ปธ.มูลนิธิปวีณาฯ พร้อมแม่เด็ก ม.2 โรงเรียนมัธยม ย่านฝั่งธน แจ้งความ ตร.บางยี่ขัน หลังเพื่อนชายร่วมห้องเรียน พยายามล่วงละเมิด
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ที่ สน.บางยี่ขัน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเด็กและสตรี พานางแมว, นางสาวมิ้ง แม่และพี่สาว ของเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (ม.2) โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ย่านสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ สุขสำราญ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 (รอง ผบก.น.7) รักษาราชการแทน ผกก.สน.บางยี่ขัน และ พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ วิฤทธิ์เตชะ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางยี่ขัน ให้ดำเนินคดีกับเพื่อนนักเรียนชายร่วมห้อง 5 คน ที่ร่วมกันกระทำการอนาจารภายในห้องเรียน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา
เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองรอเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ มีนายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี เพื่อนร่วมห้องที่เรียนซ้ำชั้นอยู่หลายปี และยังเป็นหัวโจกประจำห้อง พร้อมด้วย เด็กชายซี, เด็กชายดี, เด็กชายอี และเด็กชายเอฟ (นามสมมุติ) อายุระหว่าง 13-14 ปี เข้ามาช่วยกันจับแขนจับขาและปิดปากไม่ให้ตนร้องขอความช่วยเหลือก่อนจะพากันไปหลังห้องและพยายามล่วงละเมิดทางเพศ แต่ตนพยายามดิ้นรนจนหลุดออกมาได้ แล้วนั่งร้องไห้อยู่ที่โต๊ะหน้าห้องเรียน ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่อาจารย์เดินออกไปนอกห้องเรียน กลุ่มของผู้ชาย ทั้ง 5 คน มาอุ้มเด็กหญิงเอ ไปที่หลังห้องเรียนเป็นครั้งที่ 2 ขณะนั้น มีนักเรียนอยู่ในห้องประมาณ 35 คน แต่ก็ไมมีใครกล้าช่วยเหลือ เพราะเกรงกลัว เด็กชายบี ที่มีอายุมากสุด และคิดว่าเป็นการล่อเล่นกัน
เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) กล่าวว่าตนพร้อมกับเพื่อนสนิทพากันไปแจ้งเรื่องกับอาจารย์ฝ่ายปกครองให้ทราบ ก่อนที่อาจารย์ จะเรียกนักเรียนชายทั้ง 5 คน มาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกผู้ปกครองเข้าพบ ซึ่งนักเรียนชายทั้ง 5 คน ให้การรับสารภาพ โดยที่ทางโรงเรียนพยายามเกลี้ยกล่อมให้ ฝ่ายตน ตกลงไม่แจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากเกรงว่า โรงเรียนจะเสื่อมเสียชื่อเสียง
ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเด็กและสตรี กล่าวว่า โรงเรียนจะต้องรายงานไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้ลงมาแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก วันนี้ จึงประสานไปยังผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ นายชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน สพฐ. เพื่อให้เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) และผู้ปกครองเข้าพบ และรับทราบเรื่อง พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาและป้องกันเหตุการล่วงละเมิดทางเพศเด็กในโรงเรียนต่อไป
พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ สุขสำราญ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 (รอง ผบก.น.7) รักษาราชการแทน ผกก.สน.บางยี่ขัน กล่าวว่า คดีนี้ต้องประสานนักจิตวิทยา สหวิชาชีพ ร่วมสอบสวนเด็กทั้งหมดก่อนส่งผู้เสียหายไปตรวจร่างกายและเชิญตัวผู้ปกครองของนักเรียนทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบสวน ส่วนเอกสารที่ทางโรงเรียนให้ พี่สาว ของเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) เซ็นนั้นก็เป็นหลักฐานที่สำคัญในการรับสารภาพว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นจริง