โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Q&A กับทีมเด็กใหม่ ซีซั่น 2 ก่อนไปรายงานตัวเข้าชมซีรีส์กันรวดเดียวครบ 8 ตอน

BLT BANGKOK

เผยแพร่ 11 พ.ค. 2564 เวลา 11.25 น. • BLT Bangkok

ใส่ชุดยูนิฟอร์มนักเรียน แล้วเข้าไปรายงานตัวเป็นเด็กใหม่พร้อมกัน ในซีรีส์เด็กใหม่ ซีซั่น 2 (Girl From Nowhere Season 2) ซีรีส์สัญชาติไทย แนวลึกลับระทึกขวัญ ที่สร้างกระแสความตื่นตะลึงไปทั่วโลก

ด้วยพล็อตเรื่องที่แปลกแหวกแนวอย่างน่าจับตา และตัวละคร “แนนโน๊ะ” สาววัยรุ่น คาแรคเตอร์หลุดโลก ที่ออกมากระชากหน้ากากสังคมจอมปลอม พร้อมทวงคืนความยุติธรรมให้สังคม

โดยเป็นผลงานซีรีส์ของ Netflix ที่ร่วมด้วยจีเอ็มเอ็ม สตูดิโอส์ อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัท เซาเออร์ บางกอก ซึ่งตัวซีรีส์ ได้ลงสตรีมมิ่งให้เราชมครบ 8 ตอนทาง Netflix เรียบร้อยแล้ว

ว่าแต่การกลับมาเปิดโปงความชั่วร้าย ตีแผ่ความลับดำมืดที่ถูกซุกซ่อนอยู่ทั้งในและนอกรั้วโรงเรียน ของแนนโน๊ะครั้งนี้ มีความน่าสนใจอย่างไร

และแก่นหลักที่ต้องการนำเสนอในเนื้อหาของซีซั่นนี้ ตลอดจนเบื้องหลังการทำงานของทีมซีรีส์เด็กใหม่ ซีซั่น 2 เป็นอย่างไร ลองมาหาคำตอบกันเลย !

การกลับมารับบท “แนนโน๊ะ” อีกครั้งของคิทตี้-ชิชา อมาตยกุล

คิทตี้-ชิชา : ดีใจและตื้นตันใจมาก เพราะการได้กลับมาในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย ต้องขอบคุณแฟน ๆ และคนดูทุกคนที่ให้โอกาสแนนโน๊ะกลับมาอีกครั้ง รวมถึงขอบคุณ Netflix ที่ให้คิทได้กลับมาอีกครั้งค่ะ

ซีซั่นที่แล้ว คนดูมีภาพจำกับท่าเต้นหน้าเสาธงของแนนโน๊ะ มาซีซั่นนี้ คิดว่าจะมีอะไรที่เป็นภาพจำบ้าง

คิทตี้-ชิชา : จริง ๆ ซีซั่นที่แล้วหลาย ๆ อย่างมันเป็น Magic Moment ที่เกิดขึ้นเอง แล้วก็ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเป็นภาพจำ เชื่อว่าในครั้งนี้ ก็อาจจะมี Moment ที่ไม่ได้คาดหวัง หรือไม่ได้ตั้งใจว่ามันจะต้องเป็นภาพจำ

แต่มันจะกลายเป็น Magic Moment อีกครั้ง ที่คนดูอาจจะชอบ หรือว่าติดตาตรึงใจ แต่สุดท้ายแล้วก็คงต้องให้ทางผู้ชมเป็นคนตัดสินมากกว่าค่ะ ว่าจะถูกใจซีนไหน หรืออยากจดจำซีนไหนบ้าง

ความยากง่ายของบทบาท “แนนโน๊ะ” เมื่อเทียบกับซีซั่นก่อน

คิทตี้-ชิชา : เป็นความโชคดีที่ครั้งนี้ ได้ทำงานกับทีมที่เคยร่วมงานกันมาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว ก็จะรู้สไตล์กันอยู่ เลยทำให้การทำงานต่อกันติด แล้วก็คลิกกันได้ง่ายขึ้น ส่วนความยาก เป็นเรื่องบทที่ค่อนข้าง Extreme ขึ้นมาก ๆ

โดยครั้งนี้ ก็มีฉากที่ถ่ายยากเกือบทุกตอน และความโชคดีอีกอย่างที่ต้องขอบคุณคนดู และแฟน ๆ ทุกคน คือการยอมเปิดใจทำความรู้จักกับแนนโน๊ะในซีซั่นที่แล้ว ซึ่งในครั้งนี้ เราเลยได้มีโอกาสขยายแนนโน๊ะออกไปมากกว่า 10 รูปแบบ ซึ่งหวังว่าคนดูจะได้เห็นแนนโน๊ะ ในพาเล็ตต์สีที่แรงขึ้น และก็หลากหลายเฉดมากขึ้น

ถึงแนนโน๊ะจะมีการเปลี่ยนแปลงที่หลากหลายขึ้น แต่เราคิดว่ามีอะไรที่แนนโน๊ะยังคงเหมือนเดิม

คิทตี้-ชิชา : สิ่งที่ยังเหมือนกันกับซีซั่นที่แล้วคือ แนนโน๊ะ น่าจะยังตามหาว่ามีมนุษย์คนนั้นอีกไหม คนที่เลือกจะไม่กินแอปเปิ้ลที่เราหยิบยื่นให้ หรือว่าเลือกจะปามันทิ้ง

แนนโน๊ะยังคงคาดหวังผลลัพธ์ใหม่ ๆ จากมนุษย์เสมอ ไม่เคยตัดใจที่จะเชื่อว่ามนุษย์ สามารถเป็นคนที่แตกต่าง จากสิ่งที่ถูกเหมารวมว่าต้องเป็นแบบนี้แบบนั้นได้ค่ะ

คิดว่าสุดท้ายแล้ว “เด็กใหม่ ซีซั่น 2” ต้องการสื่อสารอะไรกับผู้ชม

คิทตี้-ชิชา : อยากให้คนดูได้ทบทวน และได้เห็นทางเลือกของการตัดสินใจที่เรามีต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น บางครั้งเราอาจจะอยากให้คนนั้นคนนี้เจออะไรแรง ๆ ให้สาสมกับการกระทำของเขาหรือสาแก่ใจเรา

แนนโน๊ะเลยสร้างความจริงอีกชุดหนึ่ง ให้เราได้เห็นว่า ถ้าสิ่งต่าง ๆ ที่เราอยากให้มันเกิดขึ้นนี้ มันได้เกิดขึ้นจริง ๆ เรายังอยากให้มันเป็นแบบนี้อยู่หรือเปล่า หรือเราแค่รู้สึกแบบนั้น ด้วยความสะใจหรือความโมโห

ความรู้สึกของคิทตี้ที่มีต่อซีรีส์เด็กใหม่

คิทตี้-ชิชา : ซีรีส์เด็กใหม่ เป็นโปรเจกต์ที่มีความเป็นทีมเวิร์กมาก ๆ ผู้กำกับ และทีมโปรดักชั่น เป็นเหมือนอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย อย่างแขนขา ทีมเขียนบทเป็นเส้นเลือด และในซีซั่น 2 มี Netflix เป็นลมหายใจ

ส่วนตัวเราเอง อาจจะเป็นแค่วิญญาณของแนนโน๊ะ ร่างกายเปลือกนอกก็เป็นทีมครีเอเตอร์ที่สร้างมันขึ้นมา แฟน ๆ และคนดูทุกคนเป็นหัวใจ เพราะฉะนั้นแนนโน๊ะ และซีรีส์เรื่องนี้ จึงถูกสร้างขึ้นมาจากผู้คนมากมาย

บทบาท “นะนาย” ของเจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ

เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ (รับบท นะนาย) จาก Episode 1: นักล่าแต้ม (Pregnant)

เจมส์-ธีรดนย์ : ในเรื่องเรารับบทเป็นนะนาย เป็นเด็กบ้านรวย พ่อทำธุรกิจสีเทา เติบโตมาแบบเทา ๆ ตัวนะนายถูกเลี้ยงมาด้วยระบบผู้ชายเป็นใหญ่ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าผู้หญิง ทำผู้หญิงท้องแล้วส่งไปทำแท้งตลอด ไม่มีความรับผิดชอบกับการกระทำของตนเอง

คิดว่าเด็กใหม่ซีซั่น 2 มีอะไรที่พิเศษมากขึ้น และแตกต่างจากซีซั่นแรกอย่างไร

เจมส์-ธีรดนย์ : มีหัวข้อในการพูดใหม่ที่เข้มข้นขึ้น โลกนี้มีประเด็นความไม่ยุติธรรมอยู่มากมาย ดังนั้นในซีซั่น 2 จะหยิบยกมุมใหม่ ๆ มาถ่ายทอด ซึ่งจะเป็นประเด็นที่แตกต่างจากซีซั่นแรกแน่นอน

บทบาท “ครูนฤม” ของต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล

ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล (รับบท ครูนฤมล) จาก Episode 2: True Love

ต่าย-เพ็ญพักตร์ : รับบทเป็นครูชื่อนฤมล ตัวละครนี้เป็นครูที่เข้มงวด เจ้าระเบียบมาก เธอมีแบบแผนความคิดชัดเจน ว่าเด็กผู้หญิงต้องมีมารยาทเรียบร้อย และประพฤติดี ในฐานะครูเธอจึงเข้มงวด และสั่งสอนนักเรียนหญิงล้วนในโรงเรียนของเธอให้ตั้งใจเรียนเท่านั้น และไม่ควรสนใจเรื่องความรัก เพราะมันเป็นสิ่งไม่ดี

บทบาท “มินนี่” ของแพทริเซีย กู๊ด

แพทริเซีย กู๊ด (รับบท มินนี่) จาก Episode 3 : มินนี่ 4 ศพ (Minnie and the Four Bodies)

แพทริเซีย : เป็นเด็กมัธยมที่ชื่อมินนี่ จะเป็นคนเอาแต่ใจมาก ๆ ลูกคุณหนู พ่อแม่สปอยล์สุด ๆ จนวันหนึ่งไปขับรถชนคนตาย ก็เลยเริ่มมีเรื่องราวพีค ๆ เกิดขึ้น

เคยอยากลองเป็นแนนโน๊ะบ้างไหม

แพทริเซีย : บทแนนโน๊ะเป็นอะไรที่ยากมาก ยังไม่เคยคิดไปถึงจุดนี้เลย เพราะแค่ดูพี่คิทตี้เล่นก็รู้สึกเครียดแทนแล้ว เป็นคาแรคเตอร์ที่เฉพาะมาก ๆ และพี่คิทตี้แสดงออกมาได้ดีมาก ถ้าเราไปเล่นเป็นแนนโน๊ะ เรายังไม่รู้เลยว่าจะทำได้ดีเท่าพี่คิทตี้หรือเปล่า

การกลับมาร่วมงานกับ Netflix อีกครั้งของนิ้ง-ชัญญา แม็คคลอรี่ย์

นิ้ง-ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ (รับบท ยูริ) จาก Episode 4 : กำเนิดยูริ (Yuri)

นิ้ง-ชัญญา : ยังตื่นเต้นเหมือนครั้งแรกที่ร่วมงานกันตอนเรื่องเคว้ง และดีใจที่ได้กลับมาร่วมงานกับ Netflix อีกครั้ง เพราะเป็นทีมงานที่มีคุณภาพมาก ๆ และมั่นใจว่าเรื่องนี้จะต้องออกมาดีค่ะ

รู้สึกอย่างไรที่ได้มาร่วมงานกับเด็กใหม่ซีซั่น 2

นิ้ง-ชัญญา : สนุกค่ะ อย่างแรกเลยชอบคาแรคเตอร์ตัวละครที่เราได้รับมาก รู้สึกมีอะไรให้ได้เล่นเยอะ และมีความแตกต่างจากสิ่งที่เคยทำมา การทำงานในเรื่องก็สนุก โดยเฉพาะได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้กำกับเก่ง ๆ หลายคน แต่ละคนก็มีวิธีการทำงานที่แตกต่างกันไป ทำให้เราได้เรียนรู้ และได้ประสบการณ์มากขึ้น

บทบาท “ยูริ” ของนิ้ง-ชัญญา

นิ้ง-ชัญญา : คาแรคเตอร์ยูริ เป็นเด็กนักเรียนที่ถูกรังแก เป็นผู้โดนกระทำ แต่มีบางสิ่งบางอย่างทำให้ยูริเปลี่ยนไป เป็นคาแรคเตอร์ที่มีความน่าสนใจ มีพัฒนาการ อยากให้ติดตามกันว่ายูริ จะไปได้สุดถึงขั้นไหน ไม่แน่ว่ายูริอาจจะครองโลกก็ได้

บทบาท “เค” ของเอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ

เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ (รับบท เค) จาก Episode 5: รับน้อง (SOTUS)

เอม-ภูมิภัทร : ผมรับบทเป็น พี่เค รุ่นพี่นักศึกษาในสถาบันแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการรับน้องที่เหี้ยมโหด โดยแนนโน๊ะ คงเห็นว่าสถาบันนี้น่าสนใจดี เขาก็เลยมาลองดู

ผมรู้สึกว่าคาแรคเตอร์เค เป็นเพียงผู้เล่นหนึ่ง ภายใต้โครงสร้างอำนาจที่มันฝังรากลึกมาก ๆ อยู่ เคเป็นส่วนหนึ่งของผลผลิตจากโครงสร้างอำนาจ ที่มันกดทับคนอยู่มากมาย

ถ้ามองภาพกว้าง ด้วยโครงสร้างสังคมแบบนี้ สุดท้ายโลกจะสร้างคนแบบเคขึ้นมาเยอะมาก ๆ สิ่งที่แนนโน๊ะควรทำ คือการถอนรากถอนโคนโครงสร้างอำนาจมากกว่า

บทบาท “ครูเอ” ของเมย์-ภัทรวรินทร์ ทิมกุล

เมย์-ภัทรวรินทร์ ทิมกุล รับบท ครูเอ จาก Episode 6: ห้องสำนึกตน (Liberation)

เมย์-ภัทรวรินทร์ : ในเรื่องเราเล่นเป็นครูเอค่ะ เป็นคนที่ไม่มีความรู้สึก แข็งกระด้าง

มีความสุขกับการที่ได้กระทำ หรือทำร้ายคนอื่น รักคนอื่นไม่เป็น

ความรู้สึกที่ได้กลับมาร่วมงานกับปวีณ ภูริจิตปัญญา ผู้กำกับ

เมย์-ภัทรวรินทร์ : พอรู้ว่าผู้กำกับตอนของเราเป็นกอล์ฟ (ปวีณ ภูริจิตปัญญา) ก็มั่นใจมาก เพราะเราเคยทำงานด้วยกันมาตั้งแต่ บอดี้ศพ#19 กอล์ฟเป็นคนเนี้ยบมาก ถ้างานยังไม่ดีจริง ๆ เขาไม่ยอมปล่อยผ่านง่าย ๆ และเขาเป็นคนทำงานที่คิดนอกกรอบ ทุกอย่างที่ออกมาต้องโอเคทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมุมภาพ แอคติ้ง อารมณ์นักแสดง ทำงานด้วยแล้วรู้สึกสนุกมาก

บทบาท “ครูบี” ของต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ

ต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ (รับบท ครูบี) Episode 6: ห้องสำนึกตน (Liberation)

ต่าย-ชุติมา : บทครูบี จะเป็นเหมือนลูกน้องครูเออีกที เป็นคนที่พอสถานการณ์ไปทางไหน ก็จะตามไปทางนั้น ไม่ค่อยมีจุดยืนในตัวเอง เป็นบทที่นิ่ง ๆ เฮี้ยบ ๆ ที่สุด ตั้งแต่เราเคยเล่นมา

บทบาท “เจน” ของมินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร

มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร (รับบท เจน) จาก Episode 7 : JennyX

มินนี่-ภัณฑิรา : คาแรกเตอร์เจน ค่อนข้างเด็ก เป็นเด็กใส ๆ คิดน้อย เป็นเน็ตไอดอลด้านการเรียน ไลฟ์สอนทำการบ้าน แต่ลึก ๆ แล้วเจนไม่อยากทำ รู้สึกว่ามันเนิร์ดเกินไป เราอยากไปแซ่บ อยากแต่งตัวสวย

ความรู้สึกหลังได้อ่านบทเป็นครั้งแรก

มินนี่-ภัณฑิรา : ตื่นเต้นค่ะ เพราะไม่รู้ว่าเราจะสามารถเล่นออกมาได้เด็กพอไหม จะไร้สติพอหรือเปล่า จุดเปลี่ยนของเรื่องมันมีอยู่นิดเดียวจริง ๆ ตอนที่แนนโน๊ะแนะนำว่าให้ทำแบบนั้นแบบนี้ ถ้าตัวละครเจนเปลี่ยนความคิดนิดเดียว เปลี่ยนการตัดสินใจเพียงนิดเดียว เรื่องราวตอนนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นเลย

บทบาท “ครูหวาน” ของญารินดา บุนนาค

ญารินดา บุนนาค (รับบท ครูหวาน) จาก Episode 8: อวสานแนนโน๊ะ (The Judgement)

ญารินดา : ในเด็กใหม่ ซีซั่น 2 เรารับบทเป็น ครูหวาน ค่ะ ทำงานเป็นครูอยู่ในห้องพยาบาลของโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีลูกชื่อจุนโกะ ซึ่งเป็นเด็กอ่อนแอ ต้องดูแลใกล้ชิดตลอด เป็นทั้งครู และแม่ที่ห่วงลูกมาก

บทบาท “จุนโกะ” ของพลอย ศรนรินทร์

พลอย ศรนรินทร์ (รับบท จุนโกะ) จาก Episode 8: อวสานแนนโน๊ะ (The Judgement)

พลอย : รับบทเป็น จุนโกะ ค่ะ เป็นเด็กนักเรียนที่พูดน้อย อ่อนแอ มีโรคประจำตัว ต้องนั่งรถเข็นตลอด ไม่ค่อยมีเพื่อน มักจะโดนเพื่อนบูลลี่ตลอด เพื่อนก็ชอบแกล้ง ครูก็ไม่รัก เพราะดูไม่เหมือนเด็กคนอื่น ๆ

ดูแปลกประหลาดจากเด็กปกติ จุนโกะก็เลยฝังใจมาตั้งแต่เด็ก ๆ กลายเป็นเด็กเก็บกด เข้าสังคมไม่เป็น และมีแม่เพียงคนเดียว เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เธอรักแม่มาก และเชื่อว่าแม่ก็รักเธอมากเหมือนกัน

การทำงานกับนักแสดงคนอื่น ๆ ในเด็กใหม่ ซีซั่น 2 ของพลอย ศรนรินทร์

พลอย : พลอยได้เวิร์กชอปกับพี่ญารินดา ที่รับบทเป็นแม่ของจุนโกะ ซึ่งพี่เขาเป็นคนที่แสดงเก่งมาก ๆ อยู่แล้ว พอเราได้อยู่กับเขาประมาณชั่วโมงเดียว ก็รู้สึกเลยว่าคอนเน็คกันง่ายมาก ตอนถ่ายทำจริง แค่มองตากันก็น้ำตาเอ่อได้เลย

และพลอยโชคดีที่ได้ร่วมงานกับคนเก่ง ๆ ค่ะ การทำงานกับพี่คิทตี้ก็สนุกมาก เรารู้จักกันมานานแล้ว การแสดงเราก็เลยเข้ากันได้ดีค่ะ ไม่ต้องมาทำความรู้จักใหม่ ทั้งบทแนนโน๊ะ เป็นบทที่เราอยากร่วมงานด้วยอยู่แล้ว พอได้เล่นด้วยกัน ก็เหมือนได้ทำตามฝัน ได้มาเจอแนนโน๊ะตัวจริง สนุกมาก ๆ ค่ะ

ความรู้สึกที่ได้กลับมากำกับซีรีส์เด็กใหม่ ซีซั่น 2 ของไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับ

ไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับเด็กใหม่ ซีซั่น 2

Episode 1: นักล่าแต้ม (Pregnant)

Episode 3: มินนี่ 4 ศพ (Minnie and the Four Bodies)

ไพรัช : ตื่นเต้น เพราะรู้สึกว่าเป็นโปรเจกต์ที่สนุกตั้งแต่ซีซั่นแรกแล้ว พอมาซีซั่น 2 เราพอจะเดาได้ล่วงหน้า ว่าการทำงานมันต้องสเกลใหญ่ขึ้น มีอะไรให้โชว์ ให้เล่นได้มากขึ้น และอีกอย่าง รู้สึกว่าซีรีส์เด็กใหม่ เป็นแพลตฟอร์มที่ให้ผู้กำกับ ได้โชว์ไอเดียของตัวเองค่อนข้างเยอะ

ความท้าทายในการกำกับซีรีส์เด็กใหม่ซีซั่น 2 ของคมกฤษ ตรีวิมล ผู้กำกับ

คมกฤษ ตรีวิมล ผู้กำกับเด็กใหม่ ซีซั่น 2

Episode 2: True Love

Episode 5: รับน้อง (SOTUS)

Episode 8: อวสานแนนโน๊ะ (The Judgement)

คมกฤษ : ตอนทำซีซั่น 1 มันมีความท้าทายในส่วนของตัวละครค่อนข้างมาก เรื่องนี้ให้อารมณ์ที่ต่างจากงานก่อน ๆ ที่เคยทำมา ผมได้เห็นคิทตี้หลังจากเวิร์กชอปตัวละครตัวนี้ เขาตีความตัวละครได้สดใหม่ มีความแฟนตาซีสูงมาก

ตรรกะต่าง ๆ ไม่เหมือน Common Sense ที่เราคุ้นเคย เราไม่สามารถใช้เหตุผลกับตัวละครตัวนี้ได้เลย แล้วยังมีประเด็นสังคมในแต่ละตอน ที่อาจจะดูรุนแรงไปบ้าง แต่มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในสังคม แค่ไม่เคยมีใครนำเสนอมันออกมาตรง ๆ

ซึ่งเราต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ ให้มันฉายในประเทศไทยได้ด้วย อย่างซีซั่น 2 ก็ท้าทายมากขึ้น ด้วยความที่บางประเด็นมันดาร์กกว่าเดิม แต่ก็จะมีรสชาติบางอย่างที่แตกต่างออกไป มีอะไรเซอร์ไพรส์คนดูได้อีก

แก่นของเด็กใหม่ ซีซั่น 2 EP.4 จากสิทธิศิริ มงคลศิริ ผู้กำกับ

สิทธิศิริ มงคลศิริ ผู้กำกับเด็กใหม่ ซีซั่น 2

Episode 4: กำเนิดยูริ (Yuri)

สิทธิศิริ : เนื้อหาใน EP.4 แสดงให้เห็นถึงเรื่องของชนชั้น การรังแก การกดขี่ ไปจนถึงการอยากได้อยากมี และในภาพรวมของซีรีส์เด็กใหม่ ซีซั่น 2 คือมันมีการสื่อสารเรื่องราว หรือประเด็นอะไรที่เกิดขึ้นในสังคม

มันมีแง่มุมที่มองได้หลายแบบ และเราจะมีวิธีการรับมือ จัดการ หรือรู้สึกกับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร อย่างวิธีของแนนโน๊ะในเด็กใหม่ซีซั่น 2 ก็เป็นอีกวิธีคิดหนึ่ง ซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ ต้องลองติดตามกัน

ความท้าทายในการกำกับซีรีส์เด็กใหม่ ซีซั่น 2 EP.6 ของปวีณ ภูริจิตปัญญา ผู้กำกับ

ปวีณ ภูริจิตปัญญา ผู้กำกับเด็กใหม่ ซีซั่น 2

Episode 6: ห้องสำนึกตน (Liberation)

ปวีณ : ท้าทายมาก ๆ ครับ เพราะเขาทำมาไว้ดีมาก ๆ เราเหมือนเป็นเด็กใหม่คนเดียว ที่เข้ามากำกับซีซั่นสอง ต้องพยายามทำความเข้าใจแก่นหลักของเรื่อง ของตัวละคร เพื่อให้แก่นของเรื่องยังคงเดิม และก็พยายามสอดแทรกไอเดียใหม่ ๆ ที่ซีรีส์นี้ไม่เคยทำมาก่อนด้วยครับ

คอนเซปต์ของเด็กใหม่ ซีซั่น 2 EP.7 จากจตุพงศ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ ผู้กำกับ

จตุพงศ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ ผู้กำกับเด็กใหม่ ซีซั่น 2

Episode 7: JennyX

จตุพงศ์ : เด็กใหม่ ซีซั่น 2 EP.7 คอนเซปต์มันเกี่ยวกับคนที่ไม่รู้จักตัวเอง ไม่เห็นตัวเอง ซึ่งไม่มีใครผิดหรือถูกนะ โลกมันหมุนเร็วจนเราเห็นตัวเองจากคนอื่นมากกว่า เราไม่มีเวลานั่งครุ่นคิดอยู่กับตัวเองมากพอ จนตกผลึก

เราขาดสติ ไหลไปตามกระแสสังคม และคนรอบตัว ผมคิดว่ามันเหมือนเวลาเราแสดงอยู่บนเวที แล้วแสงสปอตไลท์สว่างจ้า มันส่องมาที่เรา จนเรามองไม่เห็นคนรอบ ๆ มองไม่เห็นคนดู แล้วเราก็ถามตัวเองว่า ทำไมเหงาจัง ทำไมไม่เห็นใครอยู่ข้างเราเลย

แล้วพอมีคนอย่างแนนโน๊ะมาสะกิด มาชักจูง มันจะเกิดอะไรขึ้น สังคมเราตอนนี้มันขาด Critical Thinking เน็ตไอดอลทั้งแบบมีสติ และไม่มีสติ ถูกสังคมอุ้มชูขึ้นมา

การเป็นคนดังเป็นไอดอลมันมี Privilege ของมันอยู่แหละ แต่ถ้าหากคน ๆ นั้นไม่โตพอ ไม่มีวุฒิภาวะพอ ไม่รู้เท่าทันสังคมออนไลน์มากพอ และไม่มีวิธีจัดการที่ดี มันก็ย้อนกลับมาทำร้ายเขาได้เหมือนกัน

การหยิบยกเหตุการณ์จริงมานำเสนอในซีรีส์เด็กใหม่ ซีซั่น 2 ของคงเดช จาตุรันต์รัศมี ผู้เขียนบท

คงเดช จาตุรันต์รัศมี ผู้เขียนบทซีรีส์เด็กใหม่

คงเดช : ในเด็กใหม่ ซีซั่น 2 ได้มีการหยิบยกเหตุการณ์จริงที่เป็นข่าว มานำเสนอ ส่วนเหตุผลที่เราเลือกจะนำเสนอเหตุการณ์เหล่านี้ มันเป็นคอนเซปต์ของแนนโน๊ะ และซีรีส์เด็กใหม่อยู่แล้ว เพราะมันจะต้องสะท้อนอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในสังคม

ดังนั้น ตั้งแต่ซีซั่นแรก เราก็ได้แรงบันดาลใจมาจากข่าวต่าง ๆ อยู่แล้ว พอมาในซีซั่น 2 เราก็ใช้รูปแบบเดิม แต่อย่างที่บอกว่ามันมีประเด็นที่ร่วมสมัยมากขึ้น และเราก็ไม่นำมาเสนอตรง ๆ เรานำมาเป็นแรงบันดาลใจ และมีการครีเอทสถานการณ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมลงไปอีก

ทั้งสุดท้ายแล้ว เราอยากให้แนนโน๊ะ และเด็กใหม่ ซีซั่น 2 ทำให้ผู้คนได้ตระหนักว่ามันมีบางอย่างที่ไม่ปกติ เกิดขึ้นในสังคม แล้วเริ่มตั้งคำถาม และลองคิดดูว่าถ้ายังมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเรื่อย ๆ มันจะส่งผลอะไรบ้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...