โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Digital twin: โลกธุรกิจเมื่อทุกอย่างถูก clone ได้

Stock2morrow

อัพเดต 11 ธ.ค. 2562 เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 17.00 น. • Stock2morrow
Digital twin: โลกธุรกิจเมื่อทุกอย่างถูก clone ได้

หากเรามีโลกเสมือนอีกใบหนึ่งที่สามารถจำลองอะไรก็ได้เพื่อ “ทดลองก่อนลงมือทำจริง” คงจะดีไม่น้อย เพราะนอกจากจะช่วยลดโอกาสความผิดพลาดในการทำงานและการเข้าใจผิดแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการผลิต การแก้ปัญหาอีกด้วย 

จินตนาการดูง่ายๆ ว่า ถ้าหากแพทย์สามารถจำลองระบบของร่างกายคนไข้เพื่อดูอาการผิดปกติของโรคร้าย และสามารถทดลองรักษามันในรูปแบบต่างๆ ว่าวิธีไหนดีที่สุดก่อนที่จะลงมือรักษาจริง มันน่าจะเพิ่มโอกาสการช่วยชีวิตของคนไข้อย่างมาก 

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้สามารถเริ่มทำได้ด้วยนวัตกรรมที่อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า digital twin หรือฝาแฝดดิจิทัล 

ซึ่งจะประกอบไปด้วยส่วนที่เป็น physical หรือส่วนที่สามารถจับต้องได้ อย่างเช่นเครื่องจักรหรือร่างกายจริงๆ และส่วนที่เป็น digital ซึ่งเป็นการบูรณาการ emerging technologies หลายอย่าง ได้แก่ Big Data Analytic, IoT, Machine Learning, Cloud, 3D Modeling และ VR/MR เข้ามาไว้ด้วยกันเพื่อทำ virtual representation ของสิ่งต่าง ๆ เพื่อติดตามสถานะและคาดการณ์ประเมินสภาพของสิ่งนั้น

บทความนี้จะนำท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับนวัตกรรมฝาแฝดดิจิทัลที่จะมาเปลี่ยนโลกธุรกิจในหลายๆ อุตสาหกรรมในไม่ช้านี้

จุดเริ่มต้นของ Digital Twin

ต้นแบบของ digital twin ถูกนำมาทดลองใช้ครั้งแรกในช่วงปี 1970 โดย NASA จากเคสที่โด่งดังอย่างยาน Apollo 13 ที่ถังออกซิเจนได้ระเบิดระหว่างภารกิจ ทว่าโชคยังดีที่ทุกสถานการณ์เกี่ยวกับยานลำนี้ได้ถูกจำลองไว้แล้วก่อนออกเดินทาง ทำให้เหล่าวิศวกรภาคพื้นสามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้แม้ว่าจะอยู่ห่างกว่า 200,000 ไมล์ห่างออกไป 

แน่นอนว่าหลังจากที่เทคโนโลยีสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น digital twin ก็ได้ถูกนำเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ มากขึ้น ทั้งในด้านการซ่อมบำรุง ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์  ตลอดจนการวางแผนระบบการผลิต ซึ่งบทบาทของ digital twin ก็ได้เริ่มเข้ามามีความสำคัญมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา Gartner ได้คาดการณ์ไว้ว่าการใช้งานเทคโนโลยีนี้จะเพิ่มขึ้นกว่าถึง 3 เท่าภายในปี 2022 

ก่อนหน้าที่จะมาเป็น digital twin ในยุคแรก สิ่งของกายภาพ ยกตัวอย่างเช่น เครื่องจักร ยังไม่ได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ ทำให้มีเฉพาะฃส่วนที่เป็น physical เท่านั้น ส่งผลให้การตรวจสอบและการจัดเก็บข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ ต่อยอดและพัฒนาเป็นไปได้ยากและใช้เวลามาก 

ในยุดถัดมาจึงได้เริ่มมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อช่วยในการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล แต่ยังไม่ได้มีการเชื่อมต่อทั้งสองระบบเข้าหากัน แปลว่ายังต้องอาศัยมนุษย์เป็นหลักในการป้อนข้อมูลเข้าไปเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ 

แต่เมื่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของเซ็นเซอร์ที่มาพร้อมกระแส IoT  จึงทำให้การตรวจสอบและติดตามสถานะ และการเก็บข้อมูลของเครื่องจักรเป็นไปได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น และเมื่อนำเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งไว้มาผนวกเข้ากับเทคโนโลยีอื่นๆ อย่าง big data จึงทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่าง ๆ มาไว้เป็นหนึ่งเดียวแล้วจำลองฝาแฝดของสิ่งของนั้นๆ ออกมาได้เป็น digital twin ที่สมบูรณ์ในที่สุด 

 

Use-case 1: ฝาแฝดดิจิทัลในอุตสาหกรรม  Healthcare

หนึ่งใน use case ที่น่าสนใจของ digital twin ที่จะมายกระดับวงการแพทย์และเพื่อเพิ่มโอกาสในการช่วยชีวิตคนคือ การใช้ digital twin ในการจำลอง genomic makeup physiological characteristics และ lifestyle ของคน เพื่อที่จะทดลองวัดผลวิธีรักษาโรคต่างๆ เพื่อหาวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด 

