โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

IP ผนึก มอ. ลุย R&D “กระท่อม” ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพครบวงจรมาตรฐานสากล

Wealthy Thai

อัพเดต 08 ส.ค. 2566 เวลา 23.43 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 16.03 น.

IP ลงนาม MOU ม.สงขลานครินทร์ ลุยวิจัยและพัฒนา “กระท่อม” ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพครบวงจร “เวชภัณฑ์-โภชนบำบัด-อาหารเสริม-เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ” มาตรฐานระดับสากล ขยายฐานการเติบโตแข็งแกร่งดันรายได้แตะ 2,500 ล้านบาทภายในปี 2568 ตามเป้า ขานรับยุทธศาสตร์ชาติผลักดันประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านการแพทย์และสุขภาพ
ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคน และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทฯได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) โดยมี ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นผู้ลงนาม เพื่อร่วมวิจัยและพัฒนากระท่อม และสารสกัดจากกระท่อม เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพครบวงจรมาตรฐานระดับสากล อาทิ เวชภัณฑ์, โภชนบำบัด, อาหารเสริม และเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ เป็นต้น ขยายฐานต่อจิ๊กซอว์การเติบโตแข็งแกร่งผลักดันรายได้แตะระดับ 2,500 ล้านบาท ภายในปี 2568 ตามแผนที่วางไว้
“โครงการความร่วมมือครั้งนี้ ส่วนหนึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุน งานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ซึ่งนับเป็นอีกก้าวย่างสำคัญของการเดินหน้าสู่บริษัทชั้นนำในการวิจัยพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพแบบครบวงจรมาตรฐานโลก ผลักดันแบรนด์ INTERPHARMA ให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ยกระดับการเติบโตสู่บริษัทชั้นนำระดับสากลรายได้เติบโตแตะ 2,500 ล้านบาทในปี 2568 ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” ดร.ตฤณวรรธ์ กล่าว
ด้าน ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อนวัตกรรมและสังคม เป็นกลไกหลักในการพัฒนางานวิจัยภาคใต้และประเทศ ซึ่งความร่วมมือกับบมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา ครั้งนี้ นับเป็นโอกาสที่ดีในการผลักดันงานวิชาการและงานวิจัย สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน มีประโยชน์ในวงกว้าง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายด้านการเกษตรการแพทย์ โดยใช้เทคโนโลยีทางชีววิทยาศาสตร์ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ที่ต้องการให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านการแพทย์และสุขภาพ
“นับเป็นโอกาสอันดีและยินดีที่บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา ได้ร่วมสนับสนุนงานด้านวิชาการและงานวิจัย รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ได้จริงและเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมาก ภายใต้ข้อตกลงร่วมการใน MOU ฉบับนี้” ผศ.ดร.นิวัติ กล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ล่าสุดเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทศฉบับที่ 8 พ.ศ. 2564 โดยระบุถึงเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ โดยที่ปัจจุบันพืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพระรชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 แต่ในหลายประเทศมิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษประกอบกับอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 และพิธีสาร แก้ไขอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1972 มิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ
ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากลและบริบทของสังคมไทยในบางพื้นที่ที่มีการบริโภคพืชกระท่อมตามวิถีชาวบ้าน สมควรยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...