โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำส้มควันไม้ใช้ทำอะไรได้บ้าง? 29 วิธีใช้ประโยชน์จากน้ำส้มควันไม้เพื่อการเกษตร

รักบ้านเกิด

อัพเดต 14 ส.ค. 2563 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2563 เวลา 04.27 น. • รักบ้านเกิด.คอม

รู้จักน้ำส้มควันไม้กันมานานปี วันนี้รู้หรือยังว่าใช้ทำอะไรได้บ้างในภาคการเกษตร?
เคยสงสัยกันบ้างไหมคะ ว่าน้ำส้มควันไม้ที่เคยโด่งดังเมื่อหลายปีก่อนนั้น นำมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง กับการเกษตร นี่คือคำถามที่ผู้เขียนนำไปใช้ถามกูรู หรือ ผู้ที่มีอาชีพเกษตรกรโดยตรง ซึ่งผู้เขียนคาดหวังมากมายว่า จะได้รับคำตอบเกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำส้มควันไม้ ที่เจาะจงมากกว่าคำว่า "มากมาย" ที่ชวนมึนตึ๊บ แบบ "แล้วยังไงต่อ?" เอาเข้าจริงๆ ก็ต้องมานั่งค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการนำเสนอประโยชน์ของน้ำส้มควันไม้ที่เป็นรูปธรรมมากกว่าคำว่า "มากมาย" ที่ได้รับเป็นคำตอบกลับมา
ด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่อยากตีโจทย์ให้แตกฉาน และนำเสนอให้เกษตรกรไทยได้เห็นคุณค่าของน้ำส้มควันไม้ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนจึงไปสืบค้นในคลังข้อมูลเก่าเก็บของ www.rakbankerd.com ที่มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูลไว้เมื่อหลายปีก่อน ทำให้ทราบว่าน้ำส้มควันไม้นั้นมีประโยชน์ในเชิงลึกมากกว่าที่ตัวเองรู้ หรือ มากกว่าที่มีการนำเสนอข้อมูลกันอยู่ในปัจจุบัน วันนี้ผู้เขียนจึงทำการรวบรวมประโยชน์ ที่เกษตรกรทั่วทุกภูมิภาคนำไปใช้แล้วได้ผลดีมาบอกต่อแบบให้ผู้อ่านสามารถรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำส้มควันไม้ได้เบ็ดเสร็จ ภายใต้หน้าต่างการทำงานเดียว โดยไม่ต้องไปสืบค้นที่ไหนอีกให้มากมาย เกี่ยวกับเจ้าน้ำส้มควันไม้นี้

Hilight-Kaset/28_1_14407_5.jpg

เตาเผาถ่าน/ ขบวนการผลิตน้ำส้มควันไม้

น้ำส้มควันไม้คืออะไร ?น้ำส้มควันไม้นั้นผลิตได้จากกระบวนการเผาไหม้ไม้เพื่อการทำถ่านหุงต้ม ในขณะที่ไม้นั้นกำลังจะเปลี่ยนไปเป็นถ่าน หากมีการทำของเหลวที่เกิดขึ้นในขั้นตอนนี้ให้เย็นตัวลง ก็จะได้ของเหลวที่กลั่นตัวเป็นหยดน้ำ มีสีน้ำตาล-แดง จากนั้นจึงนำเจ้าน้ำสีน้ำตาลแดงที่ได้ ไปผ่านขั้นตอนการทำให้ตกตะกอนอีกประมาณ 3 เดือนเพื่อแยกชั้นน้ำมันเบา,ชั้นของน้ำส้มควันไม้ และ ชั้นของน้ำมันทาร์ ออกจากกัน จึงจะได้น้ำส้มควันไม้ที่บริสุทธิ์ ซึ่งมีค่าความเป็นกรดสูง นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะแก้เหา เห็บ ท่อตัน รักษาแผล ใช้ในอุตสาหกรรม ฯลฯ นั้นทำได้หมด แต่ ณ ที่นี้ ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงแต่การนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ที่ต้องขอเน้นย้ำว่า ก่อนนำไปใช้งานต้องนำน้ำส้มควันไม้ไปเจือจางตามวัตถุประสงค์การใช้งานเสียก่อน เพื่อลดผลเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้กับพืชและสัตว์
 

