CBGกำไรนิวไฮไม่หยุด คนละครึ่งดันQ4ทำสถิติ
ทันหุ้น-สู้โควิด- บิ๊ก CBG“เสถียร” จ่อประกาศผลงาน Q3 9 พ.ย.นี้ ชี้ผลงานโตต่อเนื่อง Q4 เข้าไฮซีซั่น ดีที่สุดในปีนี้ตลาดต่างประเทศยังดี ทั้งปีคาดโต 30% อยู่ระหว่างจัดทำแผนปี 64 โบรกส่องกำไร Q3 ทำนิวไฮอีกแตะ927ล้านบาท โครงการคนละครึ่งหนุน Q4 ทุบสถิติไฮต่อเนื่อง ลุ้นอัพไซด์จาก Woody C+Lock เป้า 170 บาท
นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผนธุรกิจปี 2564 คาดว่าจะนำเข้าที่ประชุมบริษัท(บอร์ด) ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2564 และจะเปิดเผยเป็นทางการอีกครั้ง ภายหลังจากการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2563 ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563
แนวโน้มผลประกอบการยังเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 4/2563 จะเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจคาดว่ายอดขายจะทำได้ดีที่สุดของปีนี้จากนี้กำลังซื้อก็เริ่มกลับมา อีกทั้งยอดขายของ วู้ดดี้ ซี+ ล็อค (Woody C+Lock) ยังได้การตอบรับที่ดีจากลูกค้า คาดว่าปีนี้จะทำยอดได้ 80 ล้านขวด และปีหน้ายังจะมีการออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง
*ตลาดตปท.ยังโตดี
ขณะที่ตลาดต่างประเทศ อย่างในเมียนมาร์ ยอดขายก็ยังอยู่ในระดับที่ดี การแพร่ะระบาดหนักในบางเมืองอย่าง รัฐยะไข่ นั้นบริษัทไม่ได้มีสัดส่วนยอดขายในเมืองดังกล่าวมากนัก ทำให้ยอดขายโดยรวมไม่ได้ลดลง ส่วนการจำหน่ายวู้ดดี้ ซี+ ล็อค ในต่างประเทศ ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ก็ฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมั่นใจว่ายอดขายจากต่างประเทศทั้งปีจะเติบโตได้ 30% ส่วนรายได้รวมคาดว่าจะเติบโตได้ 20% ตามเป้าหมายเช่นเดียวกัน
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง CBG แนวโน้ม ไตรมาส 3/2563 คาดกำไรปกติทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 927 ล้านบาท (เติบโต 0.6% จากไตรมาสก่อนหน้า , เติบโต 22.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ) จากเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศฟื้นตัว จากไตรมาสก่อนหน้า C+LOCK ยังโต CLMV และจีนแนวโน้มเป็นบวก
คาดรายได้ ไตรมาส 3/2563 ที่ 4,688 ล้านบาท เติบโต 4.0% จากไตรมาสก่อนหน้า และ เติบโต 21.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รายได้จากเครื่องดื่มบำรุงกำลังฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดย CLMV คาดเติบโตเล็กน้อย จากไตรมาสก่อนหน้า แต่โตสูง จากช่วงเดียวกันปีก่อนโดยเฉพาะการเติบโตในเมียนมาร์ ส่วน C+LOCK ได้ออกรสชาติใหม่ เริ่มทยอยส่งออกใน CLMV ประเมินจะยังเติบโต จากไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับรายได้ใน CLMV คาดกลับมาเติบโตได้ในไตรมาส 4/2563 จากการขยายกำลังการผลิตโรงบรรจุกระป๋องอีก 20% จะแล้วเสร็จและเริ่มมีรายได้บางส่วน ขณะที่รายได้ในจีนคาดลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าจากผลของฤดูกาล ส่วนการบริโภคในเมียนมาร์อาจได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 บ้างแต่ด้วยสัดส่วนรายได้และพื้นที่จำหน่ายของ CBG ในเมียนมาร์ยังไม่มากทำให้คาดว่าจะยังทรงตัว จากไตรมาสก่อนหน้า และ COVID-19 ไม่มีผลต่อการส่งออกสินค้าไปยังเมียนมาร์
*โครงการคนละครึ่งหนุน
ล่าสุดด่านการค้าชายแดนไทย-เมียนมาร์ที่ จังหวัดตาก กลับมาเปิดให้ขนส่งเพื่อการพาณิชย์ได้ปกติแล้วช่วยคลายความกังวลของตลาดได้ นอกจากนี้เชื่อว่ากลุ่มเครื่องดื่มทั้งบำรุงกำลังและ Functional drinks จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากมาตรการคนละครึ่งของรัฐบาล ทั้งราคาต่อหน่วยที่เหมาะสมและกลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียน คาดกำไรปกติเบื้องต้นใน ไตรมาส 4/2563 ที่ 900 – 1,000 ล้านบาท ซึ่งหากเติบโต จากไตรมาสก่อนหน้าจะถือว่าเป็นการทำระดับสูงสุดใหม่อีกครั้ง
ปรับประมาณการกำไรปี 2563 ขึ้น 6.5% และปรับประมาณการกำไรปี 2564 ขึ้น 14.3% จากการปรับรายได้ปี 2564 ขึ้น 4.3% เป็น 21,764 ล้านบาท เติบโต 16.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการปรับรายได้ใน CLMV ขึ้น 5% และจีนขึ้น 8% ซึ่งยังไม่รวมผลของการขยายกำลังการผลิตโรงบรรจุกระป๋องใหม่ไว้ในประมาณการ นอกจากนี้ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2564 จากเดิมกลางปี 2564 ได้ราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 133 บาท มี Upside gain 19.8%
ด้านบริษัท หลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 170 บาท เชื่อมั่นว่าโมเมนตัมของกำไรของ CBG อยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยมี 2562-2564 อีกทั้ง CBG ยังมี Upside จาก Woody C+Lock ทั้งในไทยและต่างประเทศและรายได้จากต่างประเทศขยายตัวมากกว่าคาด