โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุ้นสนช.ผ่านร่างพ.ร.บ.โรงงาน ตั้ง "ThirdParty" ตรวจรง.แทนข้าราชการ

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 13 ก.พ. 2562 เวลา 12.33 น.

กระทรวงอุตสาหกรรมลุ้นสภานิติบัญญัติฯ (สนช.) ผ่านร่าง พ.ร.บ.โรงงานฉบับใหม่ ปรับแก้นิยามโรงงานเพื่อแก้ประเภทกลุ่มโรงงานจำพวก 1 ให้เป็น 50 แรงม้า จากเดิม 5-20 แรงม้า โดยกระจายอำนาจการกำกับดูแลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดูแลพร้อมกำหนดเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญ ด้าน NGO หวั่นเปิดทางผู้ตรวจสอบบุคคลที่ 3 third party ตรวจโรงงานหละหลวม

หลังจากที่กลุ่ม NGO ได้แสดงความกังวลในการปรับแก้ พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ในประเด็นการควบคุมและจัดการการปล่อยของเสีย-สิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เรียบร้อยไปแล้วนั้น ล่าสุดร่างฉบับดังกล่าว จะมีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญในเรื่องของการให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามาเป็นผู้กำกับดูแลโรงงานขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งจัดเป็นโรงงานจำพวกที่ 1 (เครื่องจักร 5-20 แรงม้า และคนงาน 7-20 คน ประกอบกิจการโรงงานได้ทันที) กับโรงงานจำพวกที่ 2 (เครื่องจักรไม่เกิน 50 แรงม้า ต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบก่อนจึงจะประกอบกิจการได้)

นอกจากนี้ก็ยังมีแผนดำเนินการที่จะทำให้โรงงานจำพวกที่ 3 (เครื่องจักรเกิน 50 แรงม้า หรือคนงานเกิน 50 คน ต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะดำเนินการได้) เปลี่ยนเป็นโรงงานจำพวก 1 และ 2 เพื่อมอบให้ อปท.กำกับดูแลต่อไปเช่นกัน รวมถึงการ “ยกเลิก” ต่อใบอนุญาตโรงงาน รง.4 จากเดิมที่ต้องต่ออายุใบอนุญาตทุก ๆ 5 ปี แต่กำหนดให้ผู้ตรวจสอบที่เป็นบุคคลที่ 3 หรือ third party เข้าไปตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมแทน ส่งผลให้ทางกลุ่ม NGO เกิดความกังวลและหวั่นเกรงว่า การไม่ต้องต่ออายุใบอนุญาตโรงงาน รง.4 และจัดให้บุคคลที่ 3 เข้ามาตรวจสอบการดำเนินงานของโรงงาน-การปล่อยของเสียจนกระทบกับสิ่งแวดล้อม จะถูกปล่อยปละละเลยและไม่มีการรัดกุมเพียงพอ จากปัจจุบันที่มีเจ้าหน้าที่กรมโรงงานเข้ามาดำเนินการตรวจสอบตามแผนทุกปีอย่างต่อเนื่อง ก็ยังปรากฏข่าวการลักลอบปล่อยของเสียสร้างความเสียหายให้กับชุมชนอยู่

นายบรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. …(ฉบับใหม่) จะใช้เวลาพิจารณาแก้ไขไม่เกินเดือนมีนาคม และในระหว่างนี้จะยังสามารถปรับเปลี่ยนในรายละเอียดได้ตามเห็นสมควรของ สนช. ส่วนการออกกฎกระทรวงว่าด้วยเรื่องของการจัดกลุ่มประเภทโรงงานใหม่ โดยเพิ่มกำลังแรงม้าและเรื่องผลกระทบเข้าไปเป็นปัจจัยในการจัดกลุ่มและให้หน่วยงานดูแล ซึ่งจะออกตามมาหลัง พ.ร.บ.โรงงานฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ เบื้องต้นจะกำหนดให้โรงงานจำพวกที่ 1 มีขนาด 50 แรงม้า หรือคนงานเกิน 50 คน (ประกอบกิจการโรงงานได้ทันที) ส่วนโรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 อยู่ระหว่างการหารือกับคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“เดิมอำนาจของการดูแลทางเทศบาลและ กทม.จะเป็นผู้รับแจ้งจดขยายและรับเรื่องร้องเรียนให้กับโรงงานจำพวก 2 ส่วน อปท.รับเรื่องร้องเรียนกับทุกประเภทโรงงาน จากนั้นจะประสานกับทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ที่ขึ้นตรงกับสำนักปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อกฎหมายใหม่ออกมาบังคับใช้ การดูแลก็ยังเป็นเหมือนเดิม เพียงแต่กลุ่มประเภทโรงงานที่เปลี่ยนไปจะมีขนาดใหญ่หรือกำลังแรงม้ามากขึ้น” นายบรรจงกล่าว

ส่วนกรณีของการให้ผู้ตรวจสอบที่เป็นบุคคลที่ 3 หรือ third party เข้าไปตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการลงทุน อำนวยความสะดวก ลดภาระความยุ่งยากสำหรับผู้ประกอบการนั้น ก็เพื่อที่จะยกเลิกการขอ “ต่ออายุใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมประกอบกิจการโรงงาน” จากเดิมใบอนุญาตต้องต่ออายุทุก ๆ 5 ปีใน พ.ร.บ.โรงงาน เดิมได้มีการระบุถึงกระบวนการตรวจสอบโรงงานของผู้ตรวจสอบ third party ไว้แล้ว แต่ยังไม่มีการกำหนดคุณสมบัติ บทบาท หรือคำนิยามของ third party ที่ชัดเจน ดังนั้นใน พ.ร.บ.ใหม่นี้จะมีการกำหนดว่า third party คือใคร ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเอกชนบุคคลรายเดียว นิติบุคคล ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม ซึ่งจะกำหนดอำนาจหน้าที่ กลุ่มประเภทโรงงานที่ผู้ตรวจสอบ third party จะต้องเป็นผู้ดูแล

ด้านนายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้ผู้ตรวจสอบที่เป็นบุคคลที่ 3 third party ส่วนใหญ่จะใช้กับโรงงานขนาดใหญ่เพราะมีค่าใช้จ่าย ส่วนโรงงานขนาดเล็กจะยังมีเจ้าหน้าที่ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมลงตรวจตามแผนการตรวจที่เข้มงวดประจำเช่นเดิม ส่วนที่มองว่าโรงงานจะหละหลวมในเรื่องของการปล่อยมลพิษ หรือกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพราะใช้ third party นั้น

“ทาง กรอ.จะเปลี่ยนหลักการเป็นให้ผู้ประกอบการโรงงานเป็นฝ่ายรับรองตนเอง (self-declared) ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องแสดงข้อมูลเพื่อรับรองตนเองว่า การประกอบกิจการได้มีการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย โดยกำหนดให้มีการแจ้งข้อมูลที่จำเป็นต่อการควบคุมกำกับดูแล ทั้งด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม และจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้ตรวจสอบเอกชนที่ขึ้นทะเบียนเจ้าหน้าที่ตรวจโรงงาน กับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (third party) ไปทำการตรวจภายหลัง และเป็นผู้รับรองข้อเท็จจริงความถูกต้องอีกขั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันการรับรองเท็จ แม้ว่าใน พ.ร.บ.ฉบับใหม่จะไม่ต้องขอต่ออายุใบ รง.4 แต่ก็ยังคงกำกับดูแลเพื่อให้โรงงานมีความปลอดภัยได้มาตรฐาน” นายทองชัยกล่าว

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...