29 วิธีใช้ประโยชน์จากน้ำส้มควันไม้เพื่อการเกษตร

1. กำจัดแมลงศัตรูมะนาวได้ตลอดปี : ใช้น้ำส้มควันไม้เข้มข้น50 ซีซีเทใส่ในขวดน้ำดื่มขนาดเล็ก ที่เจาะรูด้านข้างโดยรอบ 6-8 รู ผูกเชือกที่คอขวด แล้วนำไปติดตั้งไว้ตามกิ่งก้านของต้นมะนาว กลิ่นของน้ำส้มควันไม้จะช่วยขับไล่ให้แมลงศัตรูพืชถอยห่างออกไปได้ เมื่อน้ำส้มควันไม้แห้งให้เติมเข้าไปใหม่ เพียงเท่านี้ ก็สามารถป้องกันแมลงศัตรูพืชมะนาวได้ตลอดทั้งปี
ภูมิปัญญาจาก : คุณสิรภพ สิทธิปัญญา เจ้าของสวนมะนาวเมืองพาน หมู่ 12 บ้านใหม่เจริญ ต.แม่อ้อ อ.พาน จ.เชียงราย
2. บังคับมะนาวให้มีผลผลิตนอกฤดู : การใช้น้ำส้มควันไม้เป็นตัวกระตุ้นแทนสารเคมี ซึ่งเกษตรกรควรจะลงมือบังคับมะนาวให้ออกผลนอกฤดูในช่วงประมาณวันที่ 10-15 เดือนกันยายนของทุกปี จึงจะได้ผลผลิตมะนาวที่ออกในช่วงปีใหม่ ซึ่งจะได้ราคาสูง โดยจะใช้น้ำส้มควันไม้ 60-75 ซีซี + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วต้นมะนาว ทุกๆ 3 วัน จนครบ 9 วัน(3ครั้ง) แล้วใบมะนาวจะเริ่มร่วงหล่น จากนั้นให้ใส่ปุ๋ยบำรุงมะนาว ด้วยสูตรปกติ หรือ สูตร 15-15-15 จนมะนาวแตกตาดอกและพัฒนาไปเป็นผล ให้ดูแลขั้นตอนต่อไปตามปกติ
ภูมิปัญญาจาก : ปิยะทัศน์ ทัศนิยม บ้านเลขที่ 30 ม. 1 ต. โนนกลาง อ. สำโรง จ. อุบลราชธานี
3. ใช้ป้องกันกำจัดหนอนและแมลงศัตรูข้าว-ข้าวไร่ : ใช้น้ำส้มควันไม้ 1 ลิตร + น้ำเปล่า 200 ลิตร ฉีดพ่นในแปลงข้าวไร่ที่พบแมลงและหนอนระบาด เพียง 1 ครั้งในฤดูฝน และควรฉีดพ่นในช่วงเช้า แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าแล้ง ให้ฉีดพ่น2 ครั้ง เพียงเท่านี้ก็สามารถทำลายหนอนและแมลงศัตรูข้าวได้เป็นอย่างดี
ภูมิปัญญาจาก : คุณสุนีย์ ไทยสวี เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไร่พันธุ์ดอกพะยอมแห่งบ้านน้ำลอด ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร
4. ใช้ป้องกันแมลงสิง แมลงบั่ว เพลี้ยไฟ เพลี้ยกระโดด และ แมลงปากดูดอื่นๆ ในนาข้าว : ในระยะข้าวตั้งท้องไปจนถึงเริ่มออกรวงมักพบกว่ามีแมลงสิงและมวนเข้ามาทำลายดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นข้าว และเมล็ดข้าวในระยะน้ำนม ทำให้เมล็ดลีบ หรือเมล็ดไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ผลผลิตข้าวลดลง ให้ใช้น้ำส้มควันไม้ 600 ซีซี + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในนาข้าวเพื่อขับไล่แมลงปากดูด อาทิ แมลงสิง แมลงบั่ว เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่นสีเขียว ฯลฯ ในช่วงที่พบการระบาด หรือฉีดพ่นในนาข้าวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เมื่อแมลงปากดูดดังกล่าวได้กลิ่นของน้ำส้มควันไม้แล้วจะไม่เข้ามาทำลายข้าว
ภูมิปัญญาจาก : คุณสมศักดิ์ สุวรรณคำ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์มาตรฐานการส่งออก ชาวนาบ้านหัวเมือง ม.9 ต.หัวเมือง อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร
 

Hilight-Kaset/28_2_neckblst2.jpg

โรคไหม้คอรวงข้าว(Rice Blast) หากระบาดในระยะข้าวออกรวง เมล็ดจะลีบ ผลผลิตเสียหายได้ 100%
ภาพ : https://www.agric.wa.gov.au

