โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

6 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับแอร์ โดยช่างแอร์ในตำนาน

Mango Zero

เผยแพร่ 03 เม.ย. 2562 เวลา 06.57 น. • Mango Zero

 

เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้วแบบนี้ ทุกคนคงมีกิจกรรมคลายร้อนที่เตรียมเอามาใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นออกไปทะเล บินไปเที่ยวประเทศที่ยังหนาวอยู่ แต่ด้วยความที่หน้าร้อนของไทยก็ไม่ใช่ช่วงเวลาสั้นๆ ไปเที่ยวกันถึงไหนต่อไหน สุดท้ายแล้วหลายคนก็คงหนีไม่พ้นกลับนอนตากแอร์ ดูทีวีอยู่บ้านหรอกใช่ไหมล่ะ

แน่นอนว่าเครื่องปรับอากาศเป็นไอเท็มที่แทบทุกบ้านจะต้องมีเพื่อสู้กับอากาศร้อนของประเทศไทยในช่วงนี้ (หรือจริงๆ ก็ร้อนทั้งปีนั่นแหละ!) วันนี้เราเลยมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศมาฝากกัน ทั้งสำหรับบ้านที่กำลังจะติดแอร์ใหม่ หรือกับบ้านที่ติดแอร์ไว้อยู่แล้ว เมื่อพร้อมแล้ว ไปพบกับผู้เชี่ยวชาญอย่างช่างแอร์ในตำนานกันเลยครับ!

ก่อนติดแอร์ เช็คค่า BTU ชัวร์หรือยัง?

สำหรับคนที่เตรียมจะติดแอร์ที่บ้าน อย่างแรกก็ต้องมาดูก่อนเลยว่าขนาดห้องของเรานั้นใหญ่ประมาณไหน เพราะแอร์แต่ละรุ่นก็จะมีประสิทธิภาพการทำงานได้ไม่เท่ากันเราเรียกว่าขนาดความสามารถการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ หรือค่า BTU นั่นเอง!

ถ้าค่า BTU สูงเกินไป จะทำให้ห้องมีความชื้นง่าย อยู่แล้วไม่สบายตัว ส่วนถ้า BTU ต่ำเกินไปก็จะทำให้แอร์ทำงานหนัก เปลืองพลังงาน แถมเสียเร็วด้วย ดังนั้นการดูค่า BTU ให้เหมาะสมกับขนาดห้องเลยสำคัญมากๆ

โดยทั่วไปค่า BTU ของแอร์จะเริ่มตั้งแต่ 9,000 ไปจนถึง 36,000 BTU แล้วแต่ขนาด ประเภท และตำแหน่งการรับแสงแดดของห้อง โดยทั่วไปจะใช้การคำนวณความกว้าง (เมตร) x ความยาว (เมตร) x ค่าตัวแปร โดยค่าตัวแปรจะขึ้นอยู่กับประเภทห้อง ดังนี้

  • 700 – 800 : สำหรับห้องนอน หรือห้องที่มีความร้อนน้อย (ห้องที่ไม่โดนแดดหรือโดนเล็กน้อย ฝ้าต่ำ หรือห้องที่ใช้แอร์ช่วงกลางคืน)
  • 800 – 900 : สำหรับห้องรับแขก หรือห้องที่มีความร้อนปานกลาง – มาก (ห้องที่โดนแดด อยู่ทิศตะวันตก หรือใช้แอร์ช่วงกลางวัน)
  • 900 – 1,000 : สำหรับห้องออกกำลังกาย ห้องทำงาน หรือห้องที่มีความร้อนมาก หรือฝ้าสูง(ห้องที่โดนแดด อยู่ทิศตะวันตก อยู่ชั้นบนสุด หรือใช้แอร์ช่วงกลางวัน)
  • 1,000 – 1,200 : สำหรับร้านค้า ร้านอาหารที่เปิดปิดประตูบ่อย ร้านทำผม หรือสำนักงานที่มีคนอยู่จำนวนมาก

ตัวอย่างการคำนวณ เช่น ห้องนอนขนาด 8 x 4 เมตร = 8 x 4 x 700 = 22,400 BTU นั่นเองจ้า

