โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยื่นภาษี 101 : วิธียื่นภาษีเบื้องต้น แบบทำตามได้ ไม่งง!

The MATTER

อัพเดต 17 มี.ค. 2561 เวลา 16.32 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2561 เวลา 16.32 น. • Quick Bite

“โอ้ย ไม่ทันแล้วๆ มีนาปาเข้าไปครึ่งเดือนแล้ว ยังไม่ได้ยื่นภาษีเลย”

“ใจเย็นเธอ เอ้านี่ วิชายื่นภาษีเบื้องต้นจาก The MATTER เรียนออนไลน์ได้ ไม่งง ลงนั่งหน้าคอมฯ แล้วทำตามได้เลย”

สำหรับใครที่ลนๆ หรือพะวงใจเรื่องยื่นภาษีอยู่ตอนนี้ บอกไว้ให้โล่งใจก่อนนิดนึงว่า ถ้ายื่นภาษีออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร (www.rd.go.th) หรือแอพฯ ‘Rd smart tax’ เนี่ย ต่อเวลาหายใจไปได้ถึงวันที่ 9 เมษายน 2561 นะ แต่ก็อย่าชะล่าใจ ยื่นไวก็ยิ่งดี

เอาล่ะ มาเริ่มบทเรียนวิชายื่นภาษี 101 กัน

บทที่ 1 : เตรียมเอกสาร

ก่อนยื่นภาษี ให้รวบรวมเอาเอกสารตามเช็คลิสต์นี้มาไว้ก่อน เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว (และเผื่อสรรพากรเรียกตรวจด้วย)

หนังสือรับรองเงินเดือนและการหักภาษี (50 ทวิ) หรือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีเพื่อคำนวณเงินได้ของทั้งปี สิ่งที่คนส่วนใหญ่ใช้คำนวณค่าลดหย่อน อย่างเช่น - ใบเสร็จรับเงินบริจาค

- ใบกำกับภาษีจากการซื้อของช่วงช้อปช่วยชาติ

- เอกสารชำระค่าเบี้ยประกันสุขภาพ

- หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิต

- เอกสารรับรองการซื้อ RMF และ LTF

เอกสารประกอบถ้ายื่นค่าลดหย่อนที่เกี่ยวกับครอบครัว - ทะเบียนสมรส

- เอกสารรับรองบุตร หรือสูติบัตรของบุตร

- หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบิดา-มารดา

- เอกสารชำระค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดา-มารดา

- หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ

เอกสารประกอบถ้ายื่นค่าลดหย่อนอื่นๆ (ถ้ามี) เช่น เอกสารเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย หลักฐานการเป็นสมาชิกและจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ หรือหลักฐานกรณีซ่อมแซมบ้านและรถที่เสียหายจากน้ำท่วม

บทที่ 2 : ลงทะเบียน

เปิดเว็บไซต์กรมสรรพากร (www.rd.go.th) ขึ้นมา ใครเคยยื่นแล้วก็ล็อกอินเข้าไป ส่วนใครยื่นครั้งแรกก็ลงทะเบียน กรอกข้อมูลทุกอย่างให้ครบถ้วนและถูกต้อง

บทที่ 3 : กรอกข้อมูลเงินได้และค่าลดหย่อน

ส่วนนี้จะซับซ้อนชวนงงที่สุดละ แต่หลักการอยู่ที่ต้องรู้ก่อนว่าเรามีเงินได้และค่าลดหย่อนอะไรบ้าง (เดี๋ยวจะอธิบายเพิ่มให้) ติ๊กเลือกรายการที่เรามี แล้วกรอกตัวเลขลงไปทีละช่อง

บทที่ 4 : ตรวจสอบการคำนวณภาษีและยืนยัน

พอกรอกทุกอย่างครบ ระบบก็จะคำนวณให้เราโดยอัตโนมัติเลย หน้าที่ของเราคือตรวจสอบความถูกต้อง และเลือกอะไรอีกนิดหน่อยก่อนกดยืนยัน นั่นก็คือ

- เราจะบริจาคภาษีที่ชำระให้พรรคการเมืองไหม (อันนี้ก็แล้วแต่)

- ถ้ามีการเสียภาษีเกิน 3,000 บาท เราสามารถเลือกผ่อนได้ 3 งวด (เมษายน-มิถุนายน)

- แต่ถ้าใครได้ภาษีคืนและต้องการขอคืนภาษี อย่าลืมเลือกคำว่า “ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะขอคืนเงินภาษี” ด้วย

ส่วนที่ว่าเราจะเสียภาษีเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับว่ารายได้สุทธิเราตกอยู่ช่วงไหน

ไม่เกิน 150,000 บาท = ได้รับการยกเว้น

150,001-300,000 บาท = 5%

300,001-500,000 บาท = 10%

500,001-750,000 บาท = 15%

750,001-1,000,000 บาท = 20%

1,000,001 บาท-2,000,000 บาท = 25%

2,000,001 บาท-5,000,000 บาท = 30%

5,000,001 บาทขึ้นไป = 35%

บทที่ 5 : จ่ายเงิน/ตรวจสอบการคืนภาษี

สุดท้ายคือถ้าเราต้องจ่ายภาษี ก็จะมีหน้าจอให้เลือกวิธีการจ่าย (ธนาคารออนไลน์, ATM, บัตรเครดิต, จ่ายชำระที่หน่วยรับชำระ หรืออื่นๆ) ส่วนคนที่ได้คืนภาษีก็รอไป

อธิบายเพิ่มเติม : เงินได้และค่าลดหย่อน

เริ่มที่ ‘เงินได้’ ก่อน สำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคน เบื้องต้นเลยคือติ๊กตรง ‘มาตรา 40 (1) เงินได้จากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง บำนาญ โบนัสฯ’ โลด ส่วนรายได้อื่นๆ ที่เหลือก็แล้วแต่ว่าใครทำงานอะไรเสริม ขายอะไรเพิ่ม (ดูความหมายของเงินได้แต่ละแบบ แบบอธิบายง่ายๆ ที่ https://www.itax.in.th/pedia/เงินได้)

สำหรับ ‘ค่าลดหย่อน’ นี่ดูกันให้ดีๆ เพราะส่วนนี้มีผลทำให้เราเสียภาษีน้อยลง โดยที่แน่ๆ คือเราจะได้ ‘ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล’ 60,000 บาททันทีที่เรายื่นแบบภาษีฯ อันนี้ไม่ต้องติ๊ก ไม่ต้องกรอกอะไร

ส่วนใครที่ยื่นจนโปร ลองเช็คดูดีๆ ปีนี้ มีค่าลดหย่อนที่เพิ่งเอามาใช้ในปี 2560 อยู่ 4 รายการ คือ

  1. เบี้ยประกันสุขภาพตัวเอง : ให้เราสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 มาลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท แต่เมื่อรวมเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

  2. ช้อปช่วยชาติ : ยิ้มเลยสิสายช้อป เพราะรัฐให้เรานำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าหรือบริการในระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2560 มายื่นลดหย่อนภาษีได้ ไม่เกิน 15,000 บาท แต่ก็ต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบที่ออกไว้ตอนซื้อด้วย

  3. ค่าซ่อมแซมบ้านและรถตอนน้ำท่วม : ปีที่แล้วมีน้ำท่วมในภาคใต้และอีสาน รัฐบาลเลยออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในพื้นที่ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซ่อมบ้านและรถที่เสียหายจากน้ำท่วมมายื่นลดหย่อนภาษีปี 2560 ได้ ภายใต้เงื่อนไขนี้

ภาคใต้ นำค่าใช้จ่ายระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 - 31 พฤษภาคม 2560 มาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท ภาคอีสาน นำค่าใช้จ่ายระว่างวันที่ 5 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2560 มาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท 4.เงินบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วม : คนภาคอื่นที่บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยไป ก็เอามาลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน (ต้องมีใบเสร็จเก็บไว้ด้วยนะจ๊ะ)

อื่นๆ ก็เป็นค่าลดหย่อนที่มีทุกปี ขอแบ่งเป็นกลุ่มให้ดูกันได้ง่ายแบบนี้ละกัน

กลุ่มครอบครัว

ค่าลดหย่อนคู่สมรส : ลดได้ 60,000 บาท ถ้ามีคู่สมรสที่จดทะเบียน แต่ไม่มีเงินได้ ค่าลดหย่อนบุตร : ลดได้ 30,000 บาทต่อลูกหนึ่งคน โดยมีเงื่อนไขว่า - ลูกต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี

- ถ้าลูกอายุ 21-25 ปี ต้องกำลังศึกษาในระดับอนุปริญญา (ปวส.) ขึ้นไป

- ถ้าลูกอายุ 25 ปีขึ้นไป ต้องเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

- และลูกต้องมีเงินได้น้อยกว่า 30,000 บาท (ยกเว้นเงินปันผล) หรือรายได้ที่มีนั้นได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย

ค่าลดหย่อนบิดามารดา : ลดได้ 30,000 บาทต่อคน (พ่อแม่ตัวเองและคู่สมรส) โดยพ่อแม่ต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปีนั้น และต้องมีหนังสือรับรองการเลี้ยงดู (ลย.03) ออกให้กับบุตรที่จะขอลดหย่อนภาษีด้วย (ลูกใช้สิทธิ์ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ตกลงกันให้ดีๆ ก่อนนะ) เบี้ยประกันสุขภาพบิดา-มารดา : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคือพ่อแม่ต้องมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาท และต้องอยู่ในไทยไม่ต่ำกว่า 180 วันในปีนั้น กรณีมีลูกหลายคน เอามาหารเฉลี่ยเพื่อลดหย่อนภาษีได้ ค่าลดหย่อนเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพ : ลดได้คนละ 60,000 บาท หากเป็นผู้ที่ดูแลตามกฎหมายของคนพิการ หรือคนทุพพลภาพที่มีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี (ถ้าผู้พิการหรือทุพพลภาพเป็นคนในครอบครัวด้วย ก็สามารถใช้สิทธิ์ควบได้เลย) กลุ่มประกันและการลงทุน

ประกันสังคม : เงินสมทบกองทุนประกันสังคมที่เราโดนหักกันทุกเดือนน่ะ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้นะ โดยลดหย่อนได้ตามจริงเท่าที่จ่ายไป แต่ไม่เกิน 9,000 บาท เบี้ยประกันชีวิต : อันนี้จะแบ่งเป็น 2 กรณี ดูว่าเราทำประกันชีวิตแบบไหนไว้ ๐ ประกันชีวิตทั่วไป : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคือ

- มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

- มีผลตอบแทนคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสม (เงินปันผลหรือเบี้ยคืนรายปี)

- เป็นกรมธรรม์ที่ซื้อจากบริษัทประกันชีวิตที่ดำเนินกิจการในไทย

- หากเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี ถือว่าผิดเงื่อนไข จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

- หากเราซื้อประกันชีวิตให้คู่สมรสไว้ และคู่สมรสไม่มีรายได้ แต่ยังจ่ายเบี้ยประกันอยู่ ก็ยังสามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายไปมาหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 10,000 บาท

๐ ประกันชีวิตแบบบำนาญ : ลดหย่อนได้ 15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคือ

- มีระยะเวลาเอาประกัน 10 ปีขึ้นไป

- จ่ายผลตอบแทนให้ผู้เอาประกันตั้งแต่อายุ 55 ปีต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 85 ปี

- เมื่อรวมค่าเบี้ยประกันที่จ่ายให้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

กองทุน LTF : เอาเงินที่ซื้อมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท กองทุน RMF / กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กองทุนครูโรงเรียนเอกชน / กองทุนการออมแห่งชาติ : เอาเงินที่ซื้อมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของเงินได้ และรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกิน 500,000 บาท กลุ่มอสังหาริมทรัพย์

ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการมีที่อยู่อาศัย : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยเป็นดอกเบี้ยจากเงินกู้การเช่าซื้อบ้าน คอนโด หรือที่อยู่อาศัย โดยมีเงื่อนไขคือ - ต้องเป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงินภายในประเทศ และทรัพย์สินที่กู้ต้องใช้มาเป็นหลักในการค้ำประกันการกู้ด้วย

- หากมีการกู้สำหรับที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 แห่ง สามารถใช้ลดหย่อนรวมกันได้ทุกแห่ง แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

- กรณีกู้ร่วมกันหลายคน ให้แบ่งคนละเท่าๆ กัน แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน

โครงการบ้านหลังแรก : อันนี้เป็นกรณีพิเศษสำหรับคนที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโครงการบ้านหลังแรกเมื่อปี 2558-2559 จะได้ลดหย่อนปีละ 120,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี (อ่านเพิ่มเติม http://www.rd.go.th/publish/54661.0.html) กลุ่มเงินบริจาค

เงินบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา และพัฒนาสังคม : ลดหย่อนได้สองเท่าของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่น เงินบริจาคทั่วไป : ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่น นอกจากค่าลดหย่อนแล้ว เรายังมี ‘ค่าใช้จ่ายส่วนตัว’ ที่จะมาช่วยบรรเทาการเสียภาษีเราได้ ซึ่งตรงนี้เราไม่ต้องทำอะไร ระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติ โดยปีนี้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวหักได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ยกตัวอย่างเช่น สรุปรวมออกมาแล้วมีรายได้ทั้งหมด 300,000 บาท 50% คือ 150,000 บาท แต่ก็จะหักได้แค่ 100,000 บาทตามกำหนดเท่านั้น

กรณีที่อ่านแล้วทำตามทั้งหมดนี่ แต่ปรากฏว่า อ้าว เฮ้ย ยื่นผิด! ไม่ต้องตกใจ  ก็แค่ล็อกอินเข้าไปยกเลิกของเก่าแล้วยื่นใหม่อีกรอบ

ใครทำได้ จบการศึกษาวิชายื่นภาษี101 ไปเลย!

Illustration by Naruemon Yimchavee

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...