5. ป้องกันโรคไหม้คอรวงข้าว : โรคไหม้คอรวง จะส่งผลทำให้เมล็ดข้าวลีบแห้ง ผลผลิตเสียหายหากไม่เร่งหาทางแก้ให้ทันท่วงที จะสามารถทำลายผลผลิตได้ 100% วิธีการป้องกันความเสียหายจากโรคดังกล่าว ตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ ให้ใช้น้ำส้มควันไม้ 1 ลิตร + น้ำ 50 ลิตร ฉีดพ่นใบและรวงข้าวในช่วงเย็น ทุกๆ 3- 5 วัน ในช่วงที่พบว่ามีอาการของโรค(ยังไม่ระบาดมาก) **ควรใช้สูตรนี้ฉีดคุมป้องกันโรคไว้ก่อนจะดีมาก เพราะโรคนี้แก้ไขยาก
ภูมิปัญญาจาก : คุณช่วง สิงโหพล ปราชญ์เกษตร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช
6. กำจัดเชื้อโรคและแมลงศัตรูพืชที่ตกค้างในดินปลูก : ใช้น้ำส้มควันไม้ 500 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นลงบนดินก่อนจะทำการเพาะปลูกพืช 10 วัน โดยเฉพาะแปลงปลูกที่พบว่าเคยมีการระบาดของโรค-แมลงศัตรูพืชมาก่อน
ภูมิปัญญาจาก : คุณอลงกรณ์ สรเสนา ปราชญ์เกษตรประจำ ต.สวนดอกไม้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี
7. กำจัดหอยทาก : ในสภาพอากาศร้อนชื้นจะพบว่ามีหอยทากสีน้ำตาลแพร่กระจายพันธุ์ได้ดี ใน หนึ่งปี หอยชนิดนี้จะวางไข่ได้ 6 ครั้ง (ครั้งละ 80 ฟอง) ซึ่งหอยทากนั้นจะเข้ากัดกินพืชปลูก เช่น พืชผัก ไม้ดอก และ ไม้ประดับจนเกลี้ยงเตียน การป้องกันกำจัดให้ใช้ น้ำส้มควันไม้ 1 ลิตร + ปูนแดง/ปูนขาว 200 กรัม + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณที่มีหอยทาก ทุก 7 วัน ติดต่อกัน 3 ครั้ง แล้วหอยทากจะค่อยๆ ตายหายไปภายใน 2 วัน **ซึ่งสูตรนี้สามารถนำไปใช้กำจัดหอยเชอรี่ได้ผลดีเช่นกัน
ภูมิปัญญาจาก : คุณนพดล น้อยใหม่ หมอดินอาสาประจำ ต.หัวถนน อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร
8. ป้องกันมดคันไฟเข้าทำลายรากมะนาว : มักพบว่ามดคันไฟเข้าทำลายระบบรากมะนาวได้ตลอดการเพาะปลูก ทำให้รากเสียหาย ชะงักการเจริญเติบโต การป้องกัน ใช้น้ำส้มควันไม้ 1 ลิตร เจือจางน้ำ 50 ลิตร แล้วนำไปรดโคนต้นมะนาว ต้นละ 3 ลิตร ทุก ๆ 1 เดือน จะช่วยป้องกันไม่ให้มดคันไฟมาทำลายกัดกินรากของต้นมะนาวได้
ภูมิปัญญาจาก : คุณคมศักดิ์ เดชสุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกมะนาว ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
 

