โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มเมียนมา มาหาแฟนที่ยโสธร แต่ถูกทิ้ง ไม่มีใครกล้าใกล้ ขอข้าวตร.กิน

Khaosod

อัพเดต 06 ม.ค. 2564 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2564 เวลา 10.12 น.

หนุ่มเมียนมา เดินทางจากกรุงเทพมาหาแฟนที่ ยโสธร แต่ถูกทิ้งกลางทาง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เร่ร่อนไปไร้จุดหมาย อดอยากทนไม่ไหว ขอข้าวตร.กิน

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

วันที่ 6 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงยโสธร ว่าพบชายชาวเมียนมาเดินเข้ามาหาเพื่อขอข้าวกิน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดหาอาหารให้รับประทาน และขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ เพราะหวั่นว่าอาจมีเชื้อ โควิด-19 ติดตัว

โดยเจ้าหน้าตำรวจที่ได้ประสาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สวมชุด PPE เข้าตรวจสอบ

จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารประจำตัวใด ๆ เมื่อสอบถามเบื้องต้นหนุ่มเมียนมาที่พอพูดภาษาไทยได้ กล่าวว่า ตนชื่อ โซ่ อายุ 46 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างทำงานก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพมหานคร

ตนเดินทางมา ยโสธร เมื่อวัยนที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา กับรถยนต์ไม่ทราบชนิดและยี่ห้อ เพื่อมาหาภรรยาที่อยู่ที่นี่ เมื่อมาถึงถนนเลี่ยงเมืองยโสธร คนขับได้บอกให้ลงจากรถทันที จากนั้นตนไม่ทราบว่าจะไปไหนต่อ จึงได้แต่เดินวกไปวนมาอยู่บริเวณถนนเลี่ยงเมืองยโสธร พอค่ำมืดก็จะอาศัยหลับนอนตามเพิงที่พักริมถนน

กระทั่งเช้าวันนี้ ตนได้เดินไปตามริมถนนเลี่ยงเมืองไปเรื่อย ๆ และรู้สึกหิวข้าวมาก จึงเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่ประจำอยู่ตู้ยาม แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เนื่องจากกลัวติด โควิด-19 จากนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดยโสธรได้ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ไม่พบว่าเป็นไข้แต่อย่างใด จึงได้เก็บตัวอย่างกลับไปตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 ในห้องแล็บ พร้อมนำตัวชายชาวเมียนมารายนี้ไปกักตัวในสถานที่กักตัวที่ทางจังหวัดจัดไว้ให้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...