โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บูมแจ้งวัฒนะ "ไพรมแอเรีย" เชื่อมลงทุนวิภาวดี-ฮับบางซื่อ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ส.ค. 2563 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 03.30 น.

ธพส.แก้ลำโควิดทำเศรษฐกิจซึม โหมสร้างอาณาจักร “ศูนย์ราชการ” แสนล้าน บูมทำเล “แจ้งวัฒนะ” สู่ไพรมแอเรีย เปิดประมูลพัฒนาโซน C อีก 2 หมื่นล้าน เชื่อมโลจิสติกส์รอบทิศสู่สถานีกลางบางซื่อ รับถนนตัดใหม่ทะลุโลคอลโรด-ประชาชื่น 4 เลน เสร็จทั้งโครงการปี 2566 ทันเปิดใช้สายสีแดง-สีชมพู

แม้ไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบให้ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ซบเซาลงกว่าเดิม อีกมุมหนึ่งทางบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) ผู้บริหาร “ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา” ได้ประกาศนโยบายจะลงทุนทันทีอีก 81 ไร่ เพื่อเร่งต่อยอดให้โครงการมีพื้นที่บริการครบวงจร

เร่งโซน C 2 หมื่นล้าน

ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ ธพส. เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ศูนย์ราชการโซน A-B ประสบความสำเร็จไปแล้ว โดยมี 46 หน่วยงานราชการเข้ามาใช้พื้นที่ ทำให้เป็นศูนย์รวมบริการของภาครัฐตามเป้าหมาย

ล่าสุดได้เร่งงานพัฒนาสำคัญ คือ 1.จัดงบประมาณ 20,000 ล้านบาท เร่งสร้างอาคารในโซน C เพื่อรองรับราชการอีก 12 หน่วยงาน

“ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนออกแบบ เดือนธันวาคมปีนี้จะประกาศทีโออาร์ และว่าจ้างบริษัทรับเหมา จะเริ่มก่อสร้างได้ต้นปี 2564 จะใช้เวลาสร้าง 18 เดือน”

2.ใช้งบฯ 720 ล้านบาท ปรับพื้นที่บางส่วนของอาคารโซน A และ B พร้อมสร้างลานจอดรถรองรับเพิ่มอีก 4,000 คัน (ด้านหลังศาลปกครอง) และเตรียมงบฯอีก 2,000 ล้านบาท ปรับภูมิทัศน์ด้านหน้า 14 ไร่ สร้างสวนสาธารณะเพิ่ม โดยให้นักภูมิสถาปัตย์ระดับโลก “กชกร วรอาคม” เป็นผู้ออกแบบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางภายในด้วยการเดิน คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จปี 2565

3.สร้างสโมสรให้ข้าราชการและประชาชนได้มีพื้นที่สังสรรค์และออกกำลังกาย และ 4.เชื่อมโยงการใช้ประโยชน์ในพื้นที่และร่วมจัดระบบโลจิสติกส์ เพื่อให้การคมนาคมคล่องตัว คาดว่าจะพัฒนาเต็มพื้นที่แล้วเสร็จในปี 2566

แลนด์มาร์กใหม่

“ศูนย์ราชการจะเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ เพราะรัฐลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นศูนย์รวมบริการที่หลากหลายและครบวงจร”

“การพัฒนาพื้นที่ส่วนที่เหลือถือเป็นงานท้าทาย เพราะโจทย์ใหญ่ของ ธพส.คือ ต้องจัดระบบการจราจรให้คล่องตัว และเพิ่มทางเข้า-ออก จึงต้องตัดถนนใหม่ให้โครงข่ายเกิดการเชื่อมโยง”

เช่น ถนนหมายเลข 8 ที่เปิดใช้แล้ว ซึ่งเชื่อมศูนย์ราชการ-ถนนกำแพงเพชร 6 (ส่วนขยายสู่ถนนวิภาวดีรังสิต เปิดให้บริการต้นปี 2563) ถนนหมายเลข 10 แนวเส้นทางจะตัดผ่านการประปานครหลวงกับถนนประชาชื่น ตามแผนจะขยายจาก 2 เป็น 4 ช่องจราจร และถนนหมายเลข 11 เป็นเส้นทางขยายช่องทางถนนประชาชื่น

นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้า 2 สาย คือ สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี และสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต มาลงศูนย์ราชการ ณ สถานีหลักสี่ จะเปิดบริการเดือนมกราคม 2564 พร้อมทางเดิน (skywalk) หลักสี่-โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่ผนวกไว้ในแผนการลงทุนด้วย ทั้งหมดจะสร้างเสร็จปี 2566 โดยมีโครงข่ายเชื่อมสู่สถานีกลางบางซื่อ (หัวลำโพง 2)

“ศูนย์ราชการถือเป็นผลงานชิ้นเอก เป็นต้นแบบของอาคารที่ได้รับรางวัลระดับโลก เช่น รางวัลจากสภาอาคารยั่งยืน (DGNB) จากเยอรมนี โดยเฉพาะโซน C ธพส.ได้ถอดบทเรียนของอาคาร A และ B เพื่อทำโซนใหม่ให้ดีที่สุด”

ทั้งในแง่การเป็นศูนย์ราชการที่ครบวงจร ใช้ประโยชน์หลากหลาย แก้ปัญหารถติด และมองไปถึงเรื่อง public health โดยสร้างสวนสาธารณะให้ทุกคนเข้าถึงได้

