โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร้านกาแฟสร้างอาชีพ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 พ.ย. 2563 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2563 เวลา 01.45 น.

คอลัมน์ CSR Talk

ความฝัน และความตั้งใจของโรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ ในการสร้างพื้นที่ให้ทั้งครู, นักเรียน และผู้ปกครอง ตลอดจนคนในชุมชนเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ในการประกอบอาชีพ พร้อมทั้งสร้าง “แลนด์มาร์กใหม่” ให้กับชุมชน กำลังได้รับการเติมเต็มจนกลายเป็นความจริง

เพราะล่าสุดบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่นอีเลฟเว่น และบริษัท ซีพีรีเทลลิงค์ จำกัด เข้ามาสนับสนุนโครงการ “ร้านกาแฟสร้างอาชีพ” แห่งที่ 2 ให้แก่โรงเรียน ภายใต้การขับเคลื่อนมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) ของ บมจ.ซีพี ออลล์

“ธานินทร์ บูรณมานิต” กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นของโรงเรียน ศักยภาพของพื้นที่ ประกอบกับแผนด้านต่าง ๆ ที่วางไว้อย่างรอบด้าน ทั้งการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน การบูรณาการความรู้มาเป็นหลักสูตร และการพัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน

ซีพี ออลล์ และซีพี รีเทลลิงค์จึงสนับสนุนงบประมาณ องค์ความรู้ในการบริหารจัดการร้านกาแฟ รวมถึงองค์ความรู้ในการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ และชงเครื่องดื่ม อุปกรณ์ที่จำเป็นต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจ “ร้านกาแฟสร้างอาชีพ” ให้แก่โรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษา คุณครู และนักเรียนที่เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการรุ่นแรก

“โมเดลร้านกาแฟสร้างอาชีพ” คือ การสร้างความแข็งแกร่งในการขับเคลื่อนชุมชนอย่างยั่งยืน เพราะจะช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะการประกอบอาชีพตั้งแต่เยาว์วัย เปิดโอกาสให้คุณครู ผู้ปกครองคนในชุมชน เข้ามามีส่วนร่วม และสามารถนำสินค้า OTOP มาวางจำหน่ายภายในร้าน หากร้านกาแฟสร้างอาชีพของโรงเรียนบ้านนาคูประสบความสำเร็จ

อาจมีการยกระดับโรงเรียนบ้านนาคู จากโรงเรียน best practice สู่โรงเรียนต้นแบบหรือ school model จนกลายเป็นต้นแบบสำคัญให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อีก 30,000 กว่าแห่ง

สำหรับร้านกาแฟสร้างอาชีพ โรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ จัดตั้งขึ้นภายใต้ชื่อ “ร้านกาแฟเสรีไทย” ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางอำเภอนาคู ติดถนนสายหลัก วางคอนเซ็ปต์ของร้านอย่างโดดเด่น ด้วยการนำประวัติศาสตร์ของพื้นที่บ้านนาคู ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้ามาใช้ในการตกแต่งร้าน ภายในร้านจะมีสินค้าประเภทเครื่องดื่ม ตลอดจนสินค้า OTOP ของอำเภอนาคู และอำเภอข้างเคียงใน จ.กาฬสินธุ์ อาทิ ผ้าไหม, ตำเมี่ยง วางจำหน่าย

นอกจากนั้น ร้านยังจัดตั้งเป็นสหกรณ์ให้คุณครู นักเรียน ตลอดจนผู้ปกครองของนักเรียนในปัจจุบัน สามารถร่วมเป็นเจ้าของร้านด้วยการถือหุ้นสหกรณ์ในราคาเพียงหุ้นละ 10 บาท และได้รับการปันผล หากมีกำไรจากการบริหารจัดการร้าน

“สมรศักดิ์ วันโนนาม” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาคู กล่าวเสริมว่า โรงเรียนนำโครงการร้านกาแฟเสรีไทยเข้าบรรจุในหลักสูตรท้องถิ่นด้วย เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะอาชีพ สอดคล้องกับโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โดยคณะคุณครูที่เป็นพี่เลี้ยงในโครงการจะได้รับการอบรมทักษะที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการร้านกาแฟ จากทางกลุ่มธุรกิจซีพี ออลล์ อย่างรอบด้าน

“จากนั้นจะนำมาถ่ายทอดให้แก่นักเรียนในช่วงเวลาที่ลดชั่วโมงเรียน หรือในวิชาการงานพื้นฐานอาชีพขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน จัดเป็นคอร์สระยะสั้นให้แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ทักษะการบริหารจัดการร้านกาแฟ และเปิดกว้างให้โรงเรียนอื่นเข้ามาศึกษาดูงานด้วย”

“นันท์นภัส ภูมิรัง” อาจารย์ผู้ดูแลโครงการร้านกาแฟสร้างอาชีพ โรงเรียนบ้านนาคู ในฐานะผู้จัดการร้านกาแฟกล่าวว่า การคัดนักเรียนมาร่วมในโครงการภาคปฏิบัติ เราจะเน้นนักเรียนระดับชั้น ป.6 เป็นหลัก แต่ในส่วนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการสร้างอาชีพจะสอดแทรกเข้าไปทุกระดับชั้นตั้งแต่ ป.1-6 มีการแบ่งเวรผู้รับผิดชอบในการมาบริหารร้านกาแฟ ทั้งนักเรียน และคุณครูทั้งโรงเรียนมีส่วนร่วมหมดเด็ก ป.6 ที่นี่จึงมีทักษะอาชีพที่เกี่ยวข้องกับร้านกาแฟ ชงกาแฟกันได้ทุกคน

“รัตนา วะชุม” ผู้นำรุ่นใหม่ (school partner) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่ดูแลโรงเรียนบ้านนาคูโดยตรงกล่าวเสริมว่า จากการลงพื้นที่และคลุกคลีกับทางโรงเรียน ทุกฝ่ายต่างต้องการให้โครงการมีผลทั้งในด้านการพัฒนาการศึกษา ขณะเดียวกันก็ต่อยอดเรื่องธุรกิจสร้างอาชีพให้กับทั้งโรงเรียน และชุมชนให้มีรายได้ที่ยั่งยืน

“ทุกกลุ่มมีความสำคัญ และได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืนทั้งหมด ทั้งในเรื่องการเรียนรู้ และอาชีพ เด็กนักเรียนได้ฝึกเรื่องทฤษฎี และปฏิบัติ อย่างคุณครูมีการบูรณาการหลักสูตรและการสอนให้นักเรียนมีความรู้ในรุ่นต่อรุ่น ผู้ปกครองและคนในชุมชนก็มีโอกาสสร้างรายได้จากการนำสินค้า OTOP มาวางจำหน่าย อนาคตเราอาจไม่ได้ขายอยู่แต่ที่ร้านอย่างเดียว อาจมีการทำโครงการดีลิเวอรี่ด้วย”

สำหรับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในพันธมิตรผู้ก่อตั้งมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) ทั้งยังเป็น 1 ใน 41 องค์กรเอกชนที่เล็งเห็นความสำคัญ และตอบรับการมีส่วนร่วมทางการศึกษา โดยปัจจุบัน ซีพี ออลล์ ดูแลโรงเรียนในโครงการ CONNEXT ED จำนวน 392 แห่งทั่วประเทศ และร่วมสนับสนุนโรงเรียนให้สามารถดำเนินโครงการด้านต่าง ๆ

ทั้งโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ โครงการพัฒนาคุณภาพคน โครงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โครงการส่งเสริมอาชีพ โครงการด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้นำรุ่นใหม่ หรือ school partner ซึ่งเป็นอาสาสมัครจากในองค์กรร่วมลงพื้นที่ และคอยให้คำแนะนำในการพัฒนาโครงการของโรงเรียนต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

นับว่าน่าสนใจทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...