Hilight-Kaset/28_3_9044_1.jpg

ใช้ป้องกันกำจัดศัตรูมะนาว

9. ป้องกันมด-แมลงเข้าทำลายต้นกล้าเพาะชำ : นำถุงเพาะชำที่ปลูกต้นไม้เสร็จแล้วไปชุปน้ำส้มควัน(เตรียมจาก น้ำส้มควันไม้ 500 ซีซี ต่อน้ำ 50 ลิตร)นาน 30 วินาที แล้วยกขึ้นไปไว้ในแปลงเพาะชำตามปกติ จะไม่มีมดหรือแมลงใดๆ มารบกวนต้นกล้านั้นอีกเลย
ภูมิปัญญาจาก : คุณสละ นิรากรณ์ เจ้าของไร่นิรากรณ์ ต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี
10. ผลิตมังคุดผิวมัน : ใช้น้ำส้มควันไม้ 1 ลิตร+ น้ำเปล่า 200 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณพุ่มต้นมังคุดให้ทั่วเพื่อป้องกันเพลี้ยหอยดูดผิวมังคุด ควรฉีดช่วงก่อนดอกมังคุดบานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรฉีดพ่น 2-3 ครั้ง เว้นระยะห่างการฉีดพ่น 15 วัน ต่อ 1 ครั้ง ก่อนที่ดอกมังคุดจะบาน หลังจากนั้นก็ปล่อยไว้ตามธรรมชาติ เพียงเท่านี้ชาวสวนมังคุดก็จะได้มังคุดผิวมัน ผิวสวย ขายได้ราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาดมาตรฐานคุณภาพส่งออก
ภูมิปัญญาจาก : คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดปี พ.ศ. 2551 จังหวัดชุมพร
11. ป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ-ไรแดง-เพลี้ยอ่อน สาเหตุที่ทำให้พริกใบหงิกในสวนพริก : ใช้น้ำส้มควันไม้ 1 ลิตรต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นทุก 3 วัน นับจากวันปลูกไปจนกระทั่งพริกออกดอกจึงหยุดการฉีดพ่น หลังจากนั้นให้นำปุ๋ยคอกใส่บริเวณโคนต้น หาทะลายปาล์มหรือฟางมาคลุมดินให้ทั่วแปลง เพียงเท่านี้ผลผลิตที่ได้ก็จะมีคุณภาพจำหน่ายได้ราคา และไม่มีปัญหาเรื่องเพลี้ยมาทำลายพริกให้เสียหาย
ภูมิปัญญาจาก : คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดปี พ.ศ. 2551 จังหวัดชุมพร
12. กำจัดวัชพืชใบกว้าง-ใบแคบ : ในขั้นตอนการผลิตน้ำส้มควันไม้จะได้น้ำมันทาร์(น้ำมันดิน)ที่เป็นพิษต่อพืชและมีความเป็นกรดสูงมาด้วย ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ในการกำจัดหญ้าวัชพืช ระหว่างแถวช่องว่างของยางพารา ไม้ผล หรือ ไม้ยืนต้นอื่นๆ ทดแทนการใช้สารเคมีได้ วิธีการคือ นำน้ำส้มควันไม้ที่ผลิตได้เอง ไปกรองเอาเฉพาะน้ำ โดยไม่ต้องทำให้ตกตะกอน แล้วนำน้ำส้มควันไม้ที่กรองได้ ไปฉีดพ่นที่หญ้าวัชพืชให้เปียกชุ่ม โดยไม่ต้องนำไปผสมน้ำ แต่ควรระมัดระวังไม่ให้ฉีดพ่นถูกต้นพืชที่ปลูก เนื่องจากน้ำส้มควันไม้ที่ผลิตได้นี้มีความเป็นกรดสูง เมื่อรวมเข้ากับน้ำมันทาร์(น้ำมันดิน) ที่ยังไม่ได้แยกออกในขั้นตอนการตกตะกอนนั้น จะไปช่วยปิดกั้นระบบการดูดซึมธาตุอาหารและการสังเคราะห์แสงของหญ้าวัชพืช ทำให้หญ้าวัชพืชในสวนยางแห้งตายได้ภายใน 15-20 วัน โดยไม่ต้องพึ่งพาการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ซึ่งใช้ได้ผลดีทั้งวัชพืชใบแคบและใบกว้าง
ภูมิปัญญาจาก : คุณแพง พวงราช เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ. 2551 ผู้ปลูกพืชอินทรีย์แบบผสมผสาน ต.ผักไหม อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์
 

