โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว" จากต้นแบบเผด็จการ "สฤษดิ์" ถึงพล.อ.ประยุทธ์ กรณีถวายสัตย์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ส.ค. 2562 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2562 เวลา 11.04 น.

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นับเป็นต้นแบบสมัยผู้นำเผด็จการ ในยุคหลังเลือกตั้ง 15 ธ.ค. 2500 เขาขึ้นกุมบังเหียนหัวหน้าพรรค “ชาติสังคม” พร้อมดึงพรรค-พวก เข้าสังกัดฝ่ายตัวเอง พร้อมสร้างเครือข่ายนักการเมืองไว้จำนวนหนึ่ง

เมื่อเขารัฐประหารยึดอำนาจจากพลเอก ถนอม กิตติขจร (ยศในขณะนั้น) จอมพลสฤษดิ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยรูปแบบการบริหารที่ทำเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด

เขาบริหารประเทศด้วยการประกาศว่า“ข้าพเจ้าขอรับผิดแต่ผู้เดียว” ต้นแบบฉบับผู้นำที่ ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติบริหารและตุลาการ และดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ คุมอำนาจเบ็ดเสร็จตามมาตรา 17 ของธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502

ในยุคที่จอมพลสฤษดิ์ บรรดาพ่อค้านายทุนไม่มีใครกล้ากักตุนหรือขึ้นราคาสินค้า เพราะกลัวมาตรการขั้นเด็ดขาด ซึ่งไม่ถูกจำคุกก็อาจถึงขั้นประหารชีวิต

เป็นยุคที่มีการประกาศใช้แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ระหว่างปี พ.ศ. 2504 – 2509 ออกกฎหมายเลิกการเสพ และจำหน่ายฝิ่นโดยเด็ดขาด ออกกฎหมายปราบปรามพวกนักเลงอันธพาล กฎหมายปราบปรามการค้าประเวณี

ครั้งหนึ่งเมื่อเกิด “เพลิงไหม้” ที่จอมพลสฤษดิ์ ไปถึงที่เกิดเหตุและดำเนินการสั่งการอย่างเด็ดขาด และการลงโทษอย่างรุนแรง เช่น การสั่งประหารชีวิตผู้ลอบวางเพลิง โดยใช้ ม.17 พร้อมประกาศ“ข้าพเจ้ารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

และมีเนื้อหาช่วงหนึ่งในสารของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงประชาชนชาวไทย เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2501 ระบุว่า

“ข้าพเจ้าจึงตกลงใจว่าจําเป็นต้องปฏิบัติการ โดยเร่งด่วนและเฉียบขาด เฉพาะอย่างยิ่งในกรณีเพลิงไหม้ โดยไม่คํานึงถึงสิ่งใดอื่นแม้แต่ ตัวข้าพเจ้าเอง ฉะนั้น ข้าพเจ้าจําเป็นจะต้องปฏิบัติการอย่างเด็ดขาด การใดจะผิดถูกหรือไม่ ข้าพเจ้ารับผิดแต่ผู้เดียว โดยจะต้องปฏิบัติการไปตามแนวนโยบายซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าถูกที่สุด เพื่อความผาสุก ของพี่น้องทั้งหลายร่วมกัน ขอได้โปรดกรุณารับทราบตามนี้ไว้ด้วย”

ยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยังเป็นผู้รื้อฟื้นกิจกรรมที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น จัดงานเฉลิมฉลองวันพระราชสมภพ การสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ การประดับไฟบนถนนราชดำเนินในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

จอมพลสฤษดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2506 เป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวที่เสียชีวิตลงในขณะที่ดำรงตำแหน่ง

รวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 4 ปี 9 เดือน 28 วัน

60 ปีต่อมา คำว่า “ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” ถูกกล่าวอีกครั้งโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เขาประกาศ “ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” กรณีนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 62 ในการประชุมชี้แจงและมอบนโยบายต่อผู้บริหารระดับสูงของส่วนราชการทั่วประเทศ หลังแถลงนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตั้งแต่ตอนต้นของการให้นโยบายกว่า 30 นาที ตอนหนึ่งว่า…

“เรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญ ผมขอเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว นั่นคือเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมเป็นห่วงกังวลอยู่อย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรถึงจะทำงานได้ ก็ขอให้ทุกคนได้ทำงานต่อไป เพราะอย่างไรก็ตามก็ต้องไปศึกษาในรัฐธรรมนูญดูว่าเขียนว่าอย่างไร อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีรัฐบาลอยู่ และต้องขอโทษบรรดารัฐมนตรีด้วย เพราะผมถือว่าผมได้ทำเต็มที่แล้ว”

ก่อนหน้านั้น 2 วัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเรื่องถวายสัตย์ ว่า “เรื่องของการถวายสัตย์ ผมก็พยายามจะแก้ปัญหาอยู่ในเรื่องนี้ แต่ก็ยืนยันว่าผมก็ทำครบถ้วน แต่ก็คงต้องว่ากันต่อไปนะครับ”

ก่อนหน้านั้น 3 วันเขากล่าวไว้ว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการในการถวายสัตย์ต่อหน้าพระมหากษัตริย์ ซึ่ง ณ ตรงนั้นก็เสร็จไปแล้วว่าจะต้องทำอะไรในการดูแลประชาชน ข้อความต่าง ๆ ที่พูดไปแล้วถือว่าครอบคลุมทั้งหมด และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญในการดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย ที่สำคัญที่สุดเป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งพระองค์ท่านรับสั่งมาให้ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งตรงกับรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าทำเพื่อประชาชนและเพื่อประเทศ” และ“ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรจบดีกว่า อย่าให้บานปลาย หลายคนในนั้นก็เป็นทหาร ขอร้องว่าเคยเป็นพี่น้องกันมา อย่าให้การเมืองมาทำให้ประเทศชาติปั่นป่วนไปทั้งหมด ถ้าจะดีหรือไม่ดีอย่างไร ก็ให้รอเลือกตั้งคราวหน้าก็แล้วกัน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...