ดร.นาฬิกอติภัคกล่าวอีกว่า ธพส.ไม่เพียงแต่พัฒนาศูนย์ราชการเท่านั้น แต่เราต้องการปรับโฉมทำเลให้กับถนนแจ้งวัฒนะด้วย เชื่อว่าอนาคตอันใกล้จะมีเอกชนเข้ามาลงทุนในรูปของ community base สร้างเป็นเมืองอัจฉริยะ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ธพส.ได้หารือกับหน่วยงานในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด กองบัญชาการกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม และกรมการกงสุล เพื่อร่วมกันพัฒนาและต่อยอดให้ศูนย์มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

“เราเปิดกว้างให้เอกชนเข้ามาขอสัมปทานเดินรถเมล์จากหลักสี่-ศูนย์ราชการ ปัจจุบันมีเอกชนให้บริการรถไฟฟ้าขนาดเล็กวิ่งรับ-ส่งอยู่แล้ว พร้อมกับสร้างอาคารที่จอดรถอีก 4,000 คัน และให้เอกชนติดตั้้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ด้วย ล่าสุด บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA แสดงความสนใจมาแล้ว”

เอกชนชี้มาถูกทาง

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันบริเวณศูนย์ราชการฯมีศักยภาพสูงอยู่แล้ว เนื่องจากใกล้อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล รวมถึงศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จึงควรใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาอาคารสำนักงานเดิมที่ใช้อยู่ให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่าอาคารโซนซี อนาคตจะมีสถานีรถไฟฟ้าตรงบริเวณหลักสี่เป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต และสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ในมุมมองของภาคอสังหาริมทรัพย์ เพราะจะทำให้เกิดแหล่งงานและแหล่งอยู่อาศัยมากขึ้น

“การพัฒนาศูนย์ราชการฯครั้งนี้จึงมีโอกาสสูงที่โซนแจ้งวัฒนะ-วิภาวดีฯจะกลายเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจหรือซีบีดีของกรุงเทพฯตอนเหนือ ทำให้เหมาะกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ทั้งคอมมิวนิตี้มอลล์ ออฟฟิศ อพาร์ตเมนต์ โรงแรม โดยเฉพาะการทำศูนย์การประชุมแห่งใหม่ที่สามารถเดินทางได้ง่ายกว่าในอนาคต”

คอนโดฯพรึ่บรอบศูนย์

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจทำเลรอบศูนย์ราชการพบว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ได้พัฒนาโครงการจำนวนมากและยอดขายเป็นไปด้วยดี ในระดับราคา 1-3 ล้านบาท โดยเฉพาะถนนแจ้งวัฒนะทั้ง 2 ฝั่ง (กำลังสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู) อาทิ ค่ายแลนด์ฯผุดคอนโดฯ เดอะ คีย์, แสนสิริ เปิดคอนโดฯไฮไรส์ เดอะ เบส แจ้งวัฒนะ 24 ชั้น 1,231 ยูนิต บนที่ดิน 6 ไร่ ศุภาลัยเปิด 2 คอนโดฯใกล้กัน ทั้งศุภาลัย ลอฟท์ แจ้งวัฒนะ 27 ชั้น 414 ยูนิต พื้นที่ 2 ไร่ และศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท แจ้งวัฒนะ 24 ชั้น 758 ยูนิต พื้นที่ 5 ไร่ โนเบิลฯเปิดคอนโดฯ นิว โนเบิล แจ้งวัฒนะ 31 ชั้น 813 ยูนิต พื้นที่ 3 ไร่ เสนาฯเปิดคอนโดฯ นิช โมโน แจ้งวัฒนะ 35 ชั้น 921 ยูนิต ขนาด 3 ไร่

ส่วนทำเลหลักสี่-วิภาวดีฯ ค่ายพฤกษาฯ ขึ้นโครงการพลัม คอนโด 3 เฟส พื้นที่ 26 ไร่ รวม 2,956 ยูนิต แอสเซทไวส์เปิดโมดิซ อินเตอร์เชนจ์ คอนโดฯ 8 ชั้น 217 ยูนิต ราคา 2-3 ล้านบาท

ขณะที่ค่ายเอพี (ไทยแลนด์) สร้างความแตกต่างผุดบ้านกลางเมือง ราคา 6-8 ล้านบาท พื้นที่ 19 ไร่ 207 ยูนิต

ปตท.รอผุดมิกซ์ยูส

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.อยู่ระหว่างออกแบบโครงการพัฒนาที่ดิน 70 ไร่ ติดสถานีทุ่งสองห้อง แนวรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต จะพัฒนาเป็นมิกซ์ยูสมูลค่า 20,000 ล้านบาท มีทั้งอาคารชุด สำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม อยู่ในโครงการเดียวกัน จะเห็นความชัดเจนและเริ่มพัฒนาได้หลังปี 2564 ระยะแรกจะสร้างอาคารสำนักงานของ ปตท.ที่จะขยายมาจากสำนักงานใหญ่ย่านบางซื่อ

“ที่ดินแปลงนี้มีศักยภาพ จะพัฒนาก่อน 2 แสนตารางเมตร จาก 4 แสนตารางเมตร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...