Hilight-Kaset/28_4_P1030624.JPG

ใช้กำจัดวัชพืช ได้ทั้งใบแคบ-ใบกว้าง-หญ้าคา-ถอนรากถอนโคน

13. กำจัดวัชพืชใบแคบ-ใบกว้าง-หญ้าคา ได้ถึงรากถึงโคน : ต้มน้ำส้มควันไม้ 5 กก. แล้วผสมเกลือแกง 2 กก. ลงไปคนจนกว่าเกลือจะละลาย จากนั้นผสมโซดาไฟ 1 กก. ลงไปคนให้ละลายตามลำดับ ยกลงจากเตารอให้เย็น จะได้หัวเชื้อกำจัดวัชพืชอย่างดี ใช้หัวเชื้อดังกล่าว 1 ส่วน ผสมกับน้ำ 1 ส่วน คนให้เข้ากันจากนั้นนำไปพ่นบนคันนาข้าวที่มีปัญหาวัชพืช ซึ่งพ่นเพียงครั้งเดียว สามารถกำจัดวัชพืชให้ตายได้ถึงรากถึงโคน
ภูมิปัญญาจาก : คุณรุ่งกิจ สมัญสาริกิจ บ้านเลขที่ 285 หมู่ 5 ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท
14. กระตุ้นเมล็ดพันธุ์ข้าวให้งอกดีขึ้น : ผสมน้ำส้มควันไม้ 350 ซีซี + น้ำ 100 ลิตร แล้วแช่เมล็ดพันธุ์ข้าว ไว้ 1 คืน (อัตราดังกล่าวใช้กับเมล็ดพันธุ์ข้าว 30 กก. ) ก่อนจะนำไปปลูก แค่นี้ก็สามารถช่วยกระตุ้นให้เมล็ดพันธุ์งอกได้ดีขึ้น มีเปอร์เซ็นต์การงอกสูงถึง 90% และยังช่วยป้องกันแมลงศัตรูข้าวในช่วงระยะต้นกล้าได้อีกด้วย
ภูมิปัญญาจาก : คุณเรือน ทองจำรัส กลุ่มข้าวอินทรีย์ครบวงจร บ้านยางยวน ต.ดอนตรอ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช
15. บำรุงข้าวให้มีเมล็ดสวย เต่งตึง ไม่ลีบ ได้น้ำหนักดี : เพื่อให้ได้ข้าวมีน้ำหนักรวงดีไม่ลีบใช้น้ำส้มควันไม้ฉีดพ่น ในอัตรา 100 ซีซี + น้ำ 20ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงนา ทุก 7-10 วัน ก็จะทำฝให้ได้ข้าวที่เมล็ดสวย เมล็ดไม่ดำ ไม่มีเมล็ดลีบ หากมีการใส่ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 ในปริมาณ 15 กิโลกรัมต่อไร่ (ใส่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น) ร่วมด้วยก็จะทำให้ข้าวมีน้ำหนักรวงดียิ่งขึ้น
ภูมิปัญญาจาก : คุณแพง พวงราช เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ. 2551 ผู้ปลูกพืชอินทรีย์แบบผสมผสาน ต.ผักไหม อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์
16. เพิ่มความหวานกรอบและต้านทานโรคแมลงในพืชผัก -ผลไม้: ใช้น้ำส้มควันไม้ 10 ซีซี + น้ำ 100 ลิตร ฉีดพ่นไปกับระบบการให้น้ำพืชผัก/ไม้ผลช่วงเช้า-เย็น จะช่วยให้พืชมีความต้านทานโรคและรสชาติหวานกรอบ อร่อยขึ้น
ภูมิปัญญาจาก : คุณอลงกรณ์ สรเสนา ปราชญ์เกษตรประจำ ต.สวนดอกไม้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี
 

