โดยเฉพาะสื่อทีวีดิจิทัลในปีที่ผ่านมาสูญเงินจากภาคธุรกิจตัดงบฯโฆษณาเพื่อรัดเข็มขัด และยังส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในนั้นคือธุรกิจคอนเทนต์ ซึ่งเป็นสายน้ำเส้นหนึ่งที่หล่อเลี้ยงกันตนา

อย่างไรก็ตาม คีย์แมนกันตนายังเชื่อว่าทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ โดยเล่าย้อนความไปครั้งเหตุการณ์ต้มยำกุ้งปี 2540 ว่า เปรียบเสมือนการเผชิญกับความมืด ต้องต่อสู้กับปัญหารอบด้าน รายรับขาดหายในขณะที่รายจ่ายมากกว่าเดิม ทำให้ในช่วงนั้นต้องตัดใจขายทรัพย์สินบางส่วน เพื่อให้ธุรกิจสามารถไปต่อได้

และเมื่อธุรกิจเริ่มฟื้นจนกลับมารุ่งดังเดิม จึงได้ทยอยซื้อทรัพย์สินทั้งหมดคืนมา หรืออีกกรณีหนึ่ง คือ การเข้ามาดิสรัปชั่นของดิจิทัล ส่งผลกระทบต่อธุรกิจฟิล์มแล็บซึ่งเคยเป็นเรือธงของกันตนา ต้องเร่งปรับรูปแบบมาเป็นดิจิทัลแทน เพื่อก้าวให้ทันโลก

ส่วนสถานการณ์โควิด-19 แม้จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจในไทยและทั่วโลกแบบซึมลึก และอาจใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าเหตุการณ์ต้มยำกุ้ง แต่ข้อดีคือการคาดเดาสถานการณ์ได้ง่ายกว่า โดยประยุกต์การแก้ปัญหาจากสถานการณ์วิกฤตในก่อนหน้านี้ ผนวกกับการจัดการความร่วมมือในองค์กร สร้างความแน่นแฟ้นและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

เริ่มจากการปรับการทำงานมาใช้ระบบโอเคอาร์ (OKRs) ส่งเสริมให้พนักงานกำหนดเป้าหมายของตนเองและประเมินโดยวัดจากผลงาน มากกว่าการกำหนดให้พนักงานทำตามนโยบายบริษัทหรือคำสั่งจากบริษัทเท่านั้น รวมไปถึงการจัดเวิร์กช็อปภายในองค์กร

นอกจากนี้ ยังใช้โอกาสนี้ลีนองค์กรครั้งใหญ่ ทั้งการลดค่าใช้จ่ายจากการบริหารงาน รวมไปถึงการจัดการลดต้นทุนในด้านต่าง ๆ อาทิ การเจรจากับหน่วยงานภายนอก เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายให้คุ้มค่าที่สุด

“บางครั้งธุรกิจก็ต้องการการเขย่าจากวิกฤต เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ดีขึ้น ช่วงแรกที่เกิดโควิด ในฐานะผู้บริหารต้องกล้าตัดสินใจ เราได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานหลายรูปแบบให้เป็นนิวนอร์มอล เช่น การทำงานที่บ้าน ตลอดจนการลดค่าใช้จ่าย แต่เพิ่มปริมาณการผลิตให้มากขึ้น เป็นต้น จึงอาจกล่าวได้ว่าโควิดเป็นอีกหนึ่งโอกาสให้เราปรับวิธีการทำงานไปสู่รูปแบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

เสริมทัพคนรุ่นใหม่

แม่ทัพใหญ่กันตนากล่าวต่อไปว่า ขณะนี้กันตนาเริ่มเข้าใกล้ศักราชใหม่ขึ้นทุกที โดยผู้บริหารรุ่นที่ 3 เริ่มเข้ามามีบทบาทการบริหารมากขึ้น จากก่อนหน้านี้เมื่อราว 10 ปีก่อน เริ่มเข้าเรียนรู้งานตั้งแต่ระดับล่าง และค่อย ๆ ให้บริหารบริษัทในเครือ จนเริ่มเข้าสู่การขึ้นมาบริหารกันตนากรุ๊ปอย่างเต็มตัวมากขึ้น

โดยจะให้ผู้บริหารรุ่น 3 สลับกันเป็นประธาน เพื่อจัดประชุมกลยุทธ์ในทุกสัปดาห์ ขณะที่ทายาทรุ่น 2 มีหน้าที่วางตัวเสมือนโค้ช คอยแนะนำและช่วยเหลือการวางกลยุทธ์ให้ดียิ่งขึ้น

“การทำหน้าที่โค้ชจะสอนวิธีคิดและวิธีการทำงานให้แก่ผู้บริหารรุ่น 3 โดยถ่ายทอดสิ่งต่าง ๆ ผ่านปัญหา ข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ผ่านการประชุมบอร์ดบริหาร โดยผู้บริหารรุ่น 3 จะได้เรียนรู้ด้วยการเห็นวิธีการทำงานและวิธีการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ”