ยกตัวอย่างบริษัท Dassault ผู้พัฒนา Living heart หรือแบบจำลองหัวใจของคนซึ่งรวบรวมข้อมูลทั้งภาพสองมิติของหัวใจ ลักษณะการเต้นของหัวใจ รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อที่จะเอามาสร้างหัวใจจำลองของคนนั้นๆ สำหรับการเตรียมการวางแผนการรักษา และตรวจดูปัจจัยเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ นอกจากนี้ 

อีกหนึ่งบริษัทอย่าง Sim&Cure start-up ก็ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ลักษณะเดียวกันเพื่อจำลองโครงสร้างของสมองคนในการพัฒนาวิธีการรักษาโรคหลอดเลือดในสมองโป่งพอง วิธีนี้ช่วยลดอัตราความผิดพลาดของการรักษาลงได้กว่า 3-4 เปอร์เซ็นต์และได้ช่วยชีวิตคนแล้วกว่า 1,500 รายใน 25 ประเทศ

https://siliconcanals.com/news/startups/french-medtech-startup-simcure-raises-e3m-to-revolutionise-brain-surgery/

 

Use-case 2: ฝาแฝดดิจิทัลใน show-biz

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า digital twin ก็สามารถเป็นพิธีกรได้ 

ล่าสุดในงาน CCTV Spring Festival Gala 2019 ได้มีการเปิดตัวพิธีกรดิจิทัล 4 คนที่จำลองทุกอย่างจากพิธีกรที่เป็นคนจริงๆ โดยพิธีกรดิจิทัลเหล่านี้สามารถโต้ตอบกับแฟนๆ ได้ไม่ต่างจากตัวจริง ทั้งการทำหน้าทำตาไปจนถึงความรู้สึกนึกคิดต่างๆ เนื่องจากถูกบรรจุข้อมูลของต้นแบบผนวกกับเทคโนโลยีอย่าง machine learning, computer vision, natural language processing และ speech synthesis ไว้หมดแล้ว ทั้งนี้ ObEN ผู้พัฒนาหวังว่านวัตกรรมดังกล่าวจะช่วยให้เหล่าศิลปิน ดาราสามารถใกล้ชิดกับแฟนคลับได้มากขึ้น รวมถึงเปิดช่องทางใหม่ ๆ ให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ให้เข้าถึงผู้ชมใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

Use-case 3: ฝาแฝดดิจิทัลใน smart city

ทุกคนคงรู้จักสิงคโปร์ในนามผู้นำด้าน smart city ของโลก แต่ล่าสุด ในปี 2018 Dassault บริษัทเดียวกันกับที่พัฒนา Living Heart ได้ทำการจำลอง digital twin ของสิงคโปร์ไว้ทั้งเกาะไว้ใน Virtual Singapore  ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากหน่วยงานของสิงคโปร์เป็นอย่างดี โดยหวังว่านวัตกรรมนี้จะเข้ามามีบทบาทอย่างมาในการยกระดับ smart city ให้ smart ยิ่งขึ้น 

ยกตัวอย่างเช่น การทำ simulation สำหรับปรับปรุงการสัญจรของพื้นที่ต่างๆ สามารถทำได้โดยไม่ต้องเข้าไปสำรวจสถานที่จริงเลย เนื่องจาก digital twin ได้รวบรวมข้อมูลทั้งข้อมูล GIS ทั่วไปอย่างแผนที่ ข้อมูลที่ดิน ไปจนถึงข้อมูล dynamic อย่าง สภาพอากาศ สภาพจราจร จำนวน footfall ไว้หมดแล้ว ซึ่งเมื่อผนวกกับเครื่องมือ analytics แล้วก็สามารถออกแบบวางแผนได้ว่าการวางผังเมือง หรือการปรับนโยบายแบบไหนจะมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด

 

อ้างอิง:

https://www.seebo.com/digital-twin-technology/

https://www.forbes.com/sites/bernardmarr/2019/04/23/7-amazing-examples-of-digital-twin-technology-in-practice/#5c1be0676443

https://www2.deloitte.com/us/en/insights/focus/industry-4-0/digital-twin-technology-smart-factory.html

https://www.plasticstoday.com/medical/living-heart-project-beats-on-five-more-years-dassault-fda-renew-partnership/58240144161219

https://venturebeat.com/2019/01/29/obens-creates-ai-hosts-for-chinas-network-spring-festival-gala/

https://govinsider.asia/digital-gov/meet-virtual-singapore-citys-3d-digital-twin/

 

 

ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์

ผู้เขียนเป็นเจ้าของเว็บไซต์ settakid.com ที่วิเคราะห์ประเด็นเปลี่ยนโลกผ่านมุมมองเศรษฐศาสตร์แบบเข้าใจง่ายๆ  คุณ ณภัทร จบปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลและจอนส์ ฮอปกินส์ เคยมีประสบการณ์ทำวิจัยที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดและธนาคารโลก และสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์อยู่ที่มหาวิทยาลัยมินนิโซต้า เป็นนักเขียนรับเชิญของ stock2morrow และเป็นคอลัมนิสต์ประจำสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...