Hilight-Kaset/28_5_22457_2.jpg

ทุเรียนพลูสวย - ผิวสวย-หนามไม่ติดกัน

17. ดูแลทุเรียนให้มีผลสวย หนามไม่ติดกัน : หลังดอกทุเรียนบานแล้ว 1 อาทิตย์ ให้ใช้น้ำส้มควันไม้ 1 ลิตร + น้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นใต้ทรงพุ่ม/โคนต้นทุเรียน ในช่วงเวลาเย็น(ไม่ควรฉีดในช่วงอากาศร้อนเพราะจะทำให้ใบไม้และผิวทุเรียนแห้งกร้านได้) ทุกๆ 14 วัน ไปจนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิต เพียงเท่านี้ก็จะได้ทุเรียนผลสวย หนามไม่ติด และขายได้ราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาด
หมายเหตุ : ห้ามฉีดก่อนดอกทุเรียนบานเพราะจะทำให้แมลงต่างๆ ไม่เข้ามาผสมเกสรให้
ภูมิปัญญาจาก : คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดประจำปี พ.ศ.2551 จังหวัดชุมพร
18. กระตุ้นก้อนเชื้อเห็ดเก่าให้ออกดอก : ก้อนเพาะเห็ดที่เก็บดอกจนหมดแล้ว เกษตรกรส่วนใหญ่จะทิ้งไปเลยหรือนำไปทำปุ๋ยหมัก แต่มีเทคนิควิธีทำให้ก้อนเห็ดเหล่านี้สามารถออกดอกได้อีกครั้ง ด้วยการนำก้อนเพาะเห็ดเก่ามาตัดพลาสติกบริเวณส่วนปากถุงออก แล้วใช้น้ำสะอาดล้างราดำบริเวณปากก้อนเชื้อเห็ดให้สะอาด จากนั้นน้ำก้อนเชื้อเห็ดวางบนชั้นในโรงเรือนเปิดดอกเหมือนเดิม นำน้ำส้มควันไม้ 15 ซีซี + กากน้ำตาล 250 มิลลิลิตร + น้ำเปล่า 100 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วก้อนเพาะเห็ด (เป็นการฆ่าเชื้อรา และ กระตุ้นให้เห็ดออกดอกได้อีกครั้ง) จากนั้นทิ้งไว้ 3-5 วัน ก้อนเพาะเห็ดจะเริ่มออกดอกได้อีกครั้ง นานประมาณ 1 เดือน
หมายเหตุ : สำหรับก้อนเพาะเห็ดปกติทั่วไปให้ใช้อัตรานี้ฉีดพ่นให้ทั่วทุกๆ 15 วัน จะเป็นการช่วยกระตุ้นการออกดอกของเห็ด
ภูมิปัญญาจาก : คุณบุญเพ็ง คำเลิศ เกษตรกรดีเด่นจังหวัดศรีสะเกษ บ้านนาทุ่งพัฒนา ต. สำโรงตาเจ็น อ.ขุขันธุ์ จ. ศรีสะเกษ
19. ป้องกันโรครากเน่าและโคนเน่าจากเชื้อรา : ใช้น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำฉีดพ่นลงดินก่อนปลูกพืช 15 วัน ในอัตรา น้ำส้มควันไม้ 1,500 ซีซี(1.5 ลิตร) ต่อน้ำ 100 ลิตร หรือ 15 ซีซี ต่อ น้ำ 1 ลิตร
ภูมิปัญญาจาก : คุณผ่องศรี ดินขุนทด บ้านคลองพัฒนา ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว
20. ช่วยในการสังเคราะห์น้ำตาลของพืช (ช่วยให้พืชผักและผลไม้มีรสหวาน) : ใช้น้ำส้มควันไม้ 20 ซีซี + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นพืชหลังติดผลแล้ว 2 สัปดาห์ และ ฉีดพ่นอีกครั้งก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 20 วัน จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสังเคราะห์น้ำตาลในพืช ทำให้ผลผลิตที่ได้มีรสชาติหวานอร่อย
ภูมิปัญญาจาก : คุณคำนึง ชนะสิทธิ์ หมู่ 12 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
 

