โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นั่งไทม์แมชชีนย้อนดู 7 เรื่องจริง ของ ‘โดราเอมอน’ ที่คุณอาจไม่เคยรู้

becommon.co

อัพเดต 08 พ.ย. 2562 เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2562 เวลา 09.13 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple

โดราเอมอนเป็นหุ่นยนต์แมวสีฟ้าตัวกลมที่ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกที่บ้านของโนบิตะในปี 1969 ด้วยปลายปากกาของนามปากกา ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ

บางคนรู้จักโดราเอมอนผ่านการ์ตูนช่องขาวดำบนบนแผ่นกระดาษ บางคนเพลิดเพลินกับโดราเอมอนผ่านโทรทัศน์จอสีทุกเช้าสุดสัปดาห์ เมื่อเดินทางผ่านเวลามาอย่างยาวนานทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ได้ทิ้งร่องรอยที่น่าสนใจไว้มากมาย

             เรามานั่งไทม์แมชชีนย้อนไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง 

1.กำเนิดโดราเอมอน 6 เวอร์ชั่น

ในปี 1950 – 1960 เป็นช่วงที่การ์ตูนญี่ปุ่นในนิตยสารเติบโตเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสื่อบันเทิงเดียวสำหรับเด็กๆ ในยุคนั้น

โดราเอมอนเป็นการ์ตูนเรื่องใหม่ที่ถูกตีพิมพ์ในเดือนธันวาคม 1969 ในนิตยสารเด็กทั้งหมด 6 เล่ม ได้แก่ Yoiko นิตยสารเด็กเล็ก, Yochien นิตยสารเด็กอนุบาล และนิตยสารเด็กประถมฯ ปีที่ 1, 2, 3 และ 4

Sogakukan นิตยสารสำหรับเด็กประถม (Photo : https://www.etsy.com)

ความพิเศษของการตีพิมพ์ในนิตยสารทั้ง 6 เล่มคือ แต่ละเล่มจะมีเนื้อเรื่องที่แตกต่างกัน ทำให้จุดกำเนิดของโดราเอมอนมีทั้งหมดถึง 6 แบบ เพราะผู้เขียนต้องออกแบบเรื่องราวให้เข้ากับเด็กแต่ละวัยรวมถึงสรีระของตัวละครก็จะแตกต่างกันไปด้วย จะสังเกตเห็นได้ว่าโนบิตะในเล่มของเด็กอนุบาลจะตัวเล็กกว่าในฉบับประถมฯ

กำเนิดโดราเอมอน ฉบับภาษาไทย (Photo : เพจ Thailandclassictoyandgame)

หรือหลายคนอาจคุ้นชินกับโดราเอมอนที่มาจากอนาคตเพื่อมาช่วยให้โนบิตะไม่ต้องแต่งงานกับไจโกะ นั่นเป็นกำเนิดโดราเอมอนฉบับป.4 ที่เราจะคุ้นชินเป็นพิเศษเนื่องจากสำนักพิมพ์ The Nation ได้ซื้อลิขสิทธิ์ของฉบับนี้มาแปลในบ้านเรานั่นเอง 

ขณะที่โดราเอมอนสำหรับเด็กอนุบาล จะโผล่มาจากลิ้นชักเพื่อมาช่วยโนบิตะ เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่รู้จักการแต่งงาน

2.ก่อนจะเป็นผู้ช่วยคนเก่ง โดราเอมอนเคยเป็นหุ่นยนต์ป้ำๆ เป๋อๆ 

ในช่วงแรกๆ ของการ์ตูนเรื่องนี้ โดราเอมอนยังไม่ถือว่าเป็นผู้ช่วยที่ดีของโนบิตะมากนัก อาจเรียกได้ว่าเป็นตัวละครที่เข้ามาป่วนให้เรื่องราวมีความสนุกสนานมากขึ้น

โดราเมอนตอนพิเศษ (Photo : เพจ Thailandclassictoyandgame)

ลักษณะกวนๆ ของโดราเอมอนมีความคล้ายคลึงกับ ‘ผีน้อยคิวทาโร่’ ซึ่งเป็นการ์ตูนที่โด่งดังในญี่ปุ่นยุคนั้น ผีน้อยจะเข้ามาเป็นเพื่อนของตัวเอก และบางครั้งก็สร้างความปั่นป่วนให้กับคนอื่นๆ

ผีน้อยคิวทาโร่ ฉบับภาษาไทย (Photo :http://toriyama2000.blogspot.com)

ภายหลังเมื่อโดราเอมอนได้รับความนิยมจากเด็กๆ ทำให้เหล่าผู้ปกครองไว้วางใจตัวละครนี้ให้เป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งของลูกๆ ผู้เขียนต้องรับผิดชอบกับคนอ่านมากขึ้น โดยการปรับให้โดราเอมอนมีความเป็นผู้ใหญ่และเป็นเพื่อนผู้คอยตักเตือนโนบิตะอยู่เสมอ 

