โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บาสตี้ เปิดใจ เล่าวินาทีที่แม่แท้ๆ มาเอาลูกกลับไปเลี้ยง

อีจัน

อัพเดต 24 ส.ค. 2564 เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2564 เวลา 14.32 น. • อีจัน

เป็นที่รู้จักกันอีกหนึ่งคนสำหรับเน็ตไอดอลสาวสองชื่อดัง อย่าง บาสตี้ ที่ก่อนหน้านี้ก็มันจะทำคอนเทนต์แปลกๆฮาๆออกมาสร้างเสียงหัวเราะให้กับแฟนๆอยู่ตลอด แต่ล่าสุดก็มีเรื่องน่าเศร้าที่ทำให้เสียใจพอสมควร เมื่อเธอนั้นได้เอาลูกของพี่สาวมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม กับแฟนหนุ่ม จนรู้สึกรักและผูกพันกับเด็กเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายแม่แท้ๆของน้องที่เป็นพี่สาวของตัวเอง ก็มาขอเอาลูกกลับไปเลี้ยงเองที่ต่างจังหวัด จนทำให้เธอนั้นปล่อยโฮร้องไห้ออกมากลางไลฟ์สดกันเลยทีเดียว

ล่าสุด บาสตี้ ก็ได้เปิดใจกับทีมข่าวอีจันบันเทิงถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่า

“พี่สาวเองก็รู้สึกรักและผูกพันกับน้องมากๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่าลูกใครใครก็รัก และเนื่องด้วยสถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยปล่อยภัยบวกกับเขาเห็นเราทำงานหนักไม่มีเวลา เลยอยากขอเอาลูกกลับไปเลี้ยงที่ต่างจังหวัดก่อน ซึ่งตอนแรกเสนอให้ว่าถ้าอยากกลับก็เอาน้องไว้นี้แต่ก็ไม่ยอม ซึ่งเราเองก็ไม่มีสิทธิ์และไม่สามารถยื้อเขาไว้ได้ เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ที่รักลูกมาก แต่เราก็รักน้องเหมือนกัน ซึ่งมันเร็วเกินไปยังทำใจไม่ได้กับเรื่องนี้”

“ซึ่งจุดเริ่มต้นมันมีอยู่ว่าพี่สาวไม่รู้ว่าตัวเองท้องแล้วบอกกับที่เรากับแฟนคุยกันมา 2 ปีแล้วว่าอยากได้ลูก และจังหวะที่พี่สาวท้องพอดีแล้วไม่รู้จะทำยังไงต่อไปเลยยกลูกให้ และเราก็จะเป็นคนดูแลอุปถัมภ์น้องเอง และให้แม่เขามาอยู่ด้วยมาช่วยเลี้ยงน้องที่บ้านด้วยกัน แม่เขาก็ตกลง และก็มีการไปที่อำเภอเพื่อจะเคลียร์เรื่องเอกสารบุตรบุญธรรม แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากอายุยังไม่ถึง 25 เลยพักเลี้ยงนี้ไปก่อน”

“การเป็นแม่ในครั้งนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่อ่อนโยนมาก ต้องดูแลทะนุถนอมน้องเป็นอย่างดี ต้องยอมเสียสละชีวิตวัยรุ่นไปเพื่อจะทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุด

มีช่วงหนึ่งที่หลายคนมองว่าเอาน้องมาทำมาหากินนั่นนี่ ต้องบอกเลยว่า ไม่ได้คิดแบบนั้น คือเรามีลูกเราก็อยากอวดความน่ารักของน้อง น้องเองก็เก่งที่สามารถทำงานหาเงินให้ตัวเองได้ตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะทำแบบนี้ได้ บางครั้งก็เจอคอมเมนต์ลบๆที่กระทบจิตใจ จนเคยคิดว่าไม่อยากเป็นแม่คนแล้ว”

“สำหรับตัวเรามองว่าการเปลี่ยนคำนำหน้าก็เป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเพศอย่างเรามันไม่คลุมเครือ กฎหมายเองก็ยังไม่ยอมรับ ถ้าวันนี้เราเปลี่ยนคำนำหน้าได้เราอาจจะสามารถช่วยเหลือดผุแลคนที่เรารักได้ และการทำเรื่องบุตรบุญธรรมก็ไม่มีปัญหา นอกจากสังคมจะไม่ยอมรับแล้ว สังคมก็ยังมาครหาเราอีกว่า กะเทยไม่สามารถมีลูกได้ ซึ่งเราเองก็เก่งมากพอที่จะเป็นพ่อคนแม่คนได้เหมือนกัน อยากให้ทุกคนเปลี่ยนความคิด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...