โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัยรุ่น 6 คนติดเกาะ สาเหตุเกิดมาจากเรือที่ขโมยมาหลงทางในพายุ

Tidhoo - ติดหู

เผยแพร่ 03 เม.ย. 2564 เวลา 05.00 น. • Tidhoo

เรื่องราวของ วัยรุ่น 6 คนติดเกาะ สาเหตุเกิดมาจาก การที่พวกเขาไปขโมยเรือเพื่อออกเดินทางไปในทะเล แต่ดันหลงทางในพายุ ติดอยู่ในเกาะร้าง จากนั้นก็อยู่อาศัยจนกลายเป็นส่วนหนึ่งกับเกาะแปซิฟิกใต้

ในปี 1966 มีการค้นพบกลุ่มวัยรุ่น 6 คน อาศัยอยู่บนเกาะ Ata ของตองกา ซึ่งนักผจญภัยชาวออสเตรเลีย ปีเตอร์ วอร์เนอร์ (Peter Warner) คือคนที่พบกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 6 คน โดยต่อมา ปีเตอร์ ต้องตกใจเมื่อรู้ว่า พวกเขาหายตัวไปเมื่อ 15 เดือนก่อนหน้านี้

ตามที่กลุ่มวัยรุ่นอธิบาย พวกเขานำเรือประมงออกจากท่าเรือที่ นูกูอาโลฟา ไปทางทิศใต้ 160 กิโลเมตร เพื่อผจญภัยอันสุดเหวี่ยง ซึ่งเดินทางได้ไม่นาน เรือก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพายุ พวกเขาลอยอยู่โดยไม่มีน้ำหรืออาหารเป็นเวลา 8 วัน ก่อนที่จะขึ้นชายฝั่ง Ata ในที่สุด พวกเขาสร้างกระท่อมและกองไฟที่นั่นและรอดชีวิตมาได้ด้วยอาหารประเภท ปลา, กล้วย, มะละกอ

หลังจากเป็นข่าวใหญ่ นักข่าวก็แห่เดินทางเพื่อไปสัมภาษณ์กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 6 ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประสบการณ์อันเลวร้ายมากนัก แต่ล่าสุด Sione Filipe Totau ชายวัย 74 ปีหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Mano หนึ่งในหกของวัยรุ่นที่ติดเกาะในตอนนั้น ได้ออกมาพูดถึงประสบการณ์ของเขาเมื่ออายุ 19 ปีบนเกาะ Ata โดยเล่าว่า

“ย้อนไปก่อนเกิดเรื่อง เพื่อนคนหนึ่งในโรงเรียนบอกผมว่า “เราจะไปฟิจิ นายอยากไปไหม” แน่นอนฟังแล้วดูเหมือนเป็นการชวนกันเที่ยวทั่วไป แต่แท้จริงแล้วนี่หมายถึงการชวนไปขโมยเรือแบบสุดบ้านั่นเอง และแน่นอนผมตอบว่า “โอเค” ซึ่งหลังเลิกเรียนในวันนั้น เราเดินลงไปตามชายหาดและมองไปที่เรือ มีชายคนหนึ่งจอดเรือในบริเวณเดียวกันทุกวันเวลาประมาณหกหรือเจ็ดโมงเย็น และแน่นอน เราขโมยเรือลำนั้นอย่างง่ายดาย

“บนเรือมีพวกเราหกคนอายุระหว่าง 15 ถึง 19 ปี เพื่อนคนหนึ่งมีพ่อเป็นกะลาสีเรือ เราเลยมีคนขับเรือที่พอไว้ใจได้ แต่สิ่งดี ๆ มักอยู่กับเราไม่นาน เรามองไม่เห็นแสงไฟจากนูกูซาโลฟา ลมเริ่มพัดแรงขึ้นและคลื่นก็สูงขึ้น มีพายุเข้ามาและเราเสียใบเรือไป

“วันรุ่งขึ้นฝนตกเล็กน้อย เราล่องลอยอยู่กลางมหาสมุทรโดยไม่มีเรือใบ ไม่มีอาหารเลย เด็กผู้ชายบางคนเริ่มร้องไห้ แต่เราทำอะไรไม่ได้ และพยายามรักษาความหวังเล็ก ๆ ไว้ แต่ผมก็กังวลว่าเราอาจตายอยู่ดี

“เราลอยอยู่ในทะเลเป็นเวลา 8 วัน เร่มเห็นเกาะ Ata อยู่ไกล ๆ ในช่วง 9 โมงเช้า เราปล่อยให้คลื่นซัดเราเข้าฝั่งไปเรื่อย ๆ จนถึงชายฝั่งในช่วง 5 ทุ่ม ภูเขาไฟบนเกาะค่อนข้างสูงและเราไปถึงที่นั่นในความมืด เรากล่าวอธิษฐานและหวังว่า อย่าให้มีอะไรเลวร้ายอยู่ภายในเกาะนั้นเลย

“ผมกระโดดลงจากเรือและว่ายน้ำผ่านคลื่น เมื่อผมไปถึงฝั่งก็เห็นทั้งเกาะกำลังหมุนไปมา เพราะขาดอาหารมา 8 วัน หลังจากขึ้นฝั่งสำเร็จ พวกเราก็กล่าวคำอธิษฐานและกอดกันร้องไห้

“พวกเราลงทะเลไปหาหอย หามะละกอและมะพร้าวบางส่วน จนไปถึงการก่อกองไฟด้วยการถูไม้จนสามารถติดไฟได้ พวกเราได้กินอาหารสุกมื้อแรกในรอบสามเดือน ผมอยู่ด้วยความหวังว่า พรุ่งนี้จะมีอะไรดี ๆ เข้ามา พวกเราอยู่ที่นั่น 15 เดือน แต่สำหรับผม มันนานแสนนานยิ่งกว่านั้น

“และในที่สุด พวกเราก็เห็นเรือเข้ามาใกล้เกาะมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเพื่อนในกลุ่ม (สตีเฟน) เห็น เขาจึงกระโดดลงทะเลและว่ายน้ำไปที่เรือ กัปตันวอร์เนอร์ (คนขับเรือดังกล่าว) เล่าเหตุการณ์ตอนที่ได้ค้นพบวัยรุ่นทั้ง 6 คนว่า “ผมได้ยินเสียงมนุษย์แต่ตอนนั้นคิดว่ามันเป็นนก” แต่จู่ ๆ สตีเฟน ก็ว่ายน้ำมาโผล่ข้างเรือ

“เมื่อผมนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่พวกเราอยู่บนเกาะ ผมได้เรียนรู้วิธีที่จะเชื่อใจตัวเอง ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นใคร ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นสีอะไรเชื้อชาติอะไร เพราะหากคุณประสบปัญหาจริงในที่สุดคุณก็จะเห็นสิ่งที่คุณต้องทำเพื่อความอยู่รอด” Sione Filipe Totau กล่าวปิดท้าย

ที่มา : vice

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...