Hilight-Kaset/28_6_หน้ายาง.jpg

ป้องกันหน้ายางตายนึ่ง/แก้ปัญหาเชื้อราขึ้นหน้ายาง

21. ป้องกันโรคหน้ายางตายนึ่งหรือเชื้อราขึ้นหน้ายางกรีด : ใช้น้ำส้มควันไม้ 70 ซีซี + น้ำ 1 ลิตร ทาหน้ายางหลังกรีดเป็นประจำ จะทำให้หน้ายางแข็งแรง ไม่เกิดอาการตายนึ่งหรือเชื้อราขึ้นหน้ายางได้
ด้านปศุสัตว์ (หมายเหตุ : หากใช้ในอัตราส่วนที่เข้มข้นกว่า 1:20 ควรสวมถุงมือหรือระมัดระวังในการใช้)
ภูมิปัญญาจาก : คุณอุทัย สอนหลักทรัพย์ บ้านป่าสักหลวง หมู่ 1 ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน จ.เชียงราย
22.สุนัขขนสวยสุขภาพดี ไร้เรื้อน เห็บ หมัด : หลังจากที่อาบน้ำสุนัขด้วยสบู่หรือแชมพูตามปกติแล้ว จากนั้นในน้ำสุดท้ายสำหรับล้างตัวสุนัขให้ผสมน้ำส้มควันไม้ 1 ช้อนโต๊ะในน้ำ 5 ลิตร ใช้อาบน้ำให้สุนัขในน้ำสุดท้าย ขยี้หรือชโลมให้ทั่วตัวโดยไม่ต้องล้างออกอีก จากนั้นเช็ดให้แห้ง สามารถใช้อาบน้ำได้ประจำหรือบ่อยครั้งตามที่ต้องการ ไม่มีผลเสียต่อสุนัข ประโยชน์ที่ได้ คือ น้ำส้มควันไม้จะช่วยปรับความสมดุลในร่างกายของสุนัข บำรุงผิวหนังช่วยให้สุนัขไม่เป็นโรคเรื้อน ไล่หมัด เห็บ ในตัวสุนัข ผลที่ได้ภายใน 1 เดือนจะพบว่าขนสุนัข แลดูสวย เงางามสุขภาพดี อย่างเห็นได้ชัด
ภูมิปัญญาจาก : คุณอำนวย จ่างสกุล เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ.2551 เจ้าของศูนย์เรียนรู้อัศจรรย์ควันไม้ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี
23. บำรุงสุขภาพโค-กระบือให้แข็งแรง : การเลี้ยงโค-กระบือในสภาพปัจจุบันพบว่ามีโรคระบาดหลายชนิดที่เกษตรกรควรเฝ้าระวัง การดูแลโค-กระบือให้มีสุขภาพดี ใช้น้ำส้มควันไม้ 2 ช้อนโต๊ะ + กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำ 10 ลิตร + เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ คนให้ละลายในบัวรดน้ำ แล้วนำไปใช้รดฟางแห้ง หรือ หญ้าสดให้พอชุ่มแต่อย่าให้เปียกจนเกินไป ก่อนนำไปให้โค-กระบือกิน หลังจากใช้สูตรนี้เป็นประจำประมาณ 1 เดือน จะพบว่าสามารถช่วยปรับสภาพร่างกายให้โค-กระบือมีสุขภาพแข็งแรง ต้านทานโรคได้ดีทุกสายพันธุ์และทุกช่วงอายุ
ภูมิปัญญาจาก : คุณอำนวย จ่างสกุล เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ.2551 เจ้าของศูนย์เรียนรู้อัศจรรย์ควันไม้ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี
24. ปรับสภาพน้ำและเร่งโตปลาดุก : เมื่อน้ำในบ่อเลี้ยงปลาดุกเริ่มจะเปลี่ยนสีหรือเน่าเสีย ให้ใช้น้ำส้มควันไม้จำนวน 10 ลิตร สาดลงไปในบ่อดินขนาด 1 ไร่ ทุกๆ 15 วัน จะช่วยปรับสภาพน้ำให้เหมาะสมแก่การเลี้ยงปลาได้อีกครั้ง และถ้า ใช้น้ำส้มควันไม้ผสมในอาหารปลา ในอัตราน้ำส้มควันไม้ 0.5 ลิตร ฉีดพ่นลงบนอาหารปลา 1 กระสอบให้ทั่วแค่พอเปียก(เทออกจากกระสอบแล้วเกลี่ยลงบนพื้น ก่อนฉีกน้ำส้มควันไม้) แล้วตากแดดไว้ให้พอแห้ง จากนั้นนำบรรจุลงในกระสอบตามเดิมแล้วนำไปเลี้ยงปลาตามปกติ จะเป็นตัวช่วยเร่งโตปลาดุก ทำให้ปลาดุกที่ทานอาหารสูตรนี้เข้าไป โตเร็ว มีไขมันน้อย และ ต้านทานโรค
ภูมิปัญญาจาก : คุณอำนวย จ่างสกุล เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ.2551 เจ้าของศูนย์เรียนรู้อัศจรรย์ควันไม้ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี
 

Hilight-Kaset/28_7_14808700_1269824999736999_625574801_o.jpg

ขจัดกลิ่นเหม็นจากการเลี้ยงหมู

25. กำจัดกลิ่นเหม็นจากการเลี้ยงหมู - หมูแข็งแรง - ไม่มีแมลงวันรบกวน : ใช้พด.7 1 ซอง + น้ำ 2 ลิตร + น้ำส้มควันไม้ 10 ลิตร หมักทิ้งไว้ 20 ชม.
- ใช้ล้างเล้าหมูแทนยาฆ่าเชื้อ หลังจากทำการจับหมูออกจากเล้าหมดแล้วให้ใช้น้ำหมัก 5 ลิตร ผสมกับน้ำเปล่า 200 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งเล้าประมาณ 3 ครั้งโดยเว้นระยะห่าง 3 วัน/ครั้ง
- ใช้ไล่แมลงวันและดับกลิ่นเล้าหมู ใช้น้ำหมัก2 ลิตร ผสมกับน้ำเปล่า 200 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งเล้าประมาณ 3 วัน/ครั้ง
- ใช้ดับกลิ่นในบ่อเก็บขี้หมู ใช้น้ำหมัก 1 ลิตร สาดให้ทั่วทั้งบ่อ ( บ่อขนาด 5x5 เมตร ) เมื่อมีกลิ่นเหม็น หรือ 4 วัน/ครั้ง
ภูมิปัญญาจาก : คุณประนอม ขาวมรดก ม.1 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
26. ป้องกันการท้องเสีย ในลูกหมูหย่านม : ใช้น้ำส้มควันไม้ 1 ส่วน ผสมกับ ถ่านหุงต้มที่บด หรือ ตำให้ละเอียด4 ส่วน ส่วน จากนั้นนำไปผสมกับอาหารหมูสำเร็จรูป ในอัตรา 1 ต่อ 99 ส่วน (น้ำส้มควันไม้ร่วมกับผงถ่าน 1 กก.+ อาหารหมู 99 กก.) จะช่วยลดอาการท้องเสียในลูกหมูหย่านมได้
ภูมิปัญญาจาก : คุณดำรงศักดิ์ สุวรรณศรี อาจารย์ฝ่ายวิชาการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา เขตพื้นที่พิษณุโลก
27. ป้องกันกำจัดไรเห็บเหาในไก่พื้นเมือง : ใช้น้ำส้มควันไม้ 3 ช้อนโต๊ะ + น้ำ 5 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วโรงเรือนที่พบการระบาด สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป
ภูมิปัญญาจาก : คุณอดิศร เหล่าสะพาน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านดอนมัน ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
28. ป้องกันยุง ลิ้น ไร ให้ โค-กระบือ : ผสมน้ำส้มควันไม้ 100 ซีซี + น้ำ 20 ลิตรแล้วนำผ้าชุบน้ำที่ผสมได้ ไปเช็ดตามตัวโค-กระบือให้ทั่วในตอนเย็น กลิ่นเหม็นฉุนของน้ำส้มควันไม้จะช่วยขับไล่แมลงต่างๆไม่ให้เข้ามารบกวนโค-กระบือได้ตลอดทั้งคืน อีกทั้งยังช่วยให้โค-กระบือมีผิวและขนมันวาวสวยงามด้วย
ภูมิปัญญาจาก : คุณแพง พวงราช เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ. 2551 ผู้ปลูกพืชอินทรีย์แบบผสมผสาน ต.ผักไหม อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์
29. ป้องกันโรคในเป็ด - ไก่ : ใช้น้ำส้มควันไม้ 10 ซีซี ผสมกับน้ำเปล่า 100 ลิตรให้เป็ด ไก่ กิน ได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องผสมกับอาหาร จะทำให้สัตว์เลี้ยงมีร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคสูง และป้องกันการเกิดโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ในเป็ด ไก่ ได้อีกด้วย
ภูมิปัญญาจาก : คุณอลงกรณ์ สรเสนา ปราชญ์เกษตรประจำ ต.สวนดอกไม้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี
 

Hilight-Kaset/28_8_11061687_10203383259612485_2267082377828702997_n.jpg

ควรใช้ก่อนดอกบานเพื่อกระตุ้นการติดผล และใช้หลังจากติดผลไปแล้วเพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืช

การผลิตน้ำส้มควันไม้
ข้อควรระวัง :
1. น้ำส้มควันไม้ที่นำมาใช้ตามสูตรต้องเป็นน้ำส้มควันไม้บริสุทธิ์(ผ่านการตกตะกอน แยกชั้นมาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน)**ยกเว้นในสูตรการนำไปใช้กำจัดหญ้าวัชพืช
เทคนิคเร่งการตกตะกอนของน้ำส้มควันไม้
2. ขณะใช้งานควรระวังอย่าให้น้ำส้มควันไม้ที่ยังไม่ผ่านการเจือจางสัมผัสถูกผิวหนังหรือดวงตา เพราะอาจทำให้หนังไหม้ หรือ ตาบอดได้
3. น้ำส้มควันไม้มีคุณสมบัติในการเร่งปฏิกริยาต่างๆ ให้ดีขึ้น จึงไม่สามารถใช้แทนปุ๋ยและไม่ใช่ปุ๋ยที่เหมาะสมต่อพืช
4. การนำมาใช้กับดินปลูก เพื่อการฆ่าเชื้อโรคหรือไข่แมลงที่ตกค้างในดิน จะต้องทำก่อนลงมือปลูกพืช 10-15 วัน เพื่อให้เกิดการเจือจางและลดผลกระทบที่เกิดจากความเข้มข้นของน้ำส้มควันไม้ ซึ่งอาจทำให้พืชไม่งอกหรือตายได้
5. ทุกครั้งที่นำน้ำส้มควันไม้ไปใช้งาน จะต้องทำการเจือจางก่อนทุกครั้ง
6. การใช้น้ำส้มควันไม้เพื่อกระตุ้นให้ดอกติดผลดีขึ้นหรือเพื่อป้องกันศัตรูพืช ควรทำก่อนดอกบาน หรือ หลังจากดอกติดผลไปแล้ว เพราะกลิ่นของน้ำส้มควันไม้จะไปขับไล่แมลงที่จะมาช่วยผสมเกสร จึงอาจส่งผลต่อการติดลูกได้
เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...