สูญเสียกันไปเท่าไหร่ กับคำว่าค่าไฟ

เครื่องปรับอากาศเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกคนก็รู้กันว่ากินไฟเป็นอันดับต้นๆ ของบ้าน แล้วเราเคยสงสัยกันไหมว่าในบิลค่าไฟเราจ่ายไปแต่ละเดือนๆ นั้น เมื่อหักลบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ แล้ว เราจ่ายค่าแอร์แต่ละเดือนไปเท่าไหร่ มาลองดูกันตรงนี้

  • แอร์ขนาด 9,000 BTU เปิดวันละ 8 ชั่วโมง ค่าไฟจะประมาณเดือนละ 700 บาท
  • แอร์ขนาด 12,000 BTU เปิดวันละ 8 ชั่วโมง ค่าไฟจะประมาณเดือนละ 900 บาท
  • แอร์ขนาด15,000 BTU เปิดวันละ 8 ชั่วโมง ค่าไฟจะประมาณเดือนละ 1,100 บาท
  • แอร์ขนาด 18,000 BTU เปิดวันละ 8 ชั่วโมง ค่าไฟจะประมาณเดือนละ 1,300 บาท
  • แอร์ขนาด 20,000 BTU เปิดวันละ 8 ชั่วโมง ค่าไฟจะประมาณเดือนละ 1,500 บาท
  • แอร์ขนาด 25,000 BTU เปิดวันละ 8 ชั่วโมง ค่าไฟจะประมาณเดือนละ 1,800 บาท

นี่เป็นการคำนวณโดยประมาณของแอร์ติดผนังรุ่นธรรมดาเท่านั้นนะ ส่วนถ้าเป็นแอร์รุ่นที่เป็น Inverter ก็ช่วยประหยัดไปได้อีกประมาณ 30-35% เลยทีเดียว

ฮวงจุ้ยดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ไม่ได้จะชวนมาดูดวงแต่อย่างใด เพียงแค่อยากจะบอกว่า ถ้าจะให้เย็นทั่วห้องไม่ว่าจะนั่งอยู่ตรงไหนก็อย่าลืม!! ว่าตำแหน่งติดแอร์เนี่ยก็สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เลยนะ โดยพื้นฐานทั่วไปของแอร์ติดผนังก็คือ ควรติดไว้ที่ริมด้านใดด้านหนึ่งของห้อง ในด้านแนวนอนหรือแนวตั้งของห้องก็ได้

คำเตือน

ห้าม!! ติดแอร์ไว้กลางห้องเด็ดขาด เพราะจะทำให้ลมไปไม่ทั่วทั้งห้อง

ไม่ควร!! ติดแอร์ไว้เหนือประตู เพราะการเปิด-ปิดห้องจะทำให้ความเย็นออกไปด้านนอก ถ้าห้องไม่เย็นก็ไม่ต้องสงสัยกันเลย

ไม่ควร!! ติดแอร์ไว้บนหัวเตียง เพราะจะทำให้เย็นเกินไปและนอนไม่สบายตัว

ไม่ควร!! ติดแอร์ให้ชิดฝ้าหรือเพดานห้องมากเกินไป

โหมดต่างๆ ที่เรายังไม่เคยลองใช้

เคยสังเกตพวกโหมดต่างๆ บนรีโมทแอร์กันไหมว่ามันคืออะไร แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง จริงๆ แล้วแต่ละโหมดถูกออกแบบมาให้เหมาะกับช่วงเวลาและคนใช้ด้วยนะ ช่วงไหนร้อนจัด ช่วงไหนอากาศเฉยๆ หรือช่วงไหนขี้เกียจจะคิด จะต้องเปิดโหมดไหน ไปดูกัน!

  • Cooling Mode : โหมดทำความเย็นสำหรับคนขี้ร้อน หรือโดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนมากๆ เราสามารถตั้งค่าได้ทั้งอุณภูมิและความเร็วของพัดลม และเมื่อแอร์ทำให้ห้องมีอุณหภูมิถึงจุดที่เราตั้งไว้แล้วก็จะหยุดทำงานไปครู่หนึ่ง(หรือที่เรียกกันว่าแอร์ตัดนั่นแหละ)
  • Dry Mode : ทำงานคล้ายๆ Cooling Mode เพียงแต่เพิ่มการลดความชื้นเข้ามา ถ้ามีอุปกรณ์ในบ้านที่ไม่อยากให้อยู่ใกล้ความชื้น ลองใช้โหมดนี้ดู
  • Fan Mode :  โหมดนี้สำหรับคนมีแฟน (ไม่ใช่!!)  เป็นโหมดพัดลมตรงตัวเลย ไม่ได้ช่วยให้ห้องเราเย็นฉ่ำเหมือน 3 โหมดแรก แต่จะช่วยให้อากาศในห้องถ่ายเทได้ดีขึ้นเหมือนเวลาเราเปิดพัดลมนั่นเอง ช่วยลดความชื้นสะสมและลดกลิ่นอับได้อีกด้วยนะ
  • Auto Mode : เป็นโหมดที่สลับการทำงานไปเรื่อยๆ ระหว่างโหมดทำความเย็น(Cooling Mode) และโหมดลดความชื้น(Dry Mode) โดยอัตโนมัติตามสภาพอากาศ ถ้าห้องเย็นเกินไป เครื่องจะสลับไปทำDry Mode พอความชื้นลดลงก็สลับไปทำCooling Mode แทน โดยปกติเราจะไม่ค่อยได้เปิดโหมดนี้กันเพราะว่าห้องจะไม่ค่อยเย็นนั่นเอง

ล้างแอร์เบื้องต้น ทำได้เองไม่ต้องเรียกช่าง

ใช้แอร์ไปนานๆ มันก็ต้องเริ่มมีสิ่งสกปรกเข้าไปสะสมอยู่บ้าง รู้กันไหมว่าเราสามารถทำความสะอาดแอร์เบื้องต้นได้เองโดยไม่ต้องโทรตามช่างให้เสียเวลา

  • เริ่มจากการเอาเบรคเกอร์ตัดไฟลงก่อน เพื่อให้ไฟหยุดเดิน จะได้ไม่ช็อต
  • ยกฝาครอบด้านหน้าออก เอาแผ่นกรองอากาศออกไปล้างโดยเปิดน้ำให้ไหลผ่านเบาๆ ถูด้วยมือหรือแปรงสีฟันแล้วนำไปผึ่งให้แห้ง
  • ดูดฝุ่นที่แผ่นคอยล์เย็นออก จากนั้นฉีดสเปรย์โฟมทำความสะอาดแอร์ทิ้งไว้สัก 20 – 30 นาที
  • เก็บแผ่นกรองอากาศเข้าที่ ปิดฝาครอบด้านหน้าให้เรียบร้อย
  • เปิดโหมดพัดลม 24 องศาเซลเซียสทิ้งไว้สักประมาณชั่วโมงนึง จากนั้นก็ใช้งานได้ตามปกติเลย

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เป็นแค่การทำความสะอาดเบื้องต้น ซึ่งเราทำสามารถได้แค่กำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกออกจากแผ่นกรองอากาศด้วยตัวเองในทุกๆ 2 สัปดาห์เท่านั้น แต่ถ้าเป็นขั้นตอนล้ำๆ อย่างการเติมน้ำยาแอร์ หรือล้างแอร์ทั้งระบบ แนะนำว่าโทรตามช่างเถอะ และเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด ควรเรียกช่างมาล้างแอร์ทุก 6 เดือนหรือปีละ 2 ครั้ง ไม่ต้องช่างแอร์ในตำนานก็เรียกได้นะ

แอร์ Inverter ไม่ได้ประหยัดไฟเท่ากันหมด

เรารู้กันอยู่แล้วแหละว่าแอร์ที่ทำงานด้วยระบบ Inverter จะช่วยประหยัดค่าไฟมากกว่าแอร์ปกติไปได้เยอะ นั่นทำให้เราเห็นแอร์ Inverter ขายเกลื่อนตามท้องตลาด แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้กันก็คือแอร์ Inverter นั้นมีอยู่หลายแบบ ซึ่งความแตกต่างก็มาจากส่วนประกอบข้างในที่ทำให้ประหยัดไฟได้ต่างกัน

ในแอร์ Inverter ทั่วไปมักจะใส่ส่วนประกอบที่ช่วยประหยัดพลังงานไว้ 2 ชิ้น นั่นก็คือแผงวงจรและคอมเพรสเซอร์ หรืออาจมี 3 ชิ้นแล้วแต่เทคโนโลยีการผลิตของแต่ละแบรนด์ แต่รู้หรือเปล่าว่าเราสามารถประหยัดไฟมากขึ้นได้อีก ด้วยแอร์แบบ Real Inverter ที่ใส่ส่วนประกอบช่วยประหยัดพลังงานลงไปถึง 4 ชิ้น ก็คือ

  • แผงวงจรอัจฉริยะ PAM : ไว้ใช้ควบคุมความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์และมอเตอร์ โดยการปรับเปลี่ยนความถี่ในการทำงาน เพื่อให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • มอเตอร์กระแสตรง : จะต่างกับแอร์ทั่วไปที่ใช้มอเตอร์กระแสสลับ เพราะจะมีความแม่นยำในการควบคุมความเร็วรอบมากกว่า และเปลี่ยนแปลงความเร็วรอบได้มีประสิทธิภาพกว่านั่นเอง
  • คอมเพรสเซอร์กระแสตรง DC : จุดเด่นคือสามารถปรับเปลี่ยนความเร็วรอบในการทำงานให้สัมพันธ์กับอุณหภูมิภายในห้อง ทำให้ช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นไปอีก
  • วาล์วอิเล็กทรอนิกส์ EEV (Electronic Expansion Valve) : ควบคุมอัตราการไหลของสารทำความเย็น ให้วงจรสารทำความเย็นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด

และถ้าเป็นเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นรุ่น Inverter ก็มั่นใจได้เลยว่าเป็นแอร์ Real Inverter มีส่วนประกอบช่วยประหยัดพลังงานครบทั้ง 4 ชิ้น ทำให้ประหยัดพลังงานและควบคุมอุณภูมิได้ดีกว่าแอร์ Inverter ทั่วไปแน่นอน

นอกจากนี้ในแอร์รุ่นใหม่อย่าง Mitsubishi Heavy Duty Inverter รุ่น Standard Inverter : YW Series นอกจากจะเป็น Real Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้นและควบคุมอุณหภูมิได้ดีแล้ว ยังมีนวัตกรรมที่ช่วยให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่าแอร์ทั่วไป เช่น

  • แผงวงจรเคลือบซิลิโคนภายในเครื่องปรับอากาศที่ป้องกันความชื้นและแมลง
  • ระบบการป้องกันไฟกระชาก ทนต่อแรงดันไฟกระชากถึง 470 โวลต์
  • ระบบ Jetflow ใบพัดแบบเดียวกับเครื่องบินเจ็ต สามารถจ่ายลมได้ในระยะไกล
  • โหมด Hi power ที่ช่วยให้ห้องเย็นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถทำงานในโหมดนี้ได้นานต่อเนื่องถึง 15 นาที
  • 24-HOUR ION ปล่อยประจุลบตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้อากาศสดชื่นเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
  • แผงคอยล์เย็นป้องกันการกัดกร่อนจากกรดหรือด่าง และมีระบบทำความสะอาดที่ช่วยให้แผงคอยล์เย็นแห้งเพื่อลดการเกิดเชื้อรา
  • คอยล์ทองแดงทั้งระบบที่ช่วยป้องกันการกัดกร่อนของน้ำทะเล และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ได้อีกด้วย!

ทั้งเย็นสบายแถมยังช่วยลดค่าไฟได้มากกว่าเดิมแบบนี้ อากาศร้อนแค่ไหนก็ไม่กลัวแล้วจ้าาาา

ที่มา : Homeest, The Air Cond, MThai, Kapook, Kanichikoong

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...