โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรรพสามิตเผย ราชกิจจาฯลดภาษีอีวี จาก 8% เหลือ 2% ประกาศวันนี้ ใช้ 9 มิ.ย.ทันที

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 01.49 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2565 เวลา 01.49 น.
แฟ้มภาพ

สรรพสามิตเผย เตรียมออกราชกิจจาฯ ลดภาษีอีวี จาก 8% เหลือ 2% วันนนี้ เชื่อมีค่ายรถพร้อมจ่อคิวอีก 3-4 เจ้า

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ขั้นตอนของการออกกฎหมายลดภาษีสรรพสามิต สำหรับสนับสนุนรถอีวี จาก 8% เหลือ 2% ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในวันที่ 8 มิถุนายน 2565 และมีผลบังคับใช้ในวันถัดไป คือวันที่ 9 มิถุนายน 2565

“เชื่อว่าหลังประกาศราชกิจจาฯเรียบร้อย จะทำให้ค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทยอยเข้ามาลงนามข้อตกลง หรือเอ็มโอยู เข้าร่วมรับการสนับสนุนจากรัฐบาลมากขึ้น เชื่อว่าในปีนี้จะมีค่ายรถยนต์อีกอย่างน้อย 3-4 ค่าย โดยเป็นค่ายรถจากญี่ปุ่นและจีน และค่ายรถจักยานยนต์อย่างน้อย 2-3 ค่าย จากไทยและจีน” นายณัฐกรกล่าว

นายณัฐกรกล่าวว่า ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนชิปนั้น ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ค่ายรถยนต์ที่เปิดจองรถยนต์ไฟฟ้าไปก่อนหน้านี้ต้องหยุดรับจองรถชั่วคราวเกือบ 2 เดือนแล้ว เนื่องจากบริษัทแม่ของแต่ละค่ายรถยนต์จำเป็นต้องกระจายรถยนต์ที่ผลิตแล้ว ส่งไปให้ลูกค้าที่ประเทศอื่นด้วย ขณะที่ไทยมียอดจองรถยนต์ไฟฟ้ารวมขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นคัน ยอมรับว่าหากปัญหาการขาดแคลนชิปยังยืดเยื้อเป็นปี ก็จะกระทบต่อแผนส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทยได้

“ปัญหาขาดแคลนชิปเกิดขึ้นทั่วโลก เช่น ค่ายรถยนต์ของจีนที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ 100 คัน ก็ต้องกระจายส่งไปให้ประเทศอื่นทั่วโลกด้วย มองว่าในระยะสั้นจะยังไม่กระทบต่อแผนการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าในไทย แต่หากยืดเยื้อเป็นปีก็อาจจะกระทบบ้าง เป็นปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ และขึ้นอยู่กับบริษัทแม่ของแต่ละค่ายรถว่าจะได้ชิปมากพอที่จะผลิตรถยนต์และส่งมาให้ไทยมากน้อยแค่ไหน ภายในสิ้นปีนี้จะรู้ และจะมีการประเมินสถานการณ์เพื่อหาแนวทางแก้ไขอีกครั้ง” นายณัฐกรกล่าว

นายณัฐกรกล่าวว่า ขณะนี้พบว่าค่ายรถยนต์ที่เปิดจองรถยนต์ไฟฟ้าไปก่อนหน้านี้ได้มีการทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้าไปแล้วประมาณ 500 คัน และคาดว่าหลังการประกาศราชกิจจาฯฉบับนี้ แต่ละค่ายรถจะทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้าได้อีกประมาณ 1,500 คัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายณัฐกรกล่าวอีกว่า จากการที่นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โรดโชว์ประเทศญี่ปุ่นเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่าน นับเป็นสัญญาณดีที่จะช่วยกระตุ้นให้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นปรับแผนหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเร็วขึ้น จากเดิมในปี 2573 เป็นภายในปี 2569

นายณัฐกรกล่าวว่า ค่ายรถยนต์ของญี่ปุ่นที่ทำเอ็มโอยูเข้าร่วมมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทย แล้ว ได้แก่ โตโยต้า ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นค่ายอื่นๆ จะทยอยเข้าร่วมมาตรการรัฐฯ ตามมา รวมทั้งค่ายรถยนต์ของจีน ทั้ง ค่ายรถยนต์เนต้า และ ค่ายรถยนต์ฉางอาน ซึ่งมีแผนที่จะว่าจ้าง ฟ็อกซ์คอนน์ ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขอยื่นรับการส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อเข้ามาสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า สาเหตุที่ทำให้มีการออกประกาศล่าช้า เนื่องจากกรมสรรพสามิตจะต้องมีการทำกฎหมายลูกถึง 25 ฉบับ เพื่อใช้สนับสนุนมาตรการการลดภาษีครั้งนี้ จึงทำให้ใช้เวลาในการพิจารณาระยะหนึ่ง โดยเฉพาะสาระสำคัญเกี่ยวกับคำนิยามของรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถจักรยายนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ที่จะเข้าข่ายได้รับการสนับสนุนมาตรการภาษี และเงินอุดหนุนจากรัฐ ประกอบกับที่ผ่านมาอยู่ช่วงการเปลี่ยนถ่ายอธิบดีกรมสรรพสามิตคนใหม่ มาเป็นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ซึ่งจะต้องเป็นผู้ลงนามกฎหมาย จึงทำให้กระบวนพิจารณาชะลอออกไป

ส่วนกรณีค่ายรถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี และ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประสบปัญหาเรื่องการค้างส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าหลายพันคัน เนื่องจากรอประกาศกฎหมายลดภาษีสรรพสามิตอยู่นั้น เชื่อว่าหลังจากประกาศกระทรวงการคลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ปัญหาเหล่านี้จะคลี่คลายไปได้ โดยค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมสามารถนำรถยนต์ไฟฟ้า ส่งมอบให้กับลูกค้าโดยได้รับการสนับสนุนมาตรการภาษีโดยทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...