โดยวันนี้กันตนามีผู้บริหารรุ่น 3 ประมาณ 4 คนที่เข้ามาคุม 4 สายงานใหญ่ ได้แก่ 1.ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก รับตำแหน่งรองผู้อำนวยการใหญ่ ดูแลด้านสายงานครีเอทีฟทั้งหมด 2.กัลป์ กัลย์จาฤก กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานคอนเทนต์และโปรดักชั่น

3.ธนามล ธนสถิตย์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานเอดูเคชั่น 4.พิมพ์ลภัทร ไชยวิริยะโชค กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่สายงานโปรดักชั่นเซอร์วิส ทั้งนี้ การบริหารงานจะเปิดกว้างแบ่งตามความถนัดและศักยภาพของแต่ละคน

โดยมี ศศิกร ฉันท์เศรษฐ์ กรรมการบริหารและผู้อำนวยการใหญ่ ดูภาพรวมรายละเอียดงานใน 4 สายงานข้างต้น ส่วนจิตรลดา ดิษยนันทน์ กัลย์จาฤก รองประธานกรรมการบริหาร และ ผศ.ปนัดดา ธนสถิตย์ ประธานกรรมการบริหาร เข้ามาดูแลภาพรวมใหญ่ของบริษัท และนโยบายการบริหารงานอีกครั้งหนึ่ง

“การเข้ามาของผู้บริหารรุ่น 3 มีส่วนช่วยส่งเสริมกันตนา ผ่านการร่วมกันนำเสนอไอเดียดี ๆ ถ่ายทอดความคิด สิ่งที่เน้นย้ำเสมอคือ การลงเรือลำเดียวกันต้องเชื่อใจกัน พร้อมกับรับฟังและเคารพการตัดสินใจของผู้ที่มีหน้าที่ในการตัดสินใจ เพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย”

ควบคู่กับการปลูกฝังแนวคิดการตั้งใจทำทุกสิ่งให้สำเร็จ โดยไม่ปล่อยทิ้งไว้กลางทาง รวมไปถึงในด้านการสร้างผลงาน เพื่อบรรลุเป้าต้องเป็นผู้นำกระแสอยู่เสมอ และต้องดูเทรนด์ตลาดเสมอ จึงจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในอาชีพคอนเทนต์โพรไวเดอร์

พร้อมกันนี้ พี่ใหญ่ของกันตนายังขยายความคำว่า “รุ่น 3” ในสายตาเขาว่า ไม่เพียงแต่กล่าวถึงทายาทโดยตรง แต่ยังหมายรวมไปถึงกลุ่มพนักงานรุ่นใหม่ไฟแรง ที่ได้เข้ามาเสริมทัพ ปรับภาพกันตนาไปในทิศทางแนวใหม่ ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันกันตนากรุ๊ปมีสัดส่วนคนรุ่นใหม่ราว 600-700 คน

ก้าวต่อไปของกันตนา

ส่วนทิศทางของกันตนาต่อไปนี้ “จาฤก” บอกว่า หลัก ๆ จะยังคงเดินตามแนวทางที่เคยวางไว้ก่อนจะประมูลทีวีดิจิทัล โดยการตั้งตนเป็นคอนเทนต์โพรไวเดอร์ เนื่องจากเชื่อว่าคอนเทนต์เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ใหญ่ และไม่มีการหยุดนิ่ง

ยิ่งในปัจจุบันช่องทางการรับชมคอนเทนต์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโทรทัศน์ แต่ยังรวมไปถึงช่องทางออนไลน์ แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งวิดีโอที่ก้าวขึ้นมาเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น จะส่งเสริมให้ตลาดคอนเทนต์เป็นตลาดที่ใหญ่ขึ้น และเป็นโอกาสไม่สิ้นสุดของกันตนา

ที่ผ่านมา ภาพของกันตนาได้เปลี่ยนไปพอสมควร จากรับงานสายการผลิตให้แก่ช่องทีวีดิจิทัลเพียงอย่างเดียว ก็เพิ่มการผลิตคอนเทนต์ป้อนให้แก่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งวิดีโอ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

รวมไปถึงการสร้างคอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่เน้นการเผยแพร่ได้ในหลายช่องทาง ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงการนำคอนเทนต์ที่อยู่ในมือมาทำให้เกิดประโยชน์มากขึ้น อาทิ การจับมือร่วมกับแอปพลิเคชั่น JOOX นำตัวละครยอดฮิตอย่างก้านกล้วยมาพากย์นิทาน เป็นต้น

“กันตนาพยายามทำตัวเป็นน้ำ อ่อนตัวไปตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวงการตลอดไป ส่วนเป้าในแต่ละปีอาจเติบโตเล็กน้อย และมีกำไรพอเหมาะ เพื่อให้ธุรกิจไปต่อได้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...