 

3.เดิมที ‘โดรามิ’ เป็นแฟนของโดราเอมอน

ก่อนที่พวกเราจะรู้จักโดรามิในนามน้องสาวของโดราเอมอน เธอถูกวางบทบาทให้เป็นแฟนของโดราเอมอนมาก่อน โดรามิปรากฏตัวครั้งแรกในบททิ้งท้ายของการ์ตูนตอนหนึ่ง และเผยให้เห็นโดราเอมอนมีท่าทีเคอะเขินเหมือนกำลังตกหลุมรัก

หลังจากนั้นก็ได้มีการปรับเปลี่ยนพล็อตเรื่องให้โดรามิกลายเป็นน้องสาวของโดราเอมอน และเนื่องจากโดรามิมีความสัมพันธ์เชิงครอบครัวกับโดราเอมอน ทำให้เธอเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญที่ยังคงอยู่ในการ์ตูนเรื่องนี้ตลอดมา 

โนระเมียกโกะ (Photo : https://karitur.blogspot.com)

ส่วนแฟนของโดราเอมอนตัวจริงนั้น มีชื่อว่า โนะระเมียกโกะ (Noramyako) เป็นแมวตัวกลมสีชมพูหน้าตาคล้ายคลึงกับโดรามิ ซึ่งภายหลังได้ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์มาเป็นแมวสาวรูปร่างสูงชะลูดแทน

โนระเมียกโกะในอีกเวอร์ชั่น (Photo : https://www.gsbgen.com/smartgen/48283)

 

4.โลกคู่ขนานของโนบิตะและผองเพื่อน

โนบิตะและโนบิทาโร่ (Photo : https://forums.voz.vn/showthread.php?t=7634129&page=64)

เนื่องจากโดรามิได้รับความนิยมเช่นเดียวกับโดราเอมอน จึงทำให้ภายหลังมีมังงะที่เป็นเรื่องราวของโดรามิเอง โดยตัวละครทุกตัวในเรื่องมีหน้าตาเหมือนกับตัวละครในเรื่องโดราเอมอนทุกประการ เพียงแต่มีชื่อและนิสัยที่เปลี่ยนไป 

โดรามิได้รับภารกิจให้ช่วยเหลือเด็กชายคนหนึ่ง ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของโนบิตะชื่อ โนบิทาโร่ แม้จะมีหน้าตาเหมือนกันทุกประการแต่โนบิทาโร่ เป็นเด็กที่ฉลาด ทั้งยังแข้มแข็ง ไม่ขี้แงเหมือนโนบิตะ ส่งผลให้เนื้อเรื่องเป็นแนวให้ความรู้ ท่องเที่ยว วิชาการ มีความจริงจังมากกว่าเรื่องโดราเอมอน

 

5.บางสิ่งที่หายไปอย่างลึกลับ 

กาชาโกะ (Photo : https://twitter.com/boopmania)

การ์ตูนเรื่องนี้มีบางตัวละครหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เช่น กาชาโกะ หุ่นยนต์เป็ดจอมกวนที่มาจากโลกอนาคต แรกเริ่มเดิมทีกาชาโกะเป็นคู่แข่งคนสำคัญของโดราเอมอน โดยมีภารกิจสำคัญเพื่อมาช่วยเหลือโนบิตะเช่นกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปตัวละครนี้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย

กาชาโกะ (https://premium-goma.com/doraemon-gatyako)

นอกจากตัวละครที่หายไปแล้ว ห้องลับบนบ้านของโนบิตะ ก็ยังหายสาบสูญไปอีกด้วย ในอดีตบนชั้นสองของบ้านโนบิตะ มีอีกหนึ่งห้องซึ่งว่ากันว่าเป็นห้องนอนของคุณยาย แต่ปัจจุบันเมื่อมีการเผยแพร่ภาพแปลนบ้านของโนบิตะฉบับใหม่ ก็ไม่มีห้องลับห้องนั้นอีกต่อไป บนชั้นสองของบ้านจึงเหลือเพียงห้องของโนบิตะเพียงคนเดียว

บ้านของโนบิตะจากภาพยนตร์เรื่อง Stand by Me (Photo : https://wyh79jp.blogspot.com/)
บ้านของโนบิตะ (http://www.naibann.com/blog/nobita-house-plan)

 

6.ความลับในชื่อของตัวละคร

ในเรื่องมีการเล่นคำอยู่หลายจุดไม่ว่าจะเป็นชื่อของเหล่าของวิเศษจากกระเป๋า หรือชื่อเรียกสิ่งของต่างๆ แม้แต่ในชื่อตัวละครแต่ละตัวนั้นก็แฝงความหมายที่สื่อนิสัยของพวกเขาเช่นกัน 

