กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร? เงินกองทุนสํารองเลี้ยงชีพยื่นภาษีอย่างไร?
การออมเงินนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับเราทุกคน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่อาจจะไม่ได้มีรายได้มากเท่าไรนัก ยิ่งควรจะวางแผนการออมให้ดี ซึ่งหนึ่งในวิธีการออมที่ทำได้ง่ายๆ แถมยังทำให้เงินออกดอกออกผล ก็คือการออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่หลายๆ คนก็อาจจะยังไม่เข้าใจว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร? และเงินกองทุนสํารองเลี้ยงชีพยื่นภาษีอย่างไร? ยุ่งยากหรือไม่? ในบทความนี้เราได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้คุณศึกษากันแล้ว!
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร?
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นแปลตรงตัวง่ายๆ เลยก็คือกองทุนที่นายจ้าง และลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นมาด้วยความสมัครใจ และจะมีการออมเงินไว้ทุกเดือนเพื่อนำไปใช้จ่ายยามเกษียณในอนาคต ซึ่งในกฎหมายนั้นระบุไว้ว่าเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นจะมีการกำหนดให้สะสมตั้งแต่ 2-15% ของเงินเดือน นอกจากนี้นายจ้างก็จะมีการสมทบเงินสะสมให้อีกด้วย
ซึ่งวิธีการสมทบก็คือคุณอาจสามารถเลือกได้แบบ 3%, 5%, 10% หรือ 15% และหากคุณออม 15% นายจ้างก็จะสมทบให้คุณอีก 15% ดังนั้นการออมในจำนวนสูงสุดก็เป็นสิ่งที่แนะนำอย่างมาก
นอกจากนี้เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ยังมีข้อดีอยู่ที่เงินจะไม่ได้อยู่นิ่งๆ ในบัญชีเท่านั้น แต่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนก็จะนำเงินไปลงทุนในตราสารทางการเงินต่างๆ ซึ่งเมื่อได้ดอกผลมา ก็จะมีการนำมาเฉลี่ยให้กับทุกคนนั่นเอง อย่างไรก็ตามเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องยื่นภาษีด้วยเช่นกัน
เงินกองทุนสํารองเลี้ยงชีพยื่นภาษีอย่างไร?
หากอายุงานน้อยกว่า 5 และมีการลาออกจากกองทุน แต่ไม่ได้ลาออกจากงาน เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ต้องยื่นภาษีด้วยเช่นกัน ซึ่งจะต้องนำเงินที่ได้มารวมเป็นเงินได้เพื่อทำการคำนวณภาษีนั่นเอง
กรณีอายุงาน 5 ปีขึ้น แต่อายุไม่เกิน 55 คุณสามารถเลือกได้ว่าจะนำไปเงินไปคำนวณรวมกับเงินได้ทั้งปี หรือแยกคำนวณต่างหาก ซึ่งหากเป็นการแยกคำนวณ ก็จะสามารถนำรายได้ไปหักค่าใช้จ่ายแบบพิเศษได้ถึง 7,000 บาท ต่ออายุงาน 1 และสามารถหักส่วนที่เหลือได้ออกครึ่งหนึ่งเพื่อนำไปรวมเป็นรายได้สิทธิ
ถึงแม้ว่าเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ต้องยื่นภาษีแต่เมื่อเทียบกับดอกผลที่จะได้มาแล้ว ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจอย่างมาก แถมยังความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนประเภทอื่นๆ อีกด้วย นอกจากนี้เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ยื่นภาษีได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ตามที่เราได้แนะนำไปข้างต้น จึงเหมาะอย่างมากกับพนักงานออฟฟิศที่กำลังหาวิธีการออมเงินที่สามารถทำได้จริง และทำได้ง่ายๆ หรือหากใครอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติม ก็แนะนำว่าให้สอบถามฝ่ายบุคคลของบริษัทก็จะได้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุดนั่นเอง