(Photo :http://www.desktopwallpapers4.me)

โดราเอมอน :โดระ (どら) ที่หมายถึง ‘จรจัด’ ส่วนคำว่า เอมอน (えもん) เป็นคำที่ใช้ตามหลังเพื่อแสดงความเป็นผู้ชาย โดราเอมอนจึงหมายถึง ‘แมวจรจัดตัวผู้’ 

โนบิตะ :ในชื่อนี้มีคำว่า ‘โนบิโนบิ’ (のびのび) หมายถึง ชักช้าและยืดยาด ซึ่งตรงกับนิสัยของโนบิตะที่เป็นเด็กขี้เกียจและชอบนอนกลางวันเป็นชีวิตจิตใจ   

ซึเนะโอะ :ชื่อของซึเนะโอะ มาจากคำว่า ซึเนะรุ (拗ねる) หมายถึง ขี้งอน เราจึงเห็นได้บ่อยๆ ว่าซึเนโอะนั้นค่อนข้างเอาแต่ใจและงอนเพื่อนๆ อยู่เสมอ 

ชิสุกะ :ชื่อของเธอมีความหมายตรงกับคำว่า ชิสุกะ ( 静か) ซึ่งหมายถึง เงียบสงบ ชิสุกะจึงเป็นตัวแทนของเด็กผู้หญิงเรียบร้อย และเป็นที่ชื่นชอบของเด็กคนอื่นๆ 

เดะคิสุงิ :เด็กชายผู้ฉลาดหลักแหลมทั้งยังมีหน้าตราหล่อเหลา เขามักจะทำอะไรได้ดีไปหมดเสียทุกอย่าง ด้วยเหตุนี้จึงมีชื่อว่า เดะคิสุงิ (出来過ぎ) ซึ่งมีความหมายว่า ดีเกินไป 

ไจแอนท์ :ชื่อของไจแอนท์นั้นตรงกับรูปลักษณ์ที่เป็นเด็กตัวสูงใหญ่

 

7.‘ไดโนเสาร์ของโนบิตะ’ 

อนิเมชั่นที่ปฏิวัติวงการภาพยนตร์ของญี่ปุ่นไปตลอดกาล

เมื่อโดราเอมอนได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากหนังสือการ์ตูน ทำให้มีการเผยแพร่ฉบับพิเศษออกมาชื่อว่า ‘ไดโนเสาร์ของโนบิตะ’ และได้นำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องยาว เข้าฉายในปี 1980

โดราเอมอนกับไดโนเสาร์ของโนบิตะ 1980 (Photo : https://doraemon.fandom.com)

ในปีนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนได้สร้างวัฒนธรรมการดูหนังฉบับใหม่ขึ้นมาและส่งผลให้วงการภาพยนตร์ของญี่ปุ่นเปลี่ยนไปตลอดกาล 

ที่ประเทศญี่ปุ่น มีภาพยนตร์อนิเมชันเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างน้อยปีละเรื่อง และจะเป็นช่วงที่เหล่าคุณพ่อคุณแม่จะพาเด็กๆ ไปดูหนังด้วยกัน จนถือเป็นกิจกรรมประจำหน้าร้อนของหลายๆ ครอบครัวไปแล้ว

ภาพยนตร์อนิเมชั่นนั้นทำรายได้สูงในญี่ปุ่นเสมอมา แม้แต่ภาพยนตร์ดังระดับโลกที่เข้าฉายพร้อมกัน ก็ยังไม่สามารถทำรายได้เท่ากับอนิเมชั่น เช่น ปรากฏการณ์ในต้นปีที่ผ่านมาของ ภาพยนตร์เรื่อง Avengers Endgame ที่เกือบจะทำรายได้สูงสุดในโลก ก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับ Detective Conan: The Fist of Blue Sapphire ที่เข้าฉายในเดือนเดียวกัน

ตั้งแต่วันแรกที่โดราเอมอนโผล่ออกมาจากลิ้นชักในบ้านของโนบิตะจนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว แมวสีฟ้าตัวนี้ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนของโนบิตะเพียงคนเดียว แต่ยังเป็นเพื่อนของเด็กๆ หลายคนทั่วโลกอีกด้วย 

 

หมายเหตุ : เรียบเรียงจากการบรรยายเรื่อง ‘50 ปี โดราเอมอน : เรื่องเล่า การเล่นคำ และภาพของญี่ปุ่นจากการ์ตูนโดราเอมอน’ โดย ผศ.ดร.อัษฎายุทธ ชูศรี อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ Japan Foudation วันที่